ชวดลดค่าโอนบ้าน!! ชาวเคหะฯปทุมฯ รอเก้อจนวันสุดท้าย โวย ธอส. เบี้ยวนัด

ชาวเคหะฯ ปทุมฯ นับพันคน รอเก้อจนล้น สนง.ที่ดิน โวย ธอส. เบี้ยวนัดโอนบ้านในวันสุดท้าย ที่จะมีการลดค่าธรรมเนียม กระตุ้นซื้อขายอสังหาฯ ตามมติ ครม. มีบางคนมารออยู่หลายวัน ไม่เห็นเจ้าหน้าที่ซักคนมารับเรื่อง ถามจะต้องจ่ายภาษีเพิ่ม ใครรับผิดชอบ…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เช้าจรดเย็นของวันที่ 28 เม.ย. 59 บริเวณสำนักงานที่ดิน จ.ปทุมธานี ได้มีชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ซื้อบ้านเอื้ออาทร ในเขตพื้นที่ อ.เมือง และ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี นับพันคน เดินทางมาเพื่อโอนบ้าน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่จะมีการลดค่าธรรมเนียม ตามมาตรการการสนับสนุน การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ตามมติคณะรัฐมนตรี แต่ปรากฏว่าชาวบ้านมารอกันเก้อ เนื่องจากไม่มีเจ้าหน้าที่ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ เดินทางมาแม้แต่คนเดียว ทำให้ชาวบ้านต่างออกมาโวยวาย ถึงการทำงานที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งแตกต่างกับทางธนาคารออมสิน ที่ส่งเจ้าหน้าที่ มารับเรื่องและดำเนินการให้กับลูกบ้านทุกคน

เรือตรีไตรรงค์ วิจิตร์ ลูกบ้านคนหนึ่ง ในฐานะประธานชุมชนเคหะลาดหลุมแก้ว 2 กล่าวว่า เนื่องจากทางการเคหะแห่งชาติ ได้มีการนัดลูกบ้านชาวเคหะฯ มาแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าทางธนาคารอาคารสงเคราะห์ ก็ไม่ส่งเจ้าหน้าที่มา รวมทั้งวันนี้ (28 เม.ย.) ซึ่งลูกบ้านจากหลายๆ โครงการที่มาแล้ว ก็ยังไม่เห็นเจ้าหน้าที่ธนาคารฯ มาเลย และวันนี้ถือเป็นวันสุดท้าย ตามที่มีการประกาศจากมติคณะรัฐมนตรี

“แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ ธอส.ไม่มา วันต่อไปเราก็จะเสียภาษีเพิ่มอีก 4000 กว่าบาท ทำให้ทุกครอบครัวจะต้องเดือดร้อน และทุกคนที่มานี่ บางคนมาก็หลายวันติดต่อกันแต่ไม่สามารถโอนได้ เพราะขาดหนังสือสัญญาจากธนาคาร จึงไม่ทราบว่าความผิดอยู่ที่ใคร และที่สำคัญหน่วยงานที่รับผิดชอบ ก็ไม่มีการส่งเจ้าหน้าที่ หรือตัวแทนมาพูดคุยกับชาวบ้านแต่อย่างใด”นางสมใจ ลูกบ้านอีกคน กล่าวว่า การเคหะฯได้มาแจ้งกับทางเราให้มารอ เพราะประสานกับทาง ธอส.ไว้แล้ว แต่ก็ไม่มีเจ้าหน้าที่ ธอส. มาเลย ชาวบ้านบางคนมาตั้งแต่ตีห้า จนถึงห้าโมงเย็น ก็ยังไม่มีใครมาจัดการเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ ทำให้ชาวบ้านบางราย ไปแจ้งความลงประจำวันไว้แล้ว ว่าเราได้มาแต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ ธอส. มา และไม่มีใครมารับเรื่อง

ทางด้าน นายสมบุญ รัตนปรีชาภักดี หัวหน้า สำนักงานการเคหะฯ อ.ลาดหลุมแก้ว กล่าวว่า โครงการนี้มีหลายโครงการ และทางการเคหะฯ ได้มีการประสานงานกับธนาคารทั้งสองที่ และได้มีการนัดกันไว้ว่าวันนี้ (28 เม.ย.) ให้ผู้อยู่อาศัยที่จะมาทำการโอนกรรมสิทธิ์ มารอที่ สำนักงานที่ดิน จ.ปทุมธานี แต่ปรากฏว่า ทางธนาคารอาคารสงเคราะห์ กลับไม่มีใครเดินทางมาดำเนินการให้กับชาวบ้านได้ มีเพียงธนาคารออมสินเท่านั้นที่ส่งเจ้าหน้าที่มาดำเนินการ ดังนั้นพวกเรา ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง โดยความผิดไม่ได้อยู่กับพวกเรา วันนี้ก็ได้แต่มีการเขียนคำร้องเอาไว้ แต่ก็ไม่รู้ว่าทางผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะดำเนินการให้พวกเราได้อย่างไร จึงขอฝากไว้ด้วยทางด้าน เจ้าหน้าที่ สำนักงานที่ดิน จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ทางที่ดินได้เตรียมความพร้อมไว้ตลอดเวลา และถ้าชาวบ้านนำเอกสารมาพร้อมและถูกต้อง รับรองว่าไม่มีการติดค้างเรื่องการดำเนินการแต่อย่างใด สำหรับมาตรการการสนับสนุน การซื้อขาย อสังหาริมทรัพย์ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2558 โดยให้จัดเก็บค่าธรรมเนียม การจดทะเบียน สิทธิและนิติกรรม ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ในอัตรา ร้อยละ 0.01 มาตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2558 จนถึงวันที่ 28 เมษายน 2559 นี้ ที่ผ่านมาได้มีการโอนโฉนดที่ดินตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2558 – 12 เม.ย. 59 โอนไปแล้ว 2,910 ราย และโอนอาคารชุด (ห้องชุด) 1,067 ราย

ที่มา>>>Thairath

สลด! สาว ป.โท ควบเบนซ์เสยท้ายสิบล้อดับ เสาเข็มพุ่งทะลุกระจก

สาว ป.โท นิสิตมหาวิทยาลัยดัง ขับรถเบนซ์เสยท้ายรถบรรทุกสิบล้อ ถูกเสาเข็มพุ่งทะลุกระจกเข้าที่นั่งคนขับ จนท.เร่งเข้าช่วยเหลือ แต่ยื้อชีวิตไว้ไม่ได้ ด้านโชเฟอร์คู่กรณีหลบหนีก่อนถูกตามจับ อ้างตกใจ ด้าน ตร.บางเขน เร่งตรวจวงจรปิด

เมื่อเวลา 01.20 น. วันที่ 28 เม.ย. 59 ร.ต.ท.คณิตนนท์ ถนอมศรี รอง สว.สส.สน.บางเขน รับแจ้งเหตุรถยนต์นั่งส่วนบุคคลชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณถนนประเสริฐมนูกิจ (เกษตร-นวมินทร์) ช่วงทางลงสะพาน แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นทางลงสะพานข้ามคลองบางบัว ช่วงขาเข้ามุ่งหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ช่วงระหว่างตอม่อที่ 34-35 บริเวณเลนซ้ายสุดพบรถบรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 50-6150 กรุงเทพมหานคร ของบริษัทรับตอกเสาเข็ม จอดอยู่ มี นายสุนทร ชนะบุญชัย อายุ 42 ปี เป็นผู้ขับขี่ ด้านท้ายรถบรรทุกพบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่นคอมเพรสเซอร์ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน 4กค 1484 กรุงเทพมหานคร สภาพรถด้านหน้าพังยับเยิน กระจกด้านหน้าแตกเพราะถูกเสาเข็มแทงเข้ามาภายในตัวรถทั้งหมด 5 ต้น โดยมี น.ส.ปรีย์วรา มังคละพิศาลกุล อายุ 35 ปี นิสิตมหาบัณฑิตสาขาวิชาบริหารการศึกษา ภาควิชานโยบายการจัดการและความเป็นผู้นำทางการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อยู่บ้านเลขที่ 514 ซ.เคหะร่มเกล้า 64 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง เป็นผู้ขับขี่ นอนหมดสติหายใจรวยรินอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องรีบเข้าช่วยเหลือเป็นการด่วนก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมาสลด!เสาเข็มพุ่งทะลุกระจกรถ ทำให้สาวป.โท ขับรถเบนซ์ เสียชีวิตอนาถ

จากการสอบสวน นายสุนทร ทราบว่า ขับรถบรรทุกมาจากมีนบุรี เพื่อนำเสาเข็มไปส่งตามจุดที่ได้รับหมอบหมาย ขณะกำลังวิ่งมาด้วยความเร็วปกติในเลนซ้ายสุด ได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรชนด้านท้ายรถจึงจอดรถลงมาดู พบว่ามีรถยนต์เบนซ์ถูกเสาเข็มที่บรรทุกมาเสียบเข้าไปภายในตัวรถ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าช่วยเหลือ ก่อนจะหลบหนีไปด้วยความตกใจและกลัวความผิด ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวและนำตัวมาสอบสวนต่อที่ สน.บางเขน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้แจ้งข้อหาใดๆ เพราะจะต้องทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดและสอบสวนคนขับรถบรรทุกเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเหตุ ส่วนศพนำส่งนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อหาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

รถพ่วงหักหลบกระบะชนท้ายพ่วง คว่ำขวางถนนเส้นบางปะกง เจ็บ 5

พ่อขับรถพ่วง 18 ล้อ พาเมียและลูกนั่งมาด้วย บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์จะไปแหลมฉบังยางรถระเบิด ต้องขับช้าๆ ชิดไหล่ทางหาร้านเปลี่ยนยาง แต่ถูกรถพ่วง 18 ล้อ บรรทุกข้าวสารเต็มคัน หักหลบไม่ทันพุ่งชนท้ายเต็มแรง ก่อนพลิกคว่ำขวางถนน เจ็บ 5…

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 28 เม.ย. 2559 ร.ต.ท.ชนะชัย ภูราช รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ตรวจสอบอุบัติเหตุรถชนบริเวณหน้านิคมอุตสาหกรรมเวลโกลว์ ถนนบางนา-ตราด กม.36 ช่องทางด่วน ขาเข้า จ.ชลบุรี หมู่ 5 ต.บางสมัคร พบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียนตัวแม่ 70-3576 นครสวรรค์ ทะเบียนตัวพ่วง 70-3577 นครสวรรค์ บรรทุกข้าวสาร จำนวน 320 กระสอบ พลิกคว่ำขวางถนน ทำให้ข้าวสารที่บรรทุกมาตกเกลื่อนถนน มี นายสนธยา บุญจำนง อายุ 39 ปี เป็นคนขับ และ น.ส.ปราณี สตรีจันทรา อายุ 27 ปี ภรรยา ได้รับบาดเจ็บ

ใกล้กันพบ รถบบรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียนตัวแม่ 79-5207 กรุงเทพมหานคร ทะเบียนตัวพ่วง 78-8522 กรุงเทพมหานคร บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์พลิกคว่ำตกข้างทาง ทำให้ นายพลวัฒน์ ล้อมกลาง อายุ 27 ปี คนขับ น.ส.พิชญากร ล้อมกลาง อายุ 27 ปี ภรรยา และ ด.ญ.พิชามญธุ์ ล้อมกลาง อายุ 4 ปี ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11

สอบสวนนายสนธยา ให้การว่า ขณะที่กำลังขับรถไปส่งข้าวที่ อ.บางปะกง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้ถูกรถบรรทุกอีกคันขับเบียดเลยหักหลบลงไหล่ทาง กระทั่งเจอรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อของนายพลวัฒน์ ที่ขับอยู่ไหล่ทางพอดีจึงพยายามหักหลบแต่ไม่พ้นจึงชนเข้าเต็มแรง ก่อนไถลเสียหลักพลิกคว่ำด้าน นายพลวัฒน์ ให้การว่าขณะที่กำลังขับรถไปส่งสินค้าที่ จ.ชลบุรี ระหว่างทางยางล้อหลังตัวแม่ฝั่งซ้ายเกิดระเบิด ทำให้ต้องลดความเร็วก่อนจะวิ่งไหล่ทางเพื่อหาร้านเปลี่ยนยาง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุโดยมองกระจกหลังเห็นรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อของนายสนธยา ขับเสียหลักมาด้วยความเร็ว จากนั้นได้ชนท้ายเต็มแรงจนเสียหลักพลิกคว่ำ ทำให้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงบางปะกงและหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ต้องปิดการจราจรเลนทางด่วนทั้งหมด โดยให้รถลัดออกช่องทางคู่ขนาน คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงในการเคลียร์เส้นทาง.

ที่มา>>>Thairath

อลังการธรรมชาติสร้าง! 10 ข้อเด็ด ‘นาคาน้อย’ เกาะภูริ สวรรค์บนท้องน้ำทะเล

เป็นเรื่องเป็นราวครึกโครมในช่วง 2-3 วันมานี้ เกี่ยวกับเรื่องเกาะส่วนตัวของครอบครัว หิรัญพฤกษ์ โดยดาราหนุ่ม ภูริ หิรัญพฤกษ์ ที่เรารู้จักกันดี ได้ออกมาเรียกร้องให้สังคมช่วยเหลือเรื่อง เกาะนาคาน้อย จ.ภูเก็ต หลังมีผู้แอบอ้างกรรมสิทธิ์ คุกคามผืนป่าโดยมิชอบเพื่อผลประโยชน์

ถึงจะพูดกันว่าเป็นเกาะส่วนตัว แต่จริงๆ แล้วครอบครัวหิรัญพฤกษ์ ไม่ได้เป็นเจ้าของทั้งเกาะ แต่เป็นเจ้าของที่ดินอยู่ส่วนหนึ่ง ซึ่งจะว่าไปแล้ว เกาะแห่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเกาะที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเที่ยวชมธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของเกาะแห่งนี้ได้

ใครที่สนใจอยากลองไปเที่ยว 10 ข้อต้องรู้เกี่ยวกับเกาะนาคาน้อยกันเสียหน่อย พร้อมแล้ว ตามมาทางนี้!

1. เกาะนาคาน้อย เป็นเกาะเล็กๆ ตั้งอยู่ในเขต ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต (อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะภูเก็ต) มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณร้อยกว่าไร่ และในบริเวณใกล้เคียงกันยังมีอีกเกาะชื่อว่า เกาะนาคาใหญ่

2. ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวมักจะรู้จักเกาะนาคาใหญ่มากกว่าเกาะนาคาน้อย แต่ทั้งสองเกาะก็ถือว่าเป็นเกาะที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ น่าเดินทางไปสัมผัส

3. สำหรับเกาะนาคาน้อย ครอบครัว หิรัญพฤกษ์ ไม่ได้เป็นเจ้าของทั้งเกาะ แต่เป็นเจ้าของที่ดินอยู่ประมาณ 53 ไร่ ตามที่ระบุไว้ในเอกสารสิทธิ นส.3ก. ประกอบไปด้วยที่ดินหน้าหาด ไปจนถึงบ้านพักและสวนมะพร้าวหลังบ้าน ส่วนพื้นที่ที่เหลืออีก 60% ของเกาะเป็นป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกเงือกภูริ หิรัญพฤกษ์ และ แอน อลิชา พาลูกในท้องมาพักผ่อนเกาะส่วนตัว

4. เกาะนาคาน้อย มีลักษณะเกาะเป็นรูปยาวรี มีหาดทรายขาวสะอาดและเงียบสงบ น้ำทะเลใสเหมือนคริสตัลตามเสน่ห์แบบทะเลฝั่งอันดามัน มีป่ามะพร้าวขึ้นหนาแน่น มีป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ และรอบๆ เกาะยังมีแนวปะการังที่สวยงามอีกด้วย

5. ที่นี่ไม่มีที่พักบริการ เหมาะสำหรับการเดินทางไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ แต่มีจุดไฮไลต์ที่น่าสนใจคือ เกาะแห่งนี้เป็นฟาร์มเลี้ยงหอยมุก ตั้งอยู่ทางเหนือของเกาะ โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเที่ยวชมได้

6. วิธีการเข้าชมฟาร์มหอยมุก นักท่องเที่ยวจะต้องทำเรื่องขออนุญาตจากทางฟาร์มก่อน เมื่อเข้าไปชมภายใน จะได้เห็นขั้นตอนการเลี้ยงหอยมุก เพื่อผลิตไข่มุกออกมาเป็นเครื่องประดับเลอค่าสวยงาม แถมยังได้เลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์จากไข่มุกในราคากันเอง นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและเครื่องดื่มบริการบนเกาะด้วย7. สำหรับใครที่ชอบเที่ยวแบบสะดวกสบาย ขอบอกว่า เกาะนาคาน้อย อาจจะไม่ตอบโจทย์คุณสักเท่าไหร่ เพราะเป็นเพียงเกาะเล็กๆ เท่านั้น ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกไว้บริการ แต่รับรองว่าถูกใจคนที่ชอบเที่ยวทะเลแบบสงบ ไม่วุ่นวายแน่นอน

8. ส่วนใครที่อยากพักสบายๆ แต่เดินทางมาเที่ยวที่นี่ได้ง่ายๆ แนะนำว่าให้หาที่พักบนเกาะนาคาใหญ่ จากนั้นค่อยหาซื้อทัวร์มาเที่ยวบนเกาะนาคาน้อยแบบไปเช้าเย็นกลับ ที่นี่มีหาดทรายที่ขาวละเอียดและมีความเป็นธรรมชาติอยู่สูงมาก ดีไม่ดีจะได้เห็นนกเงือก นกหายากของไทยอีกด้วยสวยสุดๆ

อยากไปสักครั้ง

9. หากสนใจเที่ยวเกาะนี้ อาจจะยุ่งยากนิดนึง เพราะต้องทำเรื่องขออนุญาตขึ้นเกาะ แต่ทั้งนี้นักท่องเที่ยวก็สามารถติดต่อซื้อทัวร์ไปเที่ยวได้ง่ายๆ

10. มีบริษัททัวร์ให้บริการนักท่องเที่ยวหลายเจ้า ซึ่งทางบริษัททัวร์จะเป็นผู้ประสานงานเรื่องการขออนุญาตให้เลย ซึ่งนักท่องเที่ยวก็จะได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น เกาะแห่งนี้สามารถเดินทางไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยขึ้นเรือได้ที่อ่าวปอ

ที่มา>>>Thhairath

คนฝรั่งเศสตกใจ อยู่ๆ แม่น้ำก็เปลี่ยนเป็น..สีเขียว

คนฝรั่งเศสตกใจ อยู่ๆ แม่น้ำก็เปลี่ยนเป็น..สีเขียว

ภาพแม่น้ำในฝรั่งเศส กลายเป็นสีเขียวอ่อนทั่วทั้งสาย สร้างความตกใจแก่สังคม ก่อนจะเฉลยว่าเป็นการรณรงค์สิ่งแวดล้อมทางน้ำ ที่ชาวเน็ตถกเถียงเรื่องความปลอดภัยของสัตว์น้ำ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดปรากฏการณ์สุดประหลาดขึ้นกับแม่น้ำสายหนึ่งในประเทศฝรั่งเศส เมื่ออยู่ๆ สายน้ำเปลี่ยนกลายเป็นสีเขียวอ่อน ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นประเด็นในโลกออนไลน์ทั่วเมือง กลายคนเป็นกังวลว่าอาจจะเป็นผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม

2411_1461717159

ตามรายงานระบุว่า ภาพถ่ายของแม่น้ำลอเด็ต ช่วงพาดผ่านเมืองกัมแปร์ ทางแคว้นตะวันตกของประเทศฝรั่งเศส เปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อนอย่างน่าประหลาดใจ กลายเป็นสิ่งที่คนท้องที่และนักท่องเที่ยวสงสัยเป็นอย่างมาก ซึ่งหลังจากที่กระแสดังกล่าวแพร่กระจายออกไป ทางหน่วยงานสิ่งแวดล้อมของฝรั่งเศส ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับกรณีนี้

2412_1461717160

หน่วยงานสิ่งแวดล้อมของฝรั่งเศส ได้โพสต์ผ่านทางเพจเฟซบุ๊กระบุว่า ปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสีที่แม่น้ำลอเด็ตเป็นหนึ่งในโครงการรณรงค์สิ่งแวดล้อมของหน่วยงาน เพื่อให้ผู้คนตระหนักถึงคุณภาพของแหล่งน้ำ ที่กำลังประสบปัญหาอย่างหนักทั่วโลก

2413_1461717160

ทั้งนี้ หน่วยงานดังกล่าวยืนยันว่า แม่น้ำที่เปลี่ยนสีในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการเพิ่มมลพิษทางน้ำแต่อย่างใด อีกทั้งสีเขียวอ่อนที่ย้อมลงแม่น้ำนั้นก็ไม่ได้ส่งผลกระทบหรือเป็นอันตรายต่อสัตว์และระบบนิเวศน์ใดๆ คาดว่าอีก 1-2 วัน สีของแม่น้ำจะกลับมาสู่สภาวะปกติ

2414_1461717161

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการหยิบยกไปถึงกรณีแม่น้ำย้อมสีที่เมืองชิคาโก เมื่อเทศกาลวันเซ็นต์แพทริกที่ผ่านมา ซึ่งมีการย้อมสีแม่น้ำให้เป็นสีเขียวอ่อนที่แสดงเป็นสัญลักษณ์ โดยเป็นการกระทำของมนุษย์ ทำให้ผู้คนในโลกออนไลน์ต่างกังวลอยู่ไม่น้อย เกี่ยวกับปัญหามลพิษที่จะตามมา แม้ว่าจะชี้แจงว่าไม่ได้สร้างปัญหาใดๆ ต่อสิ่งแวดล้อม

ที่มา>>>Sanook

เชียงใหม่ รถกระบะ ตกดอยอินทนนท์ ตาย 2 เจ็บ 5

รถกระบะ แหกโค้งหักศอก ตกดอยอินทนนท์ ชนต้นไม้ ที่เชียงใหม่ ดับ 2 เจ็บ 5 ราย เจ้าหน้าที่ลำเลียงศพขึ้นมาจากเหวลึก ประมาณ 30 ม. ขณะ ตร.เร่งสอบสาเหตุ พร้อมคุมตัวคนขับดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เวลาประมาณ 22.10 น. วันที่ 25 เม.ย.นี้ พ.ต.ท.ศิริพงษ์ สิงหราช รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเกิดเหตุรถยนต์ตกเขาที่ ถนนสายอินทนนท์–แม่แจ่ม ประมาณ กม.ที่ 9 หมู่ที่ 17 บ้านสันพัฒนา ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตาย หลายราย จึงได้รายงานให้พ.ต.อ.ณัชทสิษฐ์ บุญมาก ผกก.สภ.แม่แจ่ม พ.ต.ท.มังกร ดอกทุเรียน รอง ผกก.ป. พร้อมกับแพทย์ รพ.เทพรัตน์เวชชานุกุล ฝ่ายปกครองอำเภอแม่แจ่ม อส. และกู้ชีพเวียงพิงค์เชียงใหม่ เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ จนท.กู้ภัยฯ ลำเลียงร่างผู้เสียชีวิต จากอุบัติเหตุ รถกระบะตกดอยอินทนนท์ เชียงใหม่ ตาย 2 เจ็บ 5 ราย

ที่เกิดเหตุ เป็นทางลาดชันลึก ประมาณ 30 เมตร ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ลงไปตรวจสอบ พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ผว1771 เชียงใหม่ และมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย และบาดเจ็บ จำนวน 4 คน จึงได้ลำเลียงทั้งคนเจ็บคนตายขึ้นมาก่อน ทราบชื่อผู้เสียชีวิต นางจารี คันที อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 2 ต.แม่ศึก และนายสุพัฒน์ พลตรี อายุ 63 ปี เป็นชาว อ.ศรีชมพู จ.ขอนแก่น ส่วนผู้บาดเจ็บ จำนวน 5 ราย มี นายกิตติพร แสนหาญ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90 หมู่ 3 ต.น้ำโสม อ.น้ำโสม เป็นคนขับรถยนต์ น.ส.วิภาพร วิจิตรโยธิน อายุ 15 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74 หมู่ 2 ต.แม่ศึก น.ส.นวรัฐ ดาราฐิติกุล อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2 หมู่ 2 ต.แม่ศึก นายหนูกัน คันที อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 121 หมู่ 2 ต.แม่ศึก ด.ญ.พิชญา คันที อายุ 3 ปี นายบุญทิน ยางราช อายุ 52 ปี อยู่ บ้านท่าโสม ต.ศรีสำราญ อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ถูกนำส่ง รพ.เทพรัตน์เวชชานุกุล

ส่วนสาเหตุทางตำรวจสอบสวนผู้บาดเจ็บ ทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.10 น. ได้นั่งรถมา นายกิตติพร เป็นคนขับ ได้มุ่งหน้าจาก อำเภอจอมทอง จะไปยังอำเภอแม่แจ่ม ช่วงเส้นทางดอยอินทนนท์ เข้า แม่แจ่ม เป็นช่วงทางโค้งหักศอกลงเขา ทำให้คนขับไม่สามารถบังคับรถได้ จึงเสียหลักพุ่งตกไปลงไปข้างทางเป็นทางลาดชันชนต้นไม้ระเนระนาด ทำให้ผู้ที่นั่งหลังรถกระบะถูกเหวี่ยงออกจากรถได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตาย ส่วนตัวรถตกลงเขาไปประมาณ 30 เมตร จึงชนกับต้นไม้ใหญ่จนสงบนิ่งในสภาพพังยับ ซึ่งทางตำรวจ จะได้ควบคุมตัวคนขับไว้สอบสวนดำเนินคดีต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

แสนสำราญ เจ้าทุยลงแช่ปลัก! ชาวนาใจดี ลงทุนสูบน้ำให้คลายร้อน

ชาวนาที่นครสวรรค์ นอกจากตัวเองต้องเดือดร้อนจากภัยแล้ง น้ำแห้งขอด ซ้ำอากาศร้อนจัด ควายที่เลี้ยงไว้ 1 ฝูง ยังออกอาการหงุดหงิด ไม่มีปลักโคลนให้ลงแช่ ตัดสินใจลงทุนสูบน้ำบาดาลสร้างเป็นปลักชั่วคราวให้เจ้าทุย ได้ลงแช่กันเป็นที่สำราญ…

วันที่ 25 เม.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือในพื้นที่ ต.ลาดยาว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ รายหนึ่ง ชื่อนายอุดม พิลึก ได้ลงทุนสูบน้ำบาดาลทำปลักโคลนให้กับกระบือที่เลี้ยงไว้จำนวน 7 ตัว ได้คลายร้อนและลงนอนแช่ปลัก หลังจากสภาพอากาศในพื้นที่ ร้อนอบอ้าวติดต่อกันหลายวัน ขณะที่ภัยแล้งในปีนี้ ทำให้แหล่งน้ำที่มีอยู่แห้งขอดนายอุดม พิลึก เกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือ กล่าวว่า ในพื้นที่ประสบกับปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก แหล่งน้ำตามธรรมชาติตามคลอง หนอง บึง ที่กระบือเคยนอนแช่ปลักก็ไม่มีเหลือ ประกอบกับสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้กระบือที่เลี้ยงไว้เกิดเครียด มีอาการดุร้าย และหงุดหงิด จึงต้องแก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยการสูบน้ำบาดาลขึ้นมาและปล่อยทิ้งไว้ เพื่อให้กระบือได้นอนแช่อยู่ในปลักโคลนอย่างที่มันชอบ

“จะสังเกตได้ว่าหลังจากควายลงไปแช่อยู่ในปลักโคลนเป็นเวลานานๆ เมื่อคลายร้อนได้ระดับหนึ่งแล้ว ก็จะขึ้นมากินหญ้าอยู่ในบริเวณใกล้ๆ แล้วลงไปแช่ในปลักโคลนอีก ซึ่งการได้แช่ปลัก ทำให้พวกมันคลายเครียดได้เป็นอย่างมาก” นายอุดม กล่าว. 

ที่มา>>>Thairath

หนุ่มกรุงเก่าพาพวกเล่นเจ็ตสกี เจอลูกระเบิดโผล่ใต้สะพานเจ้าพระยา

ชวนกันมาเล่นเจ็ตสกี ตั้งแต่เช้ายันเย็น ถึงกับผงะ! เจอลูกระเบิดอยู่ใต้สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ม.3 ต.บ้านรุน จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดอีโอดี เข้าเก็บกู้-ทำลายได้ทัน คาดของกลุ่มโจ๋ โยนทิ้งช่วงสงกรานต์…

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 24 เมษายน ร.ต.ท กิติศักดิ์ อุดมรักษ์ ร้อยเวร (สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่มาเล่นเจ็ตสกีว่า พบลูกระเบิดถูกทิ้งเอาไว้ใต้สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ม.3 ต.บ้านรุน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดอีโอดี เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเข้าตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุอยู่ริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา พบลูกระเบิดจำนวน 1 ลูก ถูกพันไว้ด้วยผ้าเทปสีดำ สภาพพร้อมใช้งาน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดอีโอดี เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด จึงได้เคลียร์พื้นที่กันประชาชนที่มุงดูออกห่างจากรัศมี 15 เมตร เพื่อป้องกันความปลอดภัย หลังจากเข้าเก็บกู้ระเบิดแล้ว ได้ตรวจสอบพบเป็นระเบิดขว้าง รุ่น BRITISH MILLS 36 M ผลิตในประเทศอังกฤษ ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยพบมากหนัก หากถูกใช้งานจะมีอานุภาพทำลายล้างไกลกว่า 15 เมตร โชคดีที่ระเบิดไม่ได้ถูกแกะสลักออก ไม่เช่นนั้นอาจเกิดความสูญเสียได้ เบื้องต้นจะนำลูกระเบิดไปทำลายจากการสอบถาม นายชัชชัย กิตติไชย อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 134/17 ม.5 ต.บ้านเกาะ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ที่พบลูกระเบิดทราบว่า ตนและเพื่อนๆ ชมรมเจ็ตสกีอยุธยา ได้นัดร่วมตัวกันเมื่อช่วงสายๆ เพื่อมาเล่นเจ็ตสกีในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยก่อนที่จะนำเจ็ตสกีลงน้ำ ยังไม่พบระเบิดเนื่องจากน้ำยังขึ้นอยู่ แต่พอช่วงเย็น ตนและเพื่อนๆ เล่นเจ็ตสกีเสร็จก็จะกลับเข้าฝั่งเพื่อนำเจ็ตสกียกขึ้นรถกลับบ้านกัน ช่วงนั้นน้ำได้ลดลง จึงทำให้ระเบิดโผล่ขึ้นมาให้เห็น ด้วยความตกใจจึงรีบโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบร.ต.ท กิติศักดิ์ เปิดเผยว่า ลูกระเบิดที่พบคาดจะเป็นของวัยรุ่น ซึ่งขี่รถจักรยานยนต์ข้ามสะพานแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วพบเห็นด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา และทหารที่ตั้งด่านตรวจเข้มในช่วงสงกรานต์ จึงได้หยุดรถแล้วโยนทิ้งลงมาจากบนสะพานข้ามแม่น้ำ เพราะกลัวว่าอาจจะถูกตำรวจตรวจค้นและถูกจับกุมได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบสวนหาผู้ที่นำระเบิดมาทิ้งไว้เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

ตร.สะเดา ไล่ล่าระทึก! ยิงล้อรถจนสิ้นฤทธิ์ รวบ 2 หนุ่มแก๊งไอซ์

ตร.สะเดา ล่อซื้อ รวบ 2 หนุ่มส่งยาไอซ์ ปิดซอยไล่ล่าระทึก ท่ามกลางไทยมุงนับร้อยคน ต้องยิงล้อรถสกัด หลังถอยหนีชน จยย.พ่วงถังแก๊ส และเก๋งนักท่องเที่ยวมาเลย์ พบประวัติเพิ่งพ้นโทษไม่นาน กลับมาทำซ้ำอีก…

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 24 เม.ย. พ.ต.ต.รุ่งฤทธิ์ สุดแป้น พร้อมตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด เข้าจับกุม 2 หนุ่มได้ที่หน้าโรงแรมไอพีดี ในซอยไทยจังโหลน 8 เขตเทศบาลตำบลสำนักขาม อ.สะเดา หลังจากสายได้ทำการล่อซื้อยาเสพติด พร้อมนัดส่งมอบในซอยดังกล่าว

เมื่อถึงเวลา นายอรรถนพ มณีโรจน์ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 ถนนรวมไทย อ.สะเดา พร้อมนายมโณมารถ สังคหะสุวรรณ อายุ 33 ปี ขับรถปิกอัพ ยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน แคป ทะเบียน ขต 8755 สงขลา นำยาไอซ์มาส่ง ตำรวจจึงแสดงตัวจับกุมโดยการจอดรถปิดซอย คนร้ายไหวตัวเห็นท่าไม่ดี จึงถอยรถเพื่อหลบหนี ไปชนรถเก๋งยี่ห้อ คันซิล ทะเบียน KDJ 6887 ของนายวอง พัวเปง อายุ 59 ปี นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียได้รับความเสียหายด้านหน้ายุบเครื่องพัง และยังถอยไปชนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างบรรทุกถังแก๊สลากไปไกลกว่า 15 เมตร ขณะที่นายอับดุลฮาเลม อีแต บ้านอยู่อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี กระโดดหลบทันจึงรอดจากโดนรถเหยียบ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจยิงล้อรถสกัด ทำให้ 2 หนุ่มยอมจนมุม ท่ามกลางไทยมุงและมาเลเซียมุงดูนับ 100 คน

จากการตรวจค้นพบยาไอซ์ 6 ถุง น้ำหนัก 43 กรัม พร้อมโทรศัพท์ 3 เครื่อง บัญชีรายชื่อลูกค้า 1 เล่ม ตำรวจนำตัวไปขยายผลและทำการตรวจค้นที่บ้านพัก พบว่าทั้ง 2 เพิ่งออกจากคุกในคดียาเสพติดเมื่อไม่นานมานี้ และกลับมาค้ายาอีก.

ที่มา>>>Thairath

สลด! ฆ่ายกครัวมะกัน 8 ศพที่โอไฮโอ คนร้ายสุดเหี้ยม จ่อยิงหัว

ฆาตกรรมสะเทือนขวัญ…ยิงสังหารโหด จ่อศรีษะ คนในตระกูลเดียวกันดับสยองถึง 8 ศพ ที่รัฐไอไฮโอ ในสหรัฐฯ ตร.เร่งไล่ล่าติดตามจับกุมคนร้าย เบื้องต้นยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจ

เมื่อวันที่ 23 เม.ย.59 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเกิดเหตุสุดสลด พบศพชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นสมาชิกในตระกูลเดียวกันโดนฆาตกรรม จ่อยิงเข้าที่ศีรษะเสียชีวิตถึง 8 ศพ ในพื้นที่ 4 แห่งใกล้ๆกัน ในเขตเมืองไปค์ตัน ทางตอนใต้ของเมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐฯ เมื่อ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐฯชี้ว่าในจำนวนเหยื่อทั้ง 8 ราย บางคนถูกยิงอย่างเหี้ยมโหดขณะพวกเขานอนหลับ และขณะนี้ เจ้าหน้าที่กำลังติดตามจับกุมคนร้าย หรืออาจเป็นกลุ่มคนร้ายที่ร่วมมือก่อเหตุ ซึ่งเชื่อว่ามีอาวุธปืนอยู่ในครอบครอง และจะเป็นอันตรายกับสมาชิกในครอบครัวนี้ที่ยังมีชีวิตรอด

ข่าวแจ้งว่า ในจำนวนเหยื่อเคราะห์ร้ายที่ถูกฆาตกรรม 8 คน นั้น ประกอบด้วยผู้ใหญ่ 7 คน และอีกคนเป็นวัยรุ่นวัย 16 ปี อีกทั้งผู้เสียชีวิตยังมีหญิงที่เป็นแม่ของเด็กวัย 4 ขวบรวมอยู่ด้วย และเธอถูกยิงเสียชีวิตขณะลูกน้อยกำลังนอนอยู่เคียงข้างเธอ โดยเด็กวัย 4 ขวบ เป็นหนึ่งในเด็กรวม 3 ราย อีก 2 ราย อายุ 6 เดือน และ 3 ขวบที่รอดตายจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น นายชาร์ลส์ รีดเดอร์ นายอำเภอไปค์เคาตี้ ไม่ได้เปิดเผยชื่อผู้ต้องสงสัยลงมือก่อเหตุ หรือมูลเหตุจูงใจในการก่อฆาตกรรม เพียงแค่ระบุว่า เหยื่อที่เสียชีวิต เป็นคนในตระกูลโรเดน พร้อมกับแนะนำให้สมาชิกในตระกูลนี้ควรระวังตัวอย่างมากและเฝ้าระวังอันตรายเป็นพิเศษ.

ที่มา>>>Thairath