คาด ออง ซาน ซูจี ไม่รับตำแหน่งในรัฐบาลเมียนมา แต่ยังเป็นผู้นำเอ็นแอลดี

 * คาด ออง ซาน ซูจี ไม่รับตำแหน่งในรัฐบาลเมียนมา แต่ยังเป็นผู้นำเอ็นแอลดี *

ออง ซาน ซูจี

คาด ออง ซาน ซูจี ไม่รับตำแหน่งในรัฐบาลเมียนมาชุดใหม่ แต่ยังคงเป็นผู้นำพรรคเอ็นแอลดี คล้ายกับกรณี ซอนญา คานธี ประธานพรรคคองเกรสในอินเดีย ซึ่งกำกับการทำงานของรัฐบาลอินเดีย

วันนี้ (21 มีนาคม 2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากรัฐสภาเมียนมาได้เลือกนายอู ถิ่น จอ คนสนิทของผู้นำเอ็นแอลดี เป็นประธานาธิบดี ภายใต้รัฐธรรมนูญที่ปิดทางนางออง ซาน ซูจี ไม่ให้เป็นหัวหน้ารัฐบาล แม้ว่าพรรคของนางออง ซาน ซูจี จะชนะเลือกตั้งด้วยคะแนนท่วมท้นเมื่อเดือนพฤศจิกายนก็ตาม

ซึ่งก่อนหน้านี้ นางออง ซาน ซูจี เคยประกาศที่จะบริหารประเทศโดย“อยู่เหนือประธานาธิบดี” ทำให้เกิดการคาดเดากันว่า นางออง ซาน ซูจี จะนั่งเก้าอี้ตัวไหนเมื่อรัฐบาลเริ่มทำงานในวันที่ 1 เมษายนนี้

โดยโฆษกพรรคเอ็นแอลดี กล่าวว่า ในสหรัฐฯ สมาชิกสภาหลายคนทรงอิทธิพลมาก แต่ไม่มีตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี กรณีของเราก็เหมือนกัน นางออง ซาน ซูจี จะเป็นผู้นำพรรคต่อไป ดังนั้นนางออง ซาน ซูจี จึงเป็นผู้นำของรัฐบาลที่พรรคจัดตั้งขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตามเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 วิน เต็ง คนสนิทของนางออง ซาน ซูจี และแกนนำพรรคเอ็นแอลดี เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า นางออง ซาน ซูจี อาจเป็นคล้ายกับนางซอนญา คานธี ประธานพรรคคองเกรสในอินเดีย ซึ่งกำกับรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี มันโมฮัน ซิงห์ กระทั่งพ้นอำนาจเมื่อปี 2557

หากย้อนไปเมื่อเดือนตุลาคม 2558 เมื่อมีเสียงไต่ถามกันว่า หากชนะเลือกตั้ง ประธานพรรคเอ็นแอลดีจะกุมบังเหียนรัฐบาลตามแบบของนางคานธีหรือไม่ นางออง ซาน ซูจี บอกว่า “ไม่เชิงเสียทีเดียว” ทั้งนี้นางออง ซาน ซูจี ไม่ได้แจกแจงรายละเอียดแต่อย่างใด

ระทึก คลิปภูเขาถล่มทับถนน กลายเป็นทางตันในชั่วพริบตา

 * ระทึก คลิปภูเขาถล่มทับถนน กลายเป็นทางตันในชั่วพริบตา *

คลิปภูเขาถล่มทับถนน

คลิปวิดีโอสุดระทึก นาทีที่ภูเขาลูกหนึ่งได้ถล่มทับถนนเบื้องล่างจนมิดเลน ทำให้ถนนกลายเป็นทางตันไปในชั่วพริบตาเดียว

คลิปวิดีโอดังกล่าวถูกโพสต์ลงบนเว็บไซต์ไลฟ์ลีค เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2559 แสดงให้เห็นภาพเหตุการณ์ขณะที่รถหลายคันกำลังจอดนิ่งอยู่บนถนนเลียบเขาสายหนึ่งในจีน เบื้องหน้าปรากฏภาพมวลดินก้อนมหึมากำลังถล่มลงมาจากภูเขา ปิดทับถนนทั้งเส้นให้กลายเป็นทางตัน รถไม่มีทางสัญจรผ่านได้เลย
รายงานระบุว่าขณะเกิดเหตุมีรถยนต์บางคันถูกดินถล่มทับด้วย ส่วนรถหลายคันที่จอดเรียงกันอยู่ในภาพนับว่าโชคดีมาก ๆ ที่ไม่ได้เคลื่อนผ่านบริเวณที่ดินถล่มในช่วงเวลานั้น ทำให้พวกเขารอดชีวิตและพากันกลับรถเพื่อเดินทางย้อนกลับในที่สุด

ภาพจาก liveleak.com

นักศึกษาหนุ่มทำพิมพ์จัดฟันจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ประหยัดได้กว่า 2.7 แสน

 * นักศึกษาหนุ่มทำพิมพ์จัดฟันจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ประหยัดได้กว่า 2.7 แสน *

พิมพ์จัดฟัน จากเครื่องพิมพ์ 3มิติ

หนุ่มนักศึกษาอเมริกัน ค้นพบหนทางประหยัดค่าใช้จ่ายสุด ๆ ทำพิมพ์จัดฟันจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ไม่ต้องเสียเงินเป็นแสนก็มีใช้

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2559 สำนักข่าว CNN รายงานว่า อามอส ดัดลีย์ นักศึกษาหนุ่มวัย 24 ปี จากนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา ทำพิมพ์จัดฟันแบบใสจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ประหยัดเงินได้กว่า 2.7 แสนบาท เผยใช้พิมพ์จัดฟันนี้มากว่า 4 เดือนแล้ว และมันใช้ได้ดีเลยทีเดียว

อามอส ดัดลีย์ เป็นนักศึกษาสาขาการออกแบบดิจิตอล เขาได้พบว่าตัวเองไม่สามารถยิ้มได้อย่างเต็มแก้ม เพราะไม่มั่นใจฟันของตัวเองเท่าไร แม้ว่าตอนเด็ก ๆ เขาจะเคยดัดฟันมาแล้ว แต่การที่เขาไม่ใส่รีเทนเนอร์ ทำให้ฟันเริ่มเคลื่อนอีกครั้ง จึงลองค้นข้อมูลเกี่ยวกับการทำพิมพ์จัดฟันบนอินเทอร์เน็ต ก่อนจะพบว่ามีราคาแพงมาก และรูปร่างของพิมพ์จัดฟันที่เห็น มันทำให้เขานึกถึงเครื่องพิมพ์ 3 มิติขึ้นมา

พิมพ์จัดฟัน จากเครื่องพิมพ์ 3มิติ

จากนั้นอามอสจึงได้ใช้ทักษะในสายการเรียน ทำพิมพ์จัดฟันจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังถูกนำมาใช้เพื่อการสร้างอุปกรณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน อามอสได้พิมพ์แบบดัดฟัน เพื่อใช้ดัดฟันมากว่า 4 เดือนแล้ว เขาบอกว่ามันเป็นตัวเลือกที่เยี่ยมมากสำหรับเขา เพราะการไปทำพิมพ์ฟันแบบใสกับศูนย์ทันตกรรม จะต้องเสียค่าใช้จ่ายได้มากถึง 2.7 แสนบาท แต่เมื่อนำเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3 มิติมาใช้ เขาเสียค่าใช้จ่ายแค่ไม่เกิน 2,100 บาท

อามอสบอกว่าที่ค่าใช้จ่ายในการทำพิมพ์จัดฟันแบบใสนั้นถูกมาก ๆ ก็เพราะเขาเสียแค่ค่าอุปกรณ์สำหรับนำมาทำเป็นแบบฟันและรีเทนเนอร์เท่านั้น

ภาพจาก Amos Dudley

เจมส์ เจ้าตูบแสนรู้จาก “ขำกลิ้งลิงกับหมา” ตายแล้ว

 * เจมส์ เจ้าตูบแสนรู้จาก “ขำกลิ้งลิงกับหมา” ตายแล้ว *

เจมส์ หมาพิกบลู ขำกลิ้งลิงกับหมา

สำนักข่าวไทย รายงานว่า เจ้าเจมส์ สุนัขพิทบูลคู่หูปังคุงจากรายการดังของญี่ปุ่น “ขำกลิ้งลิงกับหมา” ตายแล้วเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2559 ด้วยอายุ 12 ปี ส่วนปังคุงยังอยู่ดีในสวนสัตว์อะโซของญี่ปุ่น อายุได้ 15 ปีแล้ว

เจมส์ เป็นสุนัขบูลด็อกที่เกิดเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2546 โด่งดังเป็นที่รู้จักในเมืองไทยเมื่อปี พ.ศ. 2550 หลังจากที่มีการนำรายการวาไรตี้ฮา ๆ ของญี่ปุ่น “ขำกลิ้งลิงกับหมา” มาออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ทีวี

ขำกลิ้งลิงกับหมา เป็นรายการวาไรตี้บอกเล่าเรื่องราวระหว่าง ปังคุง ชิมแปนซีน้อย กับ เจมส์ สุนัขคู่หู ที่ได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจต่าง ๆ ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น ไปทะเล ไปหาหมอ ไปสวนสนุก ไปซื้อของ เป็นต้น โดยช่วงที่รายการถูกนำมาออกอากาศในไทย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็ชื่นชอบกันมาก เพราะปังคุงกับเจมส์เป็นคู่หูที่แสนรู้ ทำอะไรก็ดูน่ารักน่าชังไปหมด

กระปุกดอทคอมก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับการสูญเสียเจ้าเจมส์มา ณ ที่นี้ และแล้วปังคุงและเจมส์ก็เหลือแค่ตำนานให้คิดถึงเท่านั้น

ภาพจาก 阿蘇カドリー・ドミニオン, Baggy Bulldogs

ผู้โดยสารสาวตบกันนัวกลางเครื่องบิน เหตุเมาเปิดเพลงออกลำโพง

 * ผู้โดยสารสาวตบกันนัวกลางเครื่องบิน เหตุเมาเปิดเพลงออกลำโพง *

ผู้โดยสารเครื่องบินตบกัน

ผู้โดยสารเครื่องบินตบกัน

เกิดชุลมุนวุ่ยวาย เมื่อผู้โดยสารสาว 5 ราย เปิดศึกวางมวยทะเลาะตบตีกันสนั่นกลางเครื่องบิน ทำผู้โดยสารแตกตื่นทั้งลำ หลังไม่ลงรอยกันเรื่องเปิดเพลงออกลำโพง

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2559 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยคลิปวิดีโอพร้อมรายงานว่า เกิดเหตุผู้โดยสารหญิงจำนวน 5 ราย เปิดศึกทะเลาะวิวาทบนเครื่องบินของสายการบินสปิริต แอร์ไลน์ส ของสหรัฐอเมริกา เที่ยวบิน 141 จากเมืองบัลติมอร์ ในรัฐแมริแลนด์ มุ่งหน้ายังลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากหญิง 2 รายซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา เปิดเพลงผ่านลำโพงเสียงดัง ผู้โดยสารหลายคนรู้สึกรำคาญจึงเข้าไปขอให้หญิงทั้งคู่ที่มาด้วยกันให้ช่วยเบาเสียงลง แต่แทนที่เธอทั้งสองจะให้ความร่วมมือ กลับโยนเครื่องเล่นเพลงทิ้ง พร้อมกับเข้าวางมวยทันที

ผู้โดยสารหญิง 3 รายที่เข้าไปเตือนก็ไม่ยอมแพ้ สู้กลับอย่างสุดกำลัง ต่างปล่อยหมัด จิกหัวกันและกัน ส่งเสียงกรีดร้องสนั่น จนเกิดชุลมุนวุ่นวายอยู่กลางเครื่องบิน ส่วนผู้โดยสารที่อยู่ใกล้ ๆ ต่างก็ตกอกตกใจรีบดีดตัวออกจากจุดวิวาท บางคนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายวิดีโอเพื่อบันทึกภาพไว้

กระทั่งต่อมา ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายจนควบคุมไม่อยู่ บรรดาลูกเรือก็ได้เข้ามาระงับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เสียก่อน โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บรุนแรง

ภายหลังจากเครื่องลงจอดที่สนามบินในลอสแอนเจลิส เจ้าหน้าที่ตำรวจสนามบินพร้อมหน่วย FBI ได้เข้าควบคุมตัวหญิงสาว 5 ราย ไปสอบสวน ก่อนจะปล่อยตัวไปโดยไม่เสียค่าปรับแต่อย่างใด โดยทางเจ้าหน้าที่ได้เผยว่าเนื่องจากหลาย ๆ คนต้องมาอยู่รวมกันบนเครื่องหลาย ๆ ชั่วโมง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนจะไม่พอใจกันจนหมดความอดทนเช่นนี้
ภาพจาก Instagram greenlight.entertainment, sweetassmagu

เรื่องซึ้งจากชายไร้บ้าน เดินส่งสาวตกรถรอในที่ปลอดภัย กลัวเจออันตรายเพราะดึกแล้ว

 * เรื่องซึ้งจากชายไร้บ้าน เดินส่งสาวตกรถรอในที่ปลอดภัย กลัวเจออันตรายเพราะดึกแล้ว *

คนจรจัดฝรั่ง

ถึงจะไร้บ้านแต่ไม่ไร้น้ำใจ คุณลุงคนจรเดินส่งสาวตกรถไฟเที่ยวสุดท้ายไปในที่ปลอดภัย เพื่อรอขึ้นรถไฟเที่ยวใหม่ตอนเช้า หลังเห็นว่าดึกมากแล้ว อาจเกิดอันตรายกับเธอได้

เผยเรื่องราวชวนซาบซึ้งใจของชายไร้บ้านคนหนึ่ง ที่เว็บไซต์เมโทร ได้หยิบยกมานำเสนอในรายงานเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2559 โดย นิโคล เซดเกอเบียร์ สาวชาวอังกฤษ วัย 21 ปี เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวความประทับใจครั้งนี้ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวของเธอว่า

เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา ที่สถานีรถไฟอุสตัน ในกรุงลอนดอน นิโคลพลาดรถไฟเที่ยวสุดท้ายที่จะกลับบ้านในเมืองมิลตัน คีนส์ หลังจากไปสังสรรค์กับเพื่อนจนเวลาล่วงเลย และรถไฟเที่ยวต่อไปก็ต้องรอจนกว่าจะเช้า ในเวลานั้นประตูสถานีก็ปิด เธอคิดไม่ออกเลยว่าจะต้องทำอย่างไร เธอไม่มีแม้ที่จะอยู่หรืออาศัยหลบพักได้เลย อีกทั้งเธอยังก็ไม่คุ้นเส้นทางในเมืองหลวงนี้ด้วย ในตอนนั้นเธอรู้สึกสิ้นหวังจนเกือบจะระเบิดอารมณ์ร้องไห้ออกมา

แต่แล้วก็มีชายไร้บ้านคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเธออย่างเป็นมิตร ซึ่งตอนนั้นเป็นเวลาดึกมากแล้ว เขาเกรงว่าเธอที่ทั้งเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวและดื่มแอลกอฮอล์มาอาจจะเป็นอันตรายได้ จึงพาเธอไปนั่งพักยังร้านกาแฟที่ปลอดภัยที่ยังคงเปิดอยู่ และหลังจากนั้นคุณลุงคนไร้บ้านที่ทราบชื่อว่า มาร์ค ก็ขอตัวกลับไปนอนในที่ของตัวเอง พร้อมทั้งสัญญาว่าจะกลับมาหาเธอที่ร้านตอนตี 5 เพื่อพาเธอไปส่งยังสถานีขึ้นรถไฟกลับ ในตอนนั้นเธอเองไม่ได้เชื่อคำพูดสักเท่าไรนัก แต่ก็บอกขอบคุณและได้บอกลากันไป

ทว่าเมื่อถึงตอนเช้า เธอก็พบว่าคุณลุงคนไร้บ้านผู้นี้กลับมารับเธอตามที่สัญญาไว้จริง ๆ ไม่เพียงเท่านั้น เขายังพาเธอขึ้นรถบัสไปส่งด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าเธอจะไม่หลงทาง ในที่สุดเธอก็เดินทางไปยังสถานีรถไฟและกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย

นิโคล ตัดสินใจเล่าเรื่องราวที่เธอประสบมาอย่างน่าประทับใจเหลือเชื่อให้คนในโลกออนไลน์ฟัง เพื่ออยากจะให้หลาย ๆ คนได้มองเหล่าคนไร้บ้านในมุมมองใหม่ ๆ ไม่อยากให้ดูถูกพวกเขา ซึ่งเมื่อก่อนเธอก็เคยเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน ไม่แม้แต่อยากจะสบตา เพราะกลัวว่าจะโดนขอเงิน

แต่เมื่อเธอได้เจอกับเหตุการณ์หนนี้ มันพิสูจน์ให้เธอเห็นอย่างชัดเจนจริง ๆ ว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะน่าหวาดกลัว ยังมีหลายคนที่มีจิตใจแสนดี และทำดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ อย่างน้อยก็มีคุณลุงมาร์คคนนี้หนึ่งคน

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Nicole Sedgebeer

หนุ่มกตัญญูดูแลพ่ออัมพาต ตอนเด็กป่วยขาลีบก็ได้พ่อพารักษา วันนี้ขอทดแทนคุณ

 * หนุ่มกตัญญูดูแลพ่ออัมพาต ตอนเด็กป่วยขาลีบก็ได้พ่อพารักษา วันนี้ขอทดแทนคุณ *

หนุ่มกตัญญูดูแลพ่ออัมพาต

หนุ่มจีนสุดกตัญญูพาพ่อป่วยอัมพาตมาดูแลที่หอพักมหาวิทยาลัย เผยตอนเด็ก ๆ ป่วยเป็นโปลิโอก็ได้พ่อพาตระเวนรักษาจนหายกลับมาเดินได้ แล้วตอนนี้พ่อเป็นอัมพาต จะให้ใจดำ ทิ้งพ่อไปได้อย่างไร

วันที่ 3 มีนาคม 2559 เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ เปิดเผยเรื่องราวสุดซึ้งของหนุ่มผู้กตัญญูรู้คุณ เจ้า เต๋อหลง นักศึกษาชายจากมณฑลเหอหนาน ประเทศจีน ที่ย้ายจากบ้านเกิดมาอาศัยในหอพักหลังสอบติดมหาวิทยาลัย แต่ไม่ลืมพาพ่อผู้แก่ชราและป่วยเป็นอัมพาตมาอยู่ด้วย เพื่อที่จะได้ดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยตัวเอง

นายเจ้า เล่าว่าตอนยังเด็ก เขาป่วยหนักด้วยโรคโปลิโอจนเดินไม่ได้ แต่พ่อของเขาไม่เคยยอมแพ้ และต่อสู้ทุกวิถีทางเพื่อทำให้ลูกชายหายขาด เที่ยวพาตระเวนหาที่รักษา จนในที่สุดเขาได้รับการผ่าตัด ทำให้เขากลับมาเดินได้อีกครั้ง

แต่โชคร้ายที่พ่อของนายเจ้ากลับล้มป่วยด้วยภาวะอัมพาต ในช่วงเวลาเดียวกับที่เขากำลังจะไปเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย แม่ของเจ้าเองก็ไม่สามารถดูแลพ่อได้อย่างเต็มที่ เพราะกำลังป่วยด้วยโรคซึมเศร้ารุนแรง

อ่านเพิ่มเติม หนุ่มกตัญญูดูแลพ่ออัมพาต ตอนเด็กป่วยขาลีบก็ได้พ่อพารักษา วันนี้ขอทดแทนคุณ

เผยภาพชิ้นส่วนปริศนาคาดเป็น MH370 มาเลเซียเผยอย่าเพิ่งด่วนสรุป

 * เผยภาพชิ้นส่วนปริศนาคาดเป็น MH370 มาเลเซียเผยอย่าเพิ่งด่วนสรุป *

สิ้นส่วน MH370

เผยภาพชิ้นส่วนปริศนาในโมซัมบิก ผู้เชี่ยวชาญเผยมีความเป็นไปได้สูงว่ามาจากเครื่องบินโบอิ้ง 777 แต่อย่าเพิ่งสรุปว่าเป็น MH370

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2559 เว็บไซต์ Airlive.net เผยภาพถ่ายซากชิ้นส่วนปริศนาในโมซัมบิกที่คาดว่ามาจาก MH370 ผู้เชี่ยวชาญเห็นภาพแล้วเผยตรงกันว่ามีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นชิ้นส่วนเครื่องบินโบอิ้ง 777 จริง แต่ก็ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดกันต่อไป

ซากชิ้นส่วนดังกล่าวถูกค้นพบโดยนายเบลน อลัน กิ๊บสัน นักกฎหมายชาวอเมริกันที่ได้ออกตามหาร่องรอยของ MH370 ด้วยตัวเอง และได้พบมันเกยหาดในโมซัมบิก สังเกตได้ว่าบนชิ้นส่วนมีคำว่า “NO STEP” อยู่

แม้จะยังไม่ได้รับการยืนยันใด ๆ จากทางโบอิ้ง แต่ผู้เชี่ยวชาญได้แสดงความเห็นว่า ชิ้นส่วนที่มีคำว่า “NO STEP” นั้นน่าจะเป็นชิ้นส่วนปีกท้ายของเครื่องบิน

ล่าสุดสำนักข่าว BBC ได้เผยว่า ผู้เชี่ยวชาญจากมาเลเซีย ออสเตรเลีย รวมถึงสหรัฐฯ ได้ชมภาพถ่ายชิ้นส่วนแล้ว และก็ต่างพูดตรงกันว่ามีความเป็นไปได้สูงเลยที่จะมาจากเครื่องบินโบอิ้ง 777

ด้านรัฐมนตรีคมนาคมของมาเลเซียได้เปิดเผยว่า “มีความเป็นไปได้สูงว่าซากชิ้นส่วนที่พบในโมซัมบิกจะเป็นของเครื่องบินโบอิ้ง 777 แต่ผมขอให้ทุกคนอย่าด่วนสรุปว่ามันมาจากเที่ยวบิน MH370” พร้อมเผยว่าตอนนี้ทางมาเลเซียได้ร่วมมือกับทางออสเตรเลียในการนำชิ้นส่วนมาตรวจสอบแล้ว

ภาพจาก Airlive.net

ประทับใจ มัสยิดแห่งนี้ต้อนรับเหมียวจรจัด หนีหนาวเข้ามานอนอุ่นได้

 * ประทับใจ มัสยิดแห่งนี้ต้อนรับเหมียวจรจัด หนีหนาวเข้ามานอนอุ่นได้ *

มัสยิด รับแมวมาเลี้ยง

เผยภาพน่ารัก ๆ ชวนยิ้ม มัสยิดในอิสตันบูลกลายเป็นพื้นที่ของทั้งคนทั้งแมว เมื่ออิหม่ามเปิดประตูต้อนรับเจ้าเหมียวจรจัด ให้หนีความเหน็บหนาวของอากาศภายนอกเข้ามานอนอุ่นในมัสยิดได้

เว็บไซต์ Bored Panda เผยภาพน่าประทับใจเหล่านี้ให้ได้ชมกัน พร้อมเล่าว่า อิหม่ามมัสตาฟา อาเฟ แห่งมัสยิดอาซิซ มาหมัด มูดายี ในกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี ดูจะรักและเมตตาแมวเหมียวเป็นพิเศษ เขาเปิดประตูมัสยิดให้เจ้าเหมียวเร่ร่อนทั้งหลายได้เข้ามาพักพิงภายในมัสยิดตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งเหตุผลที่เปิดให้มันได้เข้ามานั่ง ๆ นอน ๆ ร่วมกับคน ก็เพราะอยากให้มันมีที่อบอุ่นได้พักพิง ไม่ต้องเหน็บหนาวอยู่ข้างนอกในช่วงฤดูหนาว

นอกจากจะเปิดมัสยิดให้แมวได้เข้ามาแล้ว อิหม่ามมัสตาฟายังทำให้แขกหน้าขนเหล่านี้ได้รู้สึกว่าที่นี่เป็นบ้านของพวกมันด้วย เขาเอ็นดูพวกมันและให้พวกมันได้มาคลอเคลีย สวรรค์ของเจ้าเหมียวเลยทีเดียวแหละ

ภาพจาก boredpanda.com

สาวถูกล้างแค้นแอบนอนกับแฟนชาวบ้าน เจอบุกรุมทึ้งแก้ผ้ากลางห้าง

 * สาวถูกล้างแค้นแอบนอนกับแฟนชาวบ้าน เจอบุกรุมทึ้งแก้ผ้ากลางห้าง *

แก้ผ้าชู้กลางห้าง

แก๊งแฟนตัวจริงหึงแรง บุกรุมทึ้งแก้ผ้าสาวกลางห้าง สุดแค้นแอบนอนกับผู้ชายของตัวเอง

วันที่ 1 มีนาคม 2559 เว็บไซต์มิเรอร์ เผยคลิปเหตุการณ์สาวถูกรุมทึ้งแก้ผ้ากลางห้าง โดยในคลิปความยาวราว 30 วินาที เผยให้เห็นหญิงสาวในชุดกระโปรงสีน้ำเงิน ถูกกลุ่มผู้หญิง 3 คนเข้าล็อกตัวแล้วพยายามรุมดึงทึ้งเสื้อผ้าจะแก้ผ้าเธอกลางห้าง พร้อมต่อว่าเสียงดัง โดยสาเหตุเกิดจากสาวรายนี้แอบไปหลับนอนกับแฟนหนุ่มของหญิงคนหนึ่งที่ร่วมก๊วนก่อเหตุ

อย่างไรก็ดี ในที่สุดก็มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 2 นาย เข้ามาระงับเหตุการณ์ได้ก่อนจะบานปลาย

ทั้งนี้ ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเหตุการณ์ในคลิปดังกล่าวซึ่งถูกแชร์ในโลกออนไลน์มาตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดขึ้นที่ไหน แต่เชื่อกันว่าน่าจะเป็นประเทศจีน

ภาพจาก World News สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม