มาดูกันดีกว่าว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้าง ที่คนส่วนใหญ่มักจะลืมตรวจเช็ก

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เช็กให้ดี อุปกรณ์ติดรถที่มักโดนละเลยสำหรับคนที่ มีรถ การดูแลรักษารถคู่ใจ หรือรถใช้งาน ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ เพราะหากรถไม่พร้อม สภาพไม่สมบูรณ์ เวลาจะขับไปไหนก็อาจทำให้กังวลใจ กลัวพังกลางทาง ฯลฯ

     การดูแลรักษารถที่ดี จึงควรทำการตรวจเช็กอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อจะได้รู้ว่า รถของเรามีตรงไหนที่เริ่มมีปัญหาแล้วบ้าง แต่ก็มีบางครั้งที่เราอาจละเลยอุปกรณ์ในส่วนอื่นๆ หรืออาจจะลืมนึกถึงมันไป เพราะไม่ค่อยได้ใช้งาน ทำให้เวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือต้องใช้งานมันขึ้นมา สิ่งของ หรืออุปกรณ์เหล่านั้นอาจไม่พร้อมให้คุณใช้งานแล้วก็ได้ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ อุปกรณ์ติดรถที่มักโดนละเลย     มาดูกันดีกว่าว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้าง ที่คนส่วนใหญ่มักจะลืมตรวจเช็ก

     1.ระบบไฟต่างๆ เช่น ไฟหน้า ไฟสูง ไฟหรี่ ไฟตัดหมอก ไฟท้าย ไฟเบรก ไฟฉุกเฉิน ฯลฯ เนื่องจากเวลาเราขับใช้งาน เราไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตัวเอง และถึงแม้บางครั้งเราอาจมองเห็นว่าไฟหน้าติด แต่จริงๆ แล้วมันอาจติดแค่ข้างเดียวก็ได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย หากมีเวลาว่างให้หาผู้ช่วย 1 คน เพื่อมาคอยเปิด/ปิดไฟ หรือเหยียบเบรก และตัวเราอยู่นอกรถ คอยสังเกตระบบไฟต่างๆ

     2.เบรกมือ คนใช้รถเกียร์ธรรมดาอาจไม่ค่อยน่าห่วงเท่าไหร่ เพราะต้องใช้งานมันบ่อยๆ อยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่ใช้เกียร์ออโต้ แค่จอดรถเข้าเกียร์ตัว P เท่านี้ก็จบ ไม่ต้องมาดึงเบรกมือซ้ำให้วุ่นวาย และเพราะเหตุนี้นี่แหละที่ทำให้เราละเลยมันไป ไม่ค่อยดึงมันขึ้นมาใช้งาน แต่จริงๆ แล้วเราอาจใช้งานมันมากกว่านั้น เช่น รถจอดติดไฟแดง หรือรถจอดอยู่บนทางลาดชัน เพราะการเข้าเกียร์ว่าง (N) แล้วดึงเบรกมือขึ้น ก็ช่วยให้เราไม่ต้องเสียเวลาสลับเปลี่ยนเกียร์ไปมา ดังนั้นจึงควรเสียสละเวลาสักเล็กน้อย ตรวจเช็กเบรกมือบ้าง เผื่อมันเสียขึ้นมาจะได้ซ่อมแซมได้ทัน

     3.ยางอะไหล่ รถทุกคันต้องมีมาให้อยู่แล้ว แต่บางคนอาจถอดออกไป เพราะต้องติดแก๊ส (ถังโดนัท) หรือถอดออกไปเพราะแต่งรถ (ลดน้ำหนักรถ หรือเกะกะ ฯลฯ) และมือใหม่บางคนยังไม่รู้เลยว่ามันอยู่ตรงไหนด้วยซ้ำ (หาดูได้ในสมุดคู่มือรถ หรือสอบถามศูนย์บริการ) ซึ่งสำหรับคนที่มีติดรถไว้ คุณควรที่จะนำมันออกมาตรวจเช็ก หรือเติมลมยางบ้าง เพราะถ้ามีเหตุจำเป็นขึ้นมา จะได้มียางอะไหล่สำรองไว้ใช้งาน
—————————————————————————–
“สำหรับชาวชัยภูมิ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ชัยภูมิ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ชัยภูมิ ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

นมไขมันต่ำ ดีต่อสุขภาพ ไม่ทำให้อ้วนจริงหรือ?

นมไขมันต่ำ ดีต่อสุขภาพ ไม่ทำให้อ้วนจริงหรือ?

หากเราประกาศกร้าวต่อหน้าเพื่อนๆ ว่า เราอยากกินคลีน อยากสุขภาพดี สิ่งแรกๆ ที่ทุกคนทราบดี คือเราต้องทานอาหารที่มีไขมันน้อยลง เพราะมันทำให้อ้วน และก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพหลาย ๆ อย่างตามมา  หรือแม้กระทั่งนม ทุกคนก็แนะนำให้ดื่มนมไขมันต่ำ แถมยังยืนยันความดีงามของนมไขมันต่ำได้อีกทาง จากการที่บรรดาโรงเรียนในสหรัฐอเมริกา เลือกนมไขมันต่ำมาให้นักเรียนดื่ม

แต่ในช่วงหลัง ๆ มานี้ เราจะเห็นข่าวและการรณรงค์ต่อต้านการบริโภคนมไขมันต่ำมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมมีการนำผลการวิจัย ออกมาเปิดเผยว่า การดื่มนมที่มีไขมันปกติ เป็นผลดีต่อร่างกายมากกว่านมไขมันต่ำ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร มาหาคำตอบกันค่ะ

นมไขมันต่ำ ดีต่อร่างกายจริงหรือ?

จากผลงานวิจัยของ Dr. Dariush Mozaffarian ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Circulation ระบุว่า เขาและทีมงานวิเคราะห์ผลการตรวจเลือดของผู้ใหญ่ จำนวน 3,333 คน ที่เข้าร่วมโครงการ วิจัยเป็นระยะเวลานานถึง 15 ปี พบว่า ผู้ที่เลือกดื่มนม หรือทานอาหารที่มาจากนมชนิดที่มีไขมันเต็มที่ ร้อยละ 46 มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานน้อยกว่าคนที่ดื่มนมไขมันต่ำ จึงทำให้กล่าวได้ว่า การดื่มนมไขมันต่ำ ก็ไม่ได้ให้ผลดีไปกว่าการดื่มนมที่มีไขมันเต็มที่แต่อย่างใด

นักวิจัยยังกล่าวอีกว่า ถึงแม้นมปกติ จะมีแคลอรี่มากกว่านมไขมันต่ำ และผู้เชี่ยวชาญส่วนมากก็แนะนำให้หลีกเลี่ยงการบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวาน แต่จากการศึกษาใหม่กลับพบว่า เมื่อเราลดปริมาณการบริโภคไขมันลง เราก็จะหันไปบริโภคน้ำตาล และคาร์โบไฮเดรตแทน  ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ส่งผลกระทบต่ออินซูลิน หรือฮอร์โมนที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวาน นอกจากนี้ Dr. Dariush Mozaffarian ยังพบว่า นมที่มีไขมันมัน ไม่ได้ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

นักวิจัยอีกกลุ่มหนึ่ง ตีพิมพ์บทความลงใน The American Journal of Nutrition ว่า จากข้อมูลผู้หญิงจำนวน 18,438 คน เกี่ยวกับการดื่มและไม่ดื่มนมไขมันต่ำ พบว่า การดื่มนมที่มีไขมัน ช่วยลดความเสี่ยงต่อการมีน้ำหนักเกิน หรือเป็นโรคอ้วนได้ถึงร้อยละ 8

Dr. Dariush Mozaffarian กล่าวว่า “เราควรต้องหยุดให้คำแนะนำผู้บริโภค ด้วยการอ้างอิงทฤษฎีเก่า ๆ และเราควรจะหันมามองภาพรวมของการบริโภคอาหาร หรือความสัมพันธ์ของการบริโภคอาหารแต่ละชนิด ที่มีผลต่อกันและกัน ไม่ใช่การเพ่งเล็งไปที่อาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียว เช่น เมื่อเราบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง เราจะได้รับพลังงานที่เพียงพอ ทำให้ไม่รู้สึกหิว จนต้องมาบริโภคน้ำตาล หรือแป้งเข้าไปเพิ่ม นอกจากนี้ไขมันในนม มีผลต่อเซลล์ในร่างกาย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตับ และช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และยังลดความอยากน้ำตาลลงได้อีกด้วย”

ที่มา>>>Sanook

5 ท่าออกกำลังกายฟิตกระชับเอว ห่วงหนาๆ ปีกนุ่มๆ จงหายไปซะ!

ใครอยากพุงราบ เอวคอด ใส่ชุดชั้นในแล้วไม่มีติ่งปีก มาทางนี้เลย เพราะ Sanook! Health รวบรวมท่าออกกำลังกายง่ายๆ ทำได้เองที่บ้าน มาช่วยคุณสาวๆ หนุ่มๆ ลดไขมันหน้าท้อง ข้างท้องบริเวณเอวหนาๆ และตรง “ปีก” หรือส่วนที่ใส่ชุดชั้นแล้วเห็นเป็นปล้องๆ ให้แบนราบเรียบ ไร้ไขมันนุ่มๆ มาทำให้ชุดสวยของเราดูไม่น่ามอง ทำอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย!

1. Side Plank Lift

เพียงนอนตะแคง ศอกตั้งฉากกับพื้น ดันตัวขึ้น พยุงตัวเอาไว้ด้วยแขนข้างเดียว แขนอีกข้างเท้าเอว จากนั้นก็ยกเอวขึ้น ยกให้สูงในระดับใกล้เคียงกับไหล่ ค้างไว้ 3-5 วินาที แล้วปล่อยตัวลง ทำแบบนี้เซ็ตละ 10 ครั้ง 2 เซ็ต

2. Side Plank Toe Touch

นอนตะแคงเหมือนเดิม แต่คราวนี้ยืดแขนที่อยู่ติดที่นอนไปด้านหน้า ตั้งแขนให้ตรงในระดับไหล่ แขนอีกข้างยืดไปด้านเหนือศีรษะ  ยืนแขนให้ตรง ลำตัวเหยียดตรง จากนั้นใช้แขนที่นาบกับพื้นดันตัวขึ้น เกร็งหน้าท้อง ยกขาทั้งสองข้างขึ้น ยื่นแขนอีกข้างทำท่าจะแตะนิ้วเท้า (แต่อาจจะไม่ต้องแตะให้ถึงจริงๆ ก็ได้ เอาเท่าที่เราทำไหว) ระหว่างที่ทำอยู่แขนและขาต้องยังเหยียดตรงอยู่เสมอนะคะ ค้างไว้ที่ท่าพยายามแตะเท้า 3-5 วินาที แล้วปล่อยตัวลง ทำแบบนี้เซ็ตละ 10 ครั้ง 2 เซ็ต

3. Crunch Chop

นอนหงาย ถือดัมเบลด้วยมือทั้งสองข้าง ยืดแขนตรง ถือไว้เหนือศรีษะ (อาจจะไม่ใช้ดัมเบลก็ได้ถ้าใครไม่มี หรืออาจจะเป็นขวดน้ำพลาสติกเล็กๆ ก็ได้ค่ะ) ยกขาทั้งสองข้างตั้งตรง ตั้งฉากกับพื้น จากนั้นค่อยๆ แยกขาทั้งสองข้างออกจากกัน  เกร็งหน้าท้อง ยกตัวขึ้น ยื่นแขนที่ถือดัมเบลไปไว้ระหว่างขา ให้มีเพียงส่วนหลังเท่านั้นที่ยังคงสัมผัสพื้นอยู่ ค้างท่านั้น 3-5 วินาทีแล้วกลับสู่ท่าแรก ทำแบบนี้เซ็ตละ 10 ครั้ง 2 เซ็ต

4. Rotating Plank

นอนคว่ำ ดันลำตักขึ้นด้วยแขนทั้งสองข้างที่ตั้งฉากกับพื้น ลำตัวยืดตรง จากนั้นเอียวตัวไปข้างซ้าย ยกแขนข้างซ้ายชี้ฟ้า แขนและขาทั้งสองข้างยังคงเหยียดตรงอยา ค้างท่านั้นไว้ 3-5 วินาที จากนั้นกลับสู่ท่าแรก แล้วเอียงตัวไปทางด้านขวา ยกแขนขวาเหยียดตรง ชี้ขึ้นฟ้า ค้างไว้ 3-5 วินาที แล้วกลับสู่ท่าเดิม เล่นสลับแบบนี้ไปทั้งสองข้าง ทำทั้งหมดข้างละ 10 ครั้งสลับด้านกันไป

5. Down Dog Bend Knee

เกร็งหน้าท้องกันมาเยอะแล้ว เรามายืดตัวกันบ้างดีกว่าค่ะ เริ่มจากนอนคว่ำ เอามือทั้งสองข้างดันลำตัวขึ้น แขนเหยียดตรง งอเข่าข้างหนึ่งให้อยู่ในระดับเอว แต่เข่าไม่แตะพื้น จากนั้นก็ยกข้างไปด้านหลัง ยืดขาให้ตรง ปลายเท้าชี้ขึ้นฟ้า พยายามให้ระดับศีรษะ หลัง และขาเป็นเส้นตรง ขาและแขนทุกข้างยังคงเหยียดตรงอยู่ ค้างไว้ 3-5 นาที แล้วยกขาลง เปลี่ยนข้าง ทำข้างละ 10 ครั้งสลับด้านกันไป

แต่ละท่าไม่กระโชกโฮกฮาก ค่อยๆ ทำทีละขั้นตอนช้าๆ หายใจให้ถูกจังหวะ ถ้าไม่ไหวก็ให้หยุดก่อน หรือสามารถลดจำนวนครั้งในการทำได้สำหรับมือใหม่ แล้วค่อยๆ เพิ่มจำนวนครั้งมากขึ้นหลังจากทำติดต่อกันไปเรื่อยๆ หากใครยังไม่พร้อมที่จะออกไปวิ่งสู้อากาศร้อนข้างนอก ลองออกกำลังกายในบ้านง่ายๆ แบบนี้ดูก็เป็นทางออกที่ดี ได้หน้าท้องแบนราบ กระชับเอกคอด  เนื้อข้างลำตัวหายไป เผลอๆ ยังได้สะโพก ต้นขา ต้นแขนอีกต่างหาก เล่นแล้วเมื่อยเมื่อไร แปลว่าได้ผลแล้วค่ะ สู้ๆ นะคะทุกคน

ที่มา>>>Sanook

DIY กับดักกำจัดยุงจากขวดน้ำ ทั้งประหยัด และดีต่อสุขภาพ

DIY กับดักกำจัดยุงจากขวดน้ำ ทั้งประหยัด และดีต่อสุขภาพ

ช่วงนี้อาจเป็นเพราะฝนตก น้ำขัง อากาศชื้นๆ ยุงเลยออกอาละวาด จากที่ปกติในห้องไม่มียุง ก็เริ่มเห็นบินวนเวียนกวนประสาทไปมา 2-3 ตัว พอไปดูหลังห้องปรากฏว่ามีแอ่งน้ำเล็กๆ ค้างอยู่ในถาดคว่ำจาน เห็นแล้วก็คิดเลยว่าจะกำจัดเหล่ายุงร้ายอย่างไรไม่ให้มันมารบกวนเราได้อีก จึงลองหาวิธีแบบง่ายๆ ที่ทั้งประหยัดและไร้สารเคมี

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

-ขวดน้ำพลาสติกเปล่าๆ 1 ขวด

-คัตเตอร์

-น้ำอุ่น

-น้ำตาลทรายแดง

-ผงยีสต์

-กระดาษหนังสือพิมพ์

-เทปกาวติดกระดาษ

-ช้อนตวง

วิธีทำ

-ตัดขวดน้ำแยกส่วนท่อนบนและท่อนล่างออกจากกัน

-เอาฝาขวดน้ำออกจากปากขวด

-เทน้ำอุ่นลงไปในขวดพลาสติกท่อนล่างประมาณ 200 มิลลิลิตร ตามด้วยเทน้ำตาลทรายแดงตามลงไปประมาณ 50 กรัม

-เมื่อส่วนผสมเหล่านั้นเย็นลง ให้ใส่ผงยีสต์ 1 กรัมตามลงไป

-จากนั้นเอาขวดท่อนบนครอบทับกับขวดท่อนล่าง ก่อนจะนำกระดาษหนังสือพิมพ์ห่อขวดน้ำพลาสติกเพื่อไม่ให้ขวดโดนแสง

-ตั้งขวดไว้ในบริเวณที่มียุงอาศัยอยู่ ยีสต์จะเป็นตัวผลิตคาร์บอนไดออกไซด์และดึงยุงเข้ามาภายในขวดน้ำ

ที่มา>>>Sanook

ไขข้อสงสัย! “พาราเซตามอล” ทานเม็ดเดียว หรือ 2 เม็ด?

ไขข้อสงสัย! “พาราเซตามอล” ทานเม็ดเดียว หรือ 2 เม็ด?

ทุกครั้งที่เราอ่านฉลากข้างกระปุกยาพารา มักจะเขียนว่า ผู้ใหญ่ควรทาน 1-2 เม็ด ทุกๆ 4-6 ชั่วโมง หากบางคนจึงจัดไป 2 เม็ด หากเราทานตอน 6 โมงเช้า ทุก 4 ชั่วโมง ครั้งละ 2 เม็ด เท่ากับ  1 วันเราทานไป 10 เม็ด ซึ่งดูแล้วเป็นจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

แล้วทำไมหลายคนถึงเลือกที่ทานครั้งละ  2 เม็ด? เหตุด้วยว่าเริ่มมาจากที่บางคนมีอาการปวดหัวมาก คิดไปเองว่าพาราเม็ดเดียวไม่น่าจะเอาอยู่ เลยซัดไป 2 เม็ดแบบไม่คิดอะไรมาก เพราะเห็นว่าที่ฉลากเขียนว่ารับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด แต่ในความเป็นจริงแล้ว ครั้งละ 1 เม็ด ก็เพียงพอต่อการบรรเทาอาการปวดได้

นอกจากนี้ การรับประทานยาพาราเซตามอลมากเกินไป หรือติดต่อกันนานเกินไป ยังอาจทำให้มีความเสี่ยงในการเป็นโรคตับอักเสบได้อีกด้วย

พาราเซตามอล ทานเท่าไรถึงจะปลอดภัยต่อสุขภาพ?

ถึงแม้ว่าพาราเซตามอลจะเป็นยาสามัญประจำบ้านที่มีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังเป็นอันตรายต่อร่างกายได้หากทานมากเกินไป ดังนั้นควรทานครั้งละ 1 เม็ด และวันหนึ่งควรทานไม่เกิน 8 เม็ด ติดต่อกันไม่เกิน 5 วัน หากอาการยังไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์จะดีกว่าค่ะ

ภาพประกอบจาก istockphoto

ที่มา>>>Sanook

10 ประโยชน์ “เห็ดเข็มทอง” ลดน้ำหนัก-เบาหวาน

10 ประโยชน์ “เห็ดเข็มทอง” ลดน้ำหนัก-เบาหวาน

เห็ดเข็มทอง ทำอะไรก็อร่อย” เราเป็นคนหนึ่งที่เชื่ออย่างนั้นค่ะ เพราะไม่ว่าจะต้ม ผัด แกง ทอด ยำ นึ่ง ใส่ลงไปในเมนูไหนก็อร่อยไปหมด แล้วที่สำคัญ เห็ดเข็มทอง ไม่ได้อร่อยแต่เพียงอย่างเดียว เพราะยังมีประโยชน์อีกมากมาย ที่อ่านแล้วคุณต้องอยากพุ่งตัวออกไปซื้อมาทำอาหารทานทันที จะมีอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ

10 ประโยชน์ “เห็ดเข็มทอง”

1. ช่วยดักจับไขมันส่วนเกินในเลือด จึงช่วยลดน้ำหนักได้ และยังป้องกันโรคอ้วนได้อีกด้วย

2. ทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น

3. บำรุงผิวพรรณให้มีน้ำมีนวลขึ้น

4. ช่วยลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย

5. รักษาโรคตับ กระเพาะอาหาร และลำไส้เรื้อรัง

6. มีสารเฟรมมูลิน (Flammulin) ที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

7. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันโรคให้กับร่างกาย

8. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ จึงเหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

9. บำรุงสมอง เสริมสร้างความจำให้ดีขึ้น

10. กระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญในร่ายกาย ช่วยให้ร่างกายดูดซับสารอาหารได้ดียิ่งขึ้น

ถึงแม้ว่าเห็ดเข็มทองจะทำอาหารได้อร่อยทุกเมนู แต่อย่าลืมว่าเห็ดเข็มทอง ต้องล้างให้สะอาด ตัดรากออก และต้องทำให้สุกก่อนทานนะคะ อย่าเผลอทานดิบล่ะ

ภาพประกอบจาก istockphoto

ที่มา>>>Sanook

 

สะพรึง พบพยาธิยาว 5 เมตรในท้องผู้ป่วย เผยชอบกินซาชิมิ

 * สะพรึง พบพยาธิยาว 5 เมตรในท้องผู้ป่วย เผยชอบกินซาชิมิ *

พยาธิยาว 5 เมตร

แพทย์นำพยาธิตัวตืดยาว 5 เมตร ออกจากร่างกายคนไข้รายหนึ่ง เผยเกิดจากการทานเนื้อดิบ และซาชิมิ

วันที่ 22 มีนาคม 2559 เว็บไซต์มิร์เรอร์ มีรายงานเหตุชวนสะพรึงที่เป็นเหมือนฝันร้ายของผู้ที่ชื่นชอบการทานเนื้อดิบ เมื่อแพทย์ของโรงพยาบาลหมายเลข 303 ในเมืองหนานหนิง เมืองเอกของเขตปกครองตัวเองกวางซีจ้วง ในจีน ได้นำเอาพยาธิตัวตืดขนาดยาวถึง 5 เมตร ออกมาจากร่างกายของคนไข้ที่มารักษาโรคจากอาการปวดท้อง
รายงานเปิดเผยว่า คนไข้รายนี้คือ นายเฉิน วัย 45 ปี เขาเป็นผู้ที่ชื่นชอบทานเนื้อดิบของญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่าซาชิมิ โดยรับประทานทั้งเนื้อวัวดิบและปลาดิบ แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็ปวดท้องหนักมากจนต้องมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ซึ่งผลการตรวจพบว่าเขามีแขกไม่ได้รับเชิญอยู่ในตัวเป็นจำนวนมาก ทั้งยังพบตัวอ่อนและไข่ของพยาธิตัวตืดอยู่ในอุจจาระอีกด้วย

ในขณะเดียวกันตับของเขาก็ถูกโรคพยาธิใบไม้ในตับเล่นงาน จนเป็นที่มาของอาการป่วยต่าง ๆ อาทิ รู้สึกไม่สบายท้อง คลื่นไส้ และท้องร่วง ซึ่งพยาธิใบไม้เหล่านี้เข้าสู่ร่างกายของนายเฉินจากการรับประทานปลาดิบ ขณะที่พยาธิตัวตืดนั้นมาจากการรับประทานเนื้อวัวดิบ

เพื่อการรักษาแพทย์ได้ให้ยาพราซิควอนเทล (Praziquantel) ยารักษาโรคพยาธิซึ่งจะส่งผลให้พยาธิในตัวของคนไข้ตาย ก่อนขับถ่ายออกมาทางอุจจาระ ซึ่งหลังจากที่นายเฉินรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลได้ 5 วัน แพทย์ก็สามารถนำพยาธิตัวตืดขนาดยาว 5 เมตร ออกมาจากทวารหนักของคนไข้ได้ในที่สุด

อย่างไรก็ดี แม้ความยาวของพยาธิตืดวัวดังกล่าวจะยาวมากชนิดที่ว่ายาวกว่าความสูงคนเสียอีก แต่ก็เป็นความยาวปกติของพยาธิตัวตืด โดยมันสามารถยาวได้ถึง 10 เมตร หรือมากกว่านั้นก็เคยพบมาแล้ว

ทั้งนี้พยาธิเหล่านี้จะเข้าสู่ร่างกาย ของคนไข้ผ่านทางการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อน โดยจะเข้าไปพัฒนาและเติบโตอยู่ภายในลำไส้เล็ก และสามารถอาศัยอยู่ในร่างกายของโฮสได้นานร่วม 30 ปี

ภาพจาก sina.com.cn

เลี้ยงยังไงทำได้ขนาดนี้ ตูบแว้นมอเตอร์ไซค์ให้นายซ้อน เกาะดี ๆ นะผมจะพาซิ่ง !

 * เลี้ยงยังไงทำได้ขนาดนี้ ตูบแว้นมอเตอร์ไซค์ให้นายซ้อน เกาะดี ๆ นะผมจะพาซิ่ง ! *

หมาขี่มอไซค์

คลิปสุดฮาจากอินโดนีเซีย ตูบพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์สุดเฟี้ยว สวมแว่นกันแดดเท่ ๆ แว้นมอเตอร์ไซค์ให้นายซ้อน วางใจได้ ผมไม่พานายไปเทแน่นอนคร้าบ

เจ้าของสุนัขหลายคนคงรู้กันดีว่ามะหมาแต่ละตัวจะมีลักษณะนิสัยแตกต่างกันไป และบางตัวอาจมีความสามารถพิเศษที่ไม่เหมือนกันด้วย อย่างเจ้าหมาพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ของสมาชิกเฟซบุ๊กชาวอินโดนีเซีย ชื่อ Rendo Yehezkiel ที่มีหมาขี่มอเตอร์ไซค์ได้ !

ในคลิปวิดีโอ ซึ่งถูกโพสต์เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2559 ปรากฏภาพชายหนุ่มกับสุนัขคู่ใจ กำลังขี่มอเตอร์ไซค์ไปตามท้องถนนอย่างสนุกสนาน แต่ที่แปลกตากว่าปกติคือ คนขับเป็นมะหมา แต่คนซ้อนเป็นเจ้านายซะงั้น !?

แหม…ท่า ทางเจ้าหมาตัวนี้จะเป็นนักบิดชั้นเซียน ก็เล่นใส่แว่นกันแดดกันลมซะพร้อมสรรพขนาดนี้ จะบอกว่าไม่เตรียมตัวมาแว้นก็คงไม่เชื่อแล้วแหละ ! เหลือแค่หมวกกันน็อคกับแจ็คเก็ตหนังหล่อ ๆ สักตัว คงเท่ระเบิดเถิดเทิงน่าดูเลยเนอะ

คลิปวิดีโอนี้ได้รับความนิยมจากชาวเน็ตอย่างมาก มันถูกเข้าชมแล้ว 6 ล้านครั้ง และถูกแชร์ต่อกันไปแล้วมากกว่า 80,000 ครั้งเลยทีเดียว

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Rendo Yehezkiel

นักศึกษาหนุ่มทำพิมพ์จัดฟันจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ประหยัดได้กว่า 2.7 แสน

 * นักศึกษาหนุ่มทำพิมพ์จัดฟันจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ประหยัดได้กว่า 2.7 แสน *

พิมพ์จัดฟัน จากเครื่องพิมพ์ 3มิติ

หนุ่มนักศึกษาอเมริกัน ค้นพบหนทางประหยัดค่าใช้จ่ายสุด ๆ ทำพิมพ์จัดฟันจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ไม่ต้องเสียเงินเป็นแสนก็มีใช้

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2559 สำนักข่าว CNN รายงานว่า อามอส ดัดลีย์ นักศึกษาหนุ่มวัย 24 ปี จากนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา ทำพิมพ์จัดฟันแบบใสจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ประหยัดเงินได้กว่า 2.7 แสนบาท เผยใช้พิมพ์จัดฟันนี้มากว่า 4 เดือนแล้ว และมันใช้ได้ดีเลยทีเดียว

อามอส ดัดลีย์ เป็นนักศึกษาสาขาการออกแบบดิจิตอล เขาได้พบว่าตัวเองไม่สามารถยิ้มได้อย่างเต็มแก้ม เพราะไม่มั่นใจฟันของตัวเองเท่าไร แม้ว่าตอนเด็ก ๆ เขาจะเคยดัดฟันมาแล้ว แต่การที่เขาไม่ใส่รีเทนเนอร์ ทำให้ฟันเริ่มเคลื่อนอีกครั้ง จึงลองค้นข้อมูลเกี่ยวกับการทำพิมพ์จัดฟันบนอินเทอร์เน็ต ก่อนจะพบว่ามีราคาแพงมาก และรูปร่างของพิมพ์จัดฟันที่เห็น มันทำให้เขานึกถึงเครื่องพิมพ์ 3 มิติขึ้นมา

พิมพ์จัดฟัน จากเครื่องพิมพ์ 3มิติ

จากนั้นอามอสจึงได้ใช้ทักษะในสายการเรียน ทำพิมพ์จัดฟันจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังถูกนำมาใช้เพื่อการสร้างอุปกรณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน อามอสได้พิมพ์แบบดัดฟัน เพื่อใช้ดัดฟันมากว่า 4 เดือนแล้ว เขาบอกว่ามันเป็นตัวเลือกที่เยี่ยมมากสำหรับเขา เพราะการไปทำพิมพ์ฟันแบบใสกับศูนย์ทันตกรรม จะต้องเสียค่าใช้จ่ายได้มากถึง 2.7 แสนบาท แต่เมื่อนำเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3 มิติมาใช้ เขาเสียค่าใช้จ่ายแค่ไม่เกิน 2,100 บาท

อามอสบอกว่าที่ค่าใช้จ่ายในการทำพิมพ์จัดฟันแบบใสนั้นถูกมาก ๆ ก็เพราะเขาเสียแค่ค่าอุปกรณ์สำหรับนำมาทำเป็นแบบฟันและรีเทนเนอร์เท่านั้น

ภาพจาก Amos Dudley

ไวรัลทำชาวเน็ตงง ผู้หญิงในภาพนี้มีกี่คน มาพร้อมเฉลย

 * ไวรัลทำชาวเน็ตงง ผู้หญิงในภาพนี้มีกี่คน มาพร้อมเฉลย *

ผู้หญิงในภาพมีกี่คน

ผู้หญิงในภาพมีกี่คน ไวรัลใหม่ทำชาวเน็ตถกกันสนั่น หลังช่างภาพจากสวิตเซอร์แลนด์โพสต์ภาพนี้ลงไอจี นำกระแสภาพคล้ายจะลวงตากลับมาป่วนโซเชียลอีกรอบ

กลายมาเป็นไวรัลล่าสุดที่ชาวเน็ตต่างถกเถียงกันไปทั่วโลกซะแล้ว สำหรับภาพของหญิงสาวในชุดสีเทาที่หันหน้าเข้าหากระจก จนเกิดเป็นภาพลวงตาจนยากจะเดาว่าผู้หญิงในภาพนั้นมีอยู่กี่คนกันแน่

โดยเว็บไซต์ยูเอสทูเดย์ มีรายงานเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2559 ระบุว่า ภาพดังกล่าวซึ่งช่างภาพจากสวิตเซอร์แลนด์ชื่อ Tiziana Vergari ได้โพสต์ลงในอินสตาแกรมของเธอ ก่อให้เกิดกระแสทายกันสนั่นว่า ในภาพนี้มีผู้หญิงกี่คนกันแน่ ซึ่งคำตอบที่คนต่างคาดเดานั้นมีมากมายเหลือเกิน โดยที่ผู้คนเห็นพ้องกันมากที่สุดก็คือ 2 คน หรือไม่ก็ 4 คน

อย่างไร ก็ตามยังมีอีกหลายคนที่เห็นว่า ภาพดังกล่าวน่าจะมีเด็กผู้หญิงอยู่ 3 คนหรือไม่เช่นนั้นก็เป็นฝาแฝด 2 คู่ที่นั่งต่อกัน โดยสังเกตจากเด็กคนหน้าสุดที่มีการแสดงสีหน้าและแววตา ต่างไปจากภาพเด็กที่อยู่ด้านหลัง ๆ นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตเรื่องกำไลข้อมือของเด็กคนที่ 2 ด้วย

และใน ที่สุด สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ก็เผยว่า Vergari เจ้าของภาพดังกล่าวได้เข้ามาเฉลยแล้ว ยืนยันว่าเธอได้ถ่ายภาพของ 2 สาวพี่น้องที่หันหน้ามองกระจก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่วายมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเห็นกันอย่างต่อเนื่อง ถึงลักษณะการลวงตาของภาพดังกล่าว และคาดว่ากระแสการเดาว่ามีเด็กกี่คนในภาพนั้น คงจะยังไม่ซาลงง่าย ๆ

ภาพจาก Instagram tizzia