หมาตัดหน้า! สาวใหญ่หักหลบ รถตู้ชนทะลุร้าน เสียหายหลายแสน

หมาตัดหน้า

สาวใหญ่รับหน้าที่โชเฟอร์รถตู้ รับผู้โดยสารจาก กทม. มุ่งหน้าสกลนคร ถึงหนองหาน อุดรธานี มีสุนัขวิ่งตัดหน้าเลยหักหลบจนพุ่งชนกำแพง ก่อนชนทะลุเข้าไปในร้านทำหลังคาเหล็ก ผู้โดยสารบาดเจ็บเล็กน้อย 15 คน แต่เสียหายหลายแสน…

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 11 มี.ค. 59 ขณะที่ พ.ต.ท.สุริยา โพธิชาเนตร รอง ผกก.สอบสวน สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถตู้เสียหลักชนกำแพงรั้วร้านภัทรหลังคาเหล็กทะลุเข้าไปในร้าน ชนกับเครื่องมือรีดหลังคาเหล็กและสิ่งของอื่นๆ ได้รับความเสียหายจำนวนมาก และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้โดยสารที่มากับรถตู้จำนวน 15 คน เหตุเกิดหน้าโรงงานผลิตหลังคาเหล็ก ตั้งอยู่ริมถนนสายกุมภวาปี-หนองหาน บ้านหนองสะหนาย หมู่ 13 ต.หนองหาน อ.หนองหาน

ที่เกิดเหตุพบรถตู้โดยสารยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน ฮง 7906 กรุงเทพฯ พุ่งชนทะลุกำแพงและฝาผนังเข้าไปในร้านเหล็กดังกล่าว สภาพด้านหน้าชนกับแท่นรีดเหล็กพังยับเยิน ผู้โดยสารจำนวน 15 คน ได้รับบาดเจ็บฟกช้ำและมีบาดแผลตามร่างกาย ศีรษะ ไม่มีผู้บาดเจ็บสาหัส ส่วนคนขับเป็นผู้หญิง ชื่อนางอุษา โพธิเนตร อายุ 47 ปี บ้านอยู่ อ.คำตากล้า จ.สกลนคร

จากการสอบสวนในเบื้องต้น ทราบว่านางอุษา ได้ขับรถตู้คันดังกล่าวออกจากกรุงเทพฯ พร้อมด้วยผู้โดยสารมาเต็มคัน วิ่งมาตามถนนสายกุมภวาปี-หนองหาน เพื่อจะไปที่ จ.สกลนคร พอขับมาถึงบริเวณหน้าวิทยาลัยการอาชีพหนองหาน รถวิ่งมาด้วยความเร็วมีสุนัขตัดหน้า จึงหักหลบ รถเสียหลักพุ่งชนกำแพงรั้ว ก่อนชนกับฝาผนังร้านค้าทะลุเข้าไปในร้านเหล็ก ชนกับเครื่องรีดและอุปกรณ์การทำหลังคาเหล็กจึงหยุดได้

สำหรับค่าเสียหาย ประเมินเบื้องต้นอยู่ในหลักหลายแสนบาท แต่โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสและเสียชีวิต หลังตรวจที่เกิดเหตุแล้วทางตำรวจได้มอบให้หน่วยกู้ภัยทางหลวง ลากรถออกจากร้านเพื่อจะได้ตรวจสอบอย่างละเอียด ประเมินค่าเสียหายที่แท้จริงต่อไป.

ที่มา>>>ไทยรัฐออนไลน์

ดับปริศนา หนุ่มภูเก็ตหล่นแทงก์ประปา! พ่อสงสัย อาจถูกจับโยน

หนุ่มภูเก็ต

หนุ่มวัย 29 ที่ภูเก็ต ถูกพบเป็นศพตกลงมาตายข้างแทงก์น้ำประปาเทศบาลฯ กะโหลกแตก มีแผลบนหัว พ่อมาดูศพติดใจว่าไม่น่าตกลงมาเอง เพราะมีคนเห็นว่าลูกไปมีเรื่องกับวัยรุ่น หวั่นฆ่าอำพราง…

เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 11 มี.ค. พ.ต.ต.สมชาย หนูบุญ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพคนตกลงมาจากแทงก์น้ำประปาภายในกองงานประปา เทศบาลนครภูเก็ต ถ.ดำรง ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง โดยไม่ทราบสาเหตุ จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ปทักข์ ขวัญนา สวป.นำกำลังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.ภูเก็ตแพทย์ รพ.วชิระภูเก็ต และมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่ใต้แทงก์น้ำประปาที่มีความสูงกว่า 25 เมตร หรือสูงราวตึก 7-8 ชั้น ตั้งตระหง่านอยู่จำนวน 2 แทงก์ภายในกองงานประปาดังกล่าว พบศพชายสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน ไม่สวมรองเท้า นอนตะแคงข้างอยู่ที่พื้นดินที่มีหญ้าปกคลุมโดยรอบใต้ท่อประปา สภาพศพมือทั้งสองข้างเกร็ง มีบาดแผลแตกที่บริเวณศีรษะ 3 จุด บางแห่งเห็นกะโหลกและมันสมอง บริเวณชายโครงซ้ายมีรอยถลอกที่ผิวหนังเป็นทางยาว ตรวจสอบภายในกระเป๋ากางเกงมีเงินกว่า 200 บาท ไม่พบหลักฐานว่าผู้ตายเป็นใคร มาจากที่ใด ส่วนที่ท่อประปาใกล้ศพมีคราบเลือดหยดจนแห้งติดอยู่จำนวนหนึ่ง เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6-8 ชั่วโมง

จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบรองเท้าแตะสีดำ 1 ข้าง ตกอยู่ในพงหญ้าห่างจากจุดพบศพราว 7 เมตร ส่วนที่คานบนแทงก์น้ำสูงจากพื้นที่ดินราว 12 เมตร มีรองเท้าแตะสีเดียวกันอีก 1 ข้างวางอยู่ และยังพบคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่บริเวณขอบคอนกรีตที่ชั้นดังกล่าว เบื้องต้นคาดว่าอาจเป็นจุดที่ผู้ตายตกลงมา

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบบริเวณโดยรอบได้มีชายวัยกลางคน ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ นายสมชาย วิจิตร อายุ 50 ปี ได้รุดมาดูศพ พร้อมกับกล่าวว่าลูกชายได้หายตัวไปจากบ้านเมื่อคืนวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา เมื่อเห็นศพก็ยืนยันว่าผู้ตายคือนายสมพงษ์ วิจิตร อายุ 29 ปี ลูกชายตน อยู่บ้านเลขที่ 4/2 ถ.เชิงคีรี ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายสมพงษ์ผู้ตาย พ้นโทษออกจากเรือนจำ จ.ภูเก็ต มาได้ประมาณ 3 ปี ปัจจุบันยังไม่มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง โดยมีชาวบ้านบอกว่าพบเห็นนายสมพงษ์ เมื่อช่วงคืนวันที่ 10 มี.ค. อยู่กับวัยรุ่นห่างจากจุดเกิดเหตุไม่มากนัก โดยกำลังมีปากเสียงกัน แต่ผู้ที่พบเห็นไม่ได้สนใจ คิดว่าแค่เถียงกัน จนกระทั่งมาพบนายสมพงษ์กลายเป็นศพตกจากแทงก์น้ำประปาภายในกองงานประปา เทศบาลนครภูเก็ตและเสียชีวิตแล้ว

อย่างไรก็ตาม นายสมชาย ผู้เป็นพ่อ ติดใจกับเหตุการณ์ที่บุตรชายเสียชีวิต ไม่เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุพลัดตกลงมาจากแทงก์น้ำ เนื่องจากมีบาดแผลที่ศีรษะหลายจุด และเชื่อว่านายสมพงษ์อาจถูกคนร้ายใช้ของแข็งกระหน่ำตีบนแทงก์ ก่อนจะโยนหรือผลักให้ตกลงมาเพื่ออำพรางการก่อเหตุ อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง.

ที่มา>>>ไทยรัฐออนไลน์

คนรักสัตว์เดือด !! เจอคนตั้งป้ายรับกำจัดสุนัขจรจัดฟรี 24 ชั่วโมง

 * คนรักสัตว์เดือด !! เจอคนตั้งป้ายรับกำจัดสุนัขจรจัดฟรี 24 ชั่วโมง *

ป้ายรับกำจัดสุนัขจรจัด

คนรักสัตว์เดือด เจอคนตั้งป้ายรับกำจัดสุนัขจรจัดฟรี 24 ชั่วโมง ถามจิตใจทำด้วยอะไร ไม่รักสุนัขก็ไม่น่าทำถึงขนาดนี้ พอลองโทรไปตามเบอร์ก็ไม่มีคนรับ

สร้างความไม่พอใจให้แก่กลุ่มคนรักสัตว์อย่างหนัก สำหรับภาพที่ เฟซบุ๊ก Tamm Settakorn นำมาเผยแพร่ (9 มีนาคม 2559) แสดงให้เห็นป้ายที่ระบุข้อความ “รับกำจัดหมาจรจัด กรุงเทพฯ และปริมณฑล” พร้อมลงรายละเอียดเบอร์ติดต่อและบอกด้วยว่า “ไม่คิดค่าใช้จ่าย บริการ 24 ชม.”

โดยผู้โพสต์เปิดเผยว่า เธอได้พบป้ายดังกล่าวบริเวณหน้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านบางนา ซึ่งเป็นจุดที่เธอพบลูกสุนัขจรจัด 3 ตัวและพยายามประกาศหาบ้านให้พวกมันอยู่ อยากทราบว่าคนเหล่านี้จิตใจทำด้วยอะไร หากไม่รักไม่ชอบสุนัขก็ไม่ควรทำถึงขนาดนี้

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวเผยแพร่ออกไปก็มีคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ ตำหนิผู้ที่ติดป้ายดังกล่าวเป็นอย่างมาก ขณะที่บางกระแสมองว่าอาจจะเป็นนโยบายของทางโรงพยาบาลดังกล่าว แถมเบอร์โทรศัพท์ที่ระบุบนป้ายก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา เฟซบุ๊ก น้องเอก ครับผม ซึ่งระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลแห่งดังกล่าว ได้เข้ามาปฏิเสธว่าป้ายดังกล่าวไม่ใช่นโยบายของโรงพยาบาลอย่างแน่นอน และได้ดำเนินการถอนป้ายออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางโรงพยาบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องที่กระทบจิตใจผู้มารับบริการ แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อเจ้าของป้ายพื่อถามสาเหตุที่นำป้ายมาติดได้ แต่หากมีความคืบหน้าใด ๆ จะรายงานให้ทราบต่อไป

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Tamm Settakorn

เวย์ NBT ผู้ประกาศข่าวสาวผู้ไม่ย่อท้อ ขอต่อสู้กับมะเร็ง แม้ผมร่วงทั้งหัว

 * เวย์ NBT ผู้ประกาศข่าวสาวผู้ไม่ย่อท้อ ขอต่อสู้กับมะเร็ง แม้ผมร่วงทั้งหัว *

เวย์ NBT เวย์ NBT

เปิดเรื่องราวของ เวย์ เยาวลักษณ์ กันนิกา ผู้ประกาศข่าวสาวช่อง NBT ผู้ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม จนผมร่วงทั้งหัว แต่ก็ไม่ย่อท้อ ขอสู้ต่อไป ด้วยแรงใจที่เข้มแข็ง

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวสร้างกำลังใจดี ๆ ของผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่ไม่ย่อท้อต่อความเจ็บป่วย ขอต่อสู้กับโรคร้าย จนสามารถกลับมายิ้มได้อีกครั้ง สำหรับเรื่องของ คุณเวย์ เยาวลักษณ์ กันนิกา ผู้ประกาศข่าวสาวช่อง NBT และ Metro TV ที่ล่าสุด (2 มีนาคม 2559) เธอได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวการต่อสู้กับโรคมะเร็งของตัวเอง ผ่านเฟซบุ๊ก Wayway Vay ซึ่งมีผู้แชร์ต่อ และเข้ามาคอมเม้นท์ให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม

โดยคุณเวย์ NBT เล่าว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2558 เธอทราบผลการตรวจชิ้นเนื้อบริเวณเต้านมว่าเป็นเนื้อไม่ดี ก่อนจะทราบแน่ชัดว่า เธอเป็นมะเร็งเต้านมทั้ง 2 ข้าง คุณหมอได้เริ่มวางแผนการรักษา จากที่ตั้งใจแต่แรกว่า ถ้าเป็นมะเร็ง จะไม่ยอมให้คีโมเด็ดขาด แต่สุดท้ายก็จำเป็นต้องเข้ารับคีโมจนได้ เพราะดูแล้วน่าจะเป็นทางรอด มากกว่าทางเลือก… จากนั้นเธอก็หาข้อมูลต่าง ๆ ทำทุกวิถีทางที่จะมีลมหายใจต่อให้นานที่สุด เพื่อให้ตัวเองมีโอกาสได้อยู่ดูและพ่อกับแม่ไปนาน ๆ แล้วก็พบว่า ทางที่ดีที่สุดที่จะต่อสู้กับโรคร้ายคือ “ทางสายกลาง” คือการรักษาตามขั้นตอนทางการแพทย์ทุกอย่าง และใช้วิถีธรรมชาติบำบัดเข้าช่วย

สำหรับขั้นตอนการรักษา คุณหมอต้องให้คีโมก่อน ผลข้างเคียงสำหรับเธอ มันคือความทรมานมากที่สุดในชีวิต ถึงกับร้องไห้ต่อหน้าหมอ บอกหมอว่า “ไม่อยากให้คีโมแล้ว ปล่อยให้ตาย ๆไปดีกว่า …” รู้สึกท้อ ถอดใจ อยากตาย… หลังให้คีโมครั้งแรกผ่านไป 2 สัปดาห์ ผมก็เริ่มร่วง เธอไม่กล้าแม้แต่จะส่องกระจกดูตัวเอง แต่สุดท้ายก็อดทนผ่านไปได้จนครบ 4 ครั้ง และต้องเข้ารับการผ่าตัด จากนั้นยังต้องให้คีโมอีก 4 ครั้ง จนผมร่วงหมดทั้งหัว จากนั้นก็เป็นขั้นของการฉายรังสี ที่ต้องทำถึง 30 ครั้ง จึงจบกระบวนการรักษา

อย่างไรก็ตาม คุณหมอไม่การันตีว่าหาย หรือเซลล์มะเร็งหมดไป เธอคอยดูแลและเตือนตัวเองว่า “ฉันเป็นมะเร็ง” และ “มะเร็งมันไม่มีวันหาย มันแค่สงบลง” ทุกวันนี้เธอผ่านมันมาได้แล้ว แม้จะไม่ง่าย ทุกข์ที่สุดในชีวิต ทรมานทั้งกายใจก็ตาม มาวันนี้เธอขอบคุณมะเร็ง ที่ทำให้ได้รู้ซึ่งถึงคุณค่าของลมหายใจทุกนาทีที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่เธอจะไม่สามารถมีรอยยิ้มและแรงสู้ได้เลย หากไม่ได้กำลังใจที่ดีจากครอบครัวและคนใกล้ตัว ที่คอยดูแล ให้กำลังใจในช่วงเวลาที่เธอแย่ที่สุด… และสิ่งสำคัญที่สุดคือ รอยยิ้มของพ่อและแม่ ที่ทำให้เธอลุกขึ้นสู้ และยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อ

ข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Wayway Vay

เรื่องเล่าจากหมอห้องฉุกเฉิน…อุบัติเหตุรถพยาบาล กับชีวิตที่แขวนบนเส้นด้าย

 * เรื่องเล่าจากหมอห้องฉุกเฉิน…อุบัติเหตุรถพยาบาล กับชีวิตที่แขวนบนเส้นด้าย *

เรื่องเล่าจากหมอห้องฉุกเฉิน

เรื่องเล่าจากหมอห้องฉุกเฉิน ..กับอุบัติเหตุรถพยาบาล เตือนคนไทยแสดงความมีน้ำใจ ใส่ใจในเสียงไซเรน

การดำเนินชีวิตในแต่ละวันล้วนมีความเสี่ยง ไม่มีใครรู้ได้ล่วงหน้าว่าจะมีอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นตอนไหน เช่นเดียวกับวานนี้ (4 มีนาคม 2559) เฟซบุ๊ก Kitsada Tammarach ก็ได้แชร์ประสบการณ์เรื่องราว จากใจหมอ ER (หมอห้องฉุกเฉิน) บอกว่า ตนทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่ง ขณะที่กำลังนอนเล่นอยู่ในหอพักโรงพยาบาลในวันที่ไม่ได้เข้าเวร จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นตามให้ไปห้องฉุกเฉิน เนื่องจากมีคนถูกยิงหลายคน

ตอนที่ไปถึงห้องฉุกเฉิน พบคนเจ็บ, เพื่อน, ญาติ, ตากล้อง, ไทยมุง วุ่นวายเต็มห้องฉุกเฉินไปหมด ซึ่งแน่นอนว่าไล่ไม่ไป ทำให้การดูแลคนเจ็บยากขึ้นไปอีก ซึ่งมีเคสหนึ่งหนักสุด ถูกยิงที่หน้าอกขวา กระสุนทะลุอก เสียเลือดมากต้องใส่ท่อช่วยหายใจและท่อระบายเลือดออกจากช่องอก โชคดีที่คนเจ็บยังมีสติ ชีพจรดี อาการยังพอไหวเลยรีบส่งขึ้นรถฉุกเฉินเพื่อไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลในจังหวัด

อ่านเพิ่มเติม เรื่องเล่าจากหมอห้องฉุกเฉิน…อุบัติเหตุรถพยาบาล กับชีวิตที่แขวนบนเส้นด้าย

ชื่นชม ! หนุ่มเยอรมันน้ำใจงาม ตระเวนทำความสะอาดทั่วเมืองอุดรฯ

 * ชื่นชม ! หนุ่มเยอรมันน้ำใจงาม ตระเวนทำความสะอาดทั่วเมืองอุดรฯ *

ฝรั่งทำความสะอาด อุดร

แห่ชื่นชมหนุ่มชาวเยอรมันน้ำใจงาม เดินถือไม้กวาดตระเวนทำความสะอาดเขตเทศบาลนครอุดรธานีทุกครั้งที่เดินทางมาพักผ่อนเมืองไทย เผยทำแบบนี้มา 6 ปีแล้ว

หนุ่มชาวเยอรมันที่เคยตกเป็นข่าวตระเวนทำความสะอาดตู้โทรศัพท์และกวาดขยะริมถนนในเขตเทศบาลนครอุดรธานี จนชาวสังคมออนไลน์พากันกระหน่ำแชร์ พร้อมแสดงความชื่นชมถึงความมีน้ำใจงามของฝรั่งคนนี้กันล้นหลาม ตามที่ข่าวไปเมื่อช่วงต้นปี 2558 นั้น

ล่าสุด วันที่ 3 มีนาคม 2559 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 เปิดเผยว่า หนุ่มชาวเยอรมันคนดังกล่าวได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยอีกครั้ง โดยนายปีเตอร์ รูดี้ เฟสเท็ตลิง อายุ 56 ปี ได้เดินทางมาพักผ่อนที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี ซึ่งระหว่างที่พักอยู่ในอุดรธานี นายปีเตอร์ ก็ยังคงตระเวนทำความสะอาดสถานที่สาธารณะทั่วเมืองอุดรธานี ซึ่งประชาชนที่ทราบข่าวก็ต่างยินดีและนำน้ำดื่มมาให้ พร้อมชื่นชมการกระทำของนายปีเตอร์

อ่านเพิ่มเติม ชื่นชม ! หนุ่มเยอรมันน้ำใจงาม ตระเวนทำความสะอาดทั่วเมืองอุดรฯ

โดนแล้ว ! สั่งลงโทษครูโรงเรียนดังปทุมฯ ในคลิปฉาวตบหัวเด็ก

 * โดนแล้ว ! สั่งลงโทษครูโรงเรียนดังปทุมฯ ในคลิปฉาวตบหัวเด็ก *

ครูตบหัวเด็ก

ผอ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 เผยครูตบหัวเด็กสำนึกผิด และถูกลงโทษแล้ว กำชับเข้ม ห้ามเกิดขึ้นอีก ด้านพี่ชายของหนึ่งในนักเรียนที่ถูกทำโทษเผย ครูทำโทษเพราะส่งการบ้านช้า ไม่ใช่เรื่องเสื้อกันหนาวอย่างที่เป็นข่าว

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 นายนพพร พิพิธจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จ.ปทุมธานี เปิดเผยถึงกรณีมีคลิปครูตบศีรษะนักเรียนอย่างรุนแรง เหตุใส่เสื้อกันหนาวเข้าแถวแล้วเหมือนเด็กดอย ว่า เรื่องดังกล่าวได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่มีการเผยแพร่คลิปเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ซึ่งหลังจากเรื่องปรากฏต่อสาธารณชนแล้ว ทางผู้บริหารโรงเรียนดังกล่าว ครูคนที่ก่อเหตุ เด็กนักเรียน พร้อมผู้ปกครอง ได้มีการพูดคุยกัน ซึ่งทางคุณครูได้รู้สึกผิด ยอมรับผิด และได้ขอโทษต่อนักเรียน ผู้ปกครอง และทางโรงเรียนได้มีมาตรการลงโทษครูดังกล่าวไปแล้ว โดยในวันนี้ (25 กุมภาพันธ์) ทางโรงเรียนต้นสังกัดจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 กล่าวด้วยว่า ได้กำชับผู้บริหารโรงเรียนดังกล่าวและโรงเรียนในสังกัดว่าเหตุการณ์ในลักษณะนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก เพราะจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณะของสถานศึกษา

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังพี่ชายของหนึ่งในนักเรียนหญิงที่ปรากฏในคลิป โดยพี่ชายของนักเรียนหญิงระบุว่า หลังเกิดเรื่อง น้องสาวตนไม่ได้เล่าให้ตนกับแม่ฟัง จนกระทั่งมีคลิปปรากฏออกมาในช่วงเย็นของวันเกิดเหตุ เมื่อแม่ได้เห็นคลิปจึงรีบไปคุยอาจารย์ ซึ่งอาจารย์ก็ยอมรับว่าทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ อย่างไรก็ตามทางครอบครัวไม่ได้ติดใจอะไร ส่วนน้องสาวของตนเพียงแค่ตกใจและขวัญเสียเล็กน้อย ส่วนสาเหตุที่อาจารย์ลงโทษนั้น เป็นเพราะนักเรียนส่งงานช้า ไม่ใช่เรื่องใส่เสื้อกันหนาวอย่างที่มีการเผยแพร่ก่อนหน้านี้

ภาพจาก @Keerati Moon

เหี้ยม หลานยิงน้าดับ ก่อนใช้มีดกระหน่ำแทงซ้ำ แถมใช้ชีวิตอยู่กับศพ 2 วัน

 * เหี้ยม หลานยิงน้าดับ ก่อนใช้มีดกระหน่ำแทงซ้ำ แถมใช้ชีวิตอยู่กับศพ 2 วัน *

หลานยิงน้าดับ

หลานชายวัย 17 ปี ยิงน้าดับ ก่อนหยิบมีดกระหน่ำแทงศพซ้ำอีกหลายแผล แถมใช้ชีวิตอยู่กับศพ 2 วัน ก่อนนำร่างไปฝังดิน แค้นถูกด่าเรื่องกินเหล้า

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างบริบูรณ์พัทยา ได้เดินทางเข้าตรวจสอบศพนายมนตรี เสือเล็ก อายุ 45 ปี เจ้าของฟาร์มเลี้ยงวัวรายใหญ่ในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ ที่ถูกฆ่าฝังดินบริเวณโรงเลี้ยง่ก้ด้านหลังฟาร์ม ที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตอยู่ในสภาพเปลือยและเริ่มอืด ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดจำนวน 1 นัด บริเวณหน้าอกด้านขวา และถูกแทงด้วยของมีคมตามลำตัวอีก 4 แผล

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา น.ส.ณัฐณิชา เสือเล็ก อายุ 22 ปี ลูกสาวของนายมนตรีได้เดินทางเข้าแจ้งความว่าบิดาหายตัวไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี หลานของผู้ตายที่พักอยู่บ้านตัวเดียวกันมาสอบปากคำ และพบพิรุธหลายอย่างจึงคาดคั้นอย่างหนักจนยอมรับสารภาพว่าเป็นคนฆ่านายมนตรี ก่อนจะพาตัวไปชี้จุดเกิดเหตุดังกล่าว

อ่านเพิ่มเติม เหี้ยม หลานยิงน้าดับ ก่อนใช้มีดกระหน่ำแทงซ้ำ แถมใช้ชีวิตอยู่กับศพ 2 วัน

อ้างเป็นพระประท้วงพุทธมลฑล ขนของกลับในชุดฆราวาส โอด ค่าแรงไม่คุ้มเลย

 * อ้างเป็นพระประท้วงพุทธมลฑล ขนของกลับในชุดฆราวาส โอด ค่าแรงไม่คุ้มเลย *

พระประท้วง

อ้างเป็นพระประท้วงพุทธมลฑล ขนของกลับในชุดฆราวาส โอด ค่าแรงไม่คุ้มเลย ด้านชาวเน็ตสับเละ พร้อมกับแชร์สนั่น

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก ได้มีการแชร์ภาพบุคคลหัวโล้น สวมเสื้อในชุดปกติ อ้างว่าตัวเองเป็นพระสงฆ์ที่ไปรวมตัวกันที่พุทธมลฑล เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังมีการระบุอีกว่า ค่าแรงนั้นไม่คุ้มเลย อุตส่าห์หอบของมา

ด้านผู้ที่พบเห็นภาพ ต่างตำหนิต่อการกระทำที่ระบุในโพสต์เป็นอย่างมาก พร้อมกับแชร์ภาพดังกล่าวอย่างทั่วถึงนับ 1,000 ครั้งแล้ว

ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก ณัฐพงศ์ กลีบศรี

โชเฟอร์แท็กซี่ โร่แจงปมสไลด์หนอน ยันเป็นภูมิแพ้ คันขาหนีบ-โชว์ใบรับรองแพทย์

 * โชเฟอร์แท็กซี่ โร่แจงปมสไลด์หนอน ยันเป็นภูมิแพ้ คันขาหนีบ-โชว์ใบรับรองแพทย์ *

แท็กซี่ชักว่าว

แท็กซี่ โร่แจง ไม่ได้ลามก แต่เป็นภูมิแพ้ คันตามขาหนีบ พร้อมโชว์ใบรับรองแพทย์ กับเปิดรอยแผลให้ดู ด้านเจ้าหน้าที่กำชับ อย่าแสดงท่าทีสุ่มเสี่ยงแบบนี้อีก

จากกรณีที่่มีการแชร์คลิปวิดีโอชายขับแท็กซี่รายหนึ่ง ใช้มือขวาช่วยตัวเอง ขณะที่กำลังขับรถ ตามที่เสนอข่าวมาแล้ว (อ่านข่าว นักศึกษาสาวแชร์เตือนภัย เจอแท็กซี่มหาหื่น สไลด์หนอนน้อยขณะขับรถ)

ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 นายสุกรี จารุภูมิ ผอ.กองตรวจการขนส่งทางบก เปิดเผยผ่านสำนักข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ว่า ได้ตรวจสอบประวัติของผู้ขับรถแล้ว คือนายวิชิต ภาษิตานนท์ ขับรถป้ายทะเบียน มจ-5121 กรุงเทพมหานคร สีเขียวเหลือง จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2548 และสิ้นอายุภาษี 1 มีนาคม 2559

ทั้งนี้ได้เรียกคนขับรถมาสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว แท็กซี่ก็ได้ให้การปฏิเสธ บอกว่า ตัวเองเป็นภูมิแพ้ มักคันตามร่างกาย โดยเฉพาะขาหนีบ พร้อมแนบหลักฐานใบรับรองแพทย์มาด้วย อีกทั้งยังมีการเปิดร่องรอยบริเวณขาหนีบให้ดู ตนจึงกำชับว่า ขอให้เพิ่มความระมัดระวัง อย่าแสดงท่าทีที่สุ่มเสี่ยงแบบนี้อีก

อ่านเพิ่มเติม โชเฟอร์แท็กซี่ โร่แจงปมสไลด์หนอน ยันเป็นภูมิแพ้ คันขาหนีบ-โชว์ใบรับรองแพทย์