เจมส์ เจ้าตูบแสนรู้จาก “ขำกลิ้งลิงกับหมา” ตายแล้ว

 * เจมส์ เจ้าตูบแสนรู้จาก “ขำกลิ้งลิงกับหมา” ตายแล้ว *

เจมส์ หมาพิกบลู ขำกลิ้งลิงกับหมา

สำนักข่าวไทย รายงานว่า เจ้าเจมส์ สุนัขพิทบูลคู่หูปังคุงจากรายการดังของญี่ปุ่น “ขำกลิ้งลิงกับหมา” ตายแล้วเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2559 ด้วยอายุ 12 ปี ส่วนปังคุงยังอยู่ดีในสวนสัตว์อะโซของญี่ปุ่น อายุได้ 15 ปีแล้ว

เจมส์ เป็นสุนัขบูลด็อกที่เกิดเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2546 โด่งดังเป็นที่รู้จักในเมืองไทยเมื่อปี พ.ศ. 2550 หลังจากที่มีการนำรายการวาไรตี้ฮา ๆ ของญี่ปุ่น “ขำกลิ้งลิงกับหมา” มาออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ทีวี

ขำกลิ้งลิงกับหมา เป็นรายการวาไรตี้บอกเล่าเรื่องราวระหว่าง ปังคุง ชิมแปนซีน้อย กับ เจมส์ สุนัขคู่หู ที่ได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจต่าง ๆ ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น ไปทะเล ไปหาหมอ ไปสวนสนุก ไปซื้อของ เป็นต้น โดยช่วงที่รายการถูกนำมาออกอากาศในไทย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็ชื่นชอบกันมาก เพราะปังคุงกับเจมส์เป็นคู่หูที่แสนรู้ ทำอะไรก็ดูน่ารักน่าชังไปหมด

กระปุกดอทคอมก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับการสูญเสียเจ้าเจมส์มา ณ ที่นี้ และแล้วปังคุงและเจมส์ก็เหลือแค่ตำนานให้คิดถึงเท่านั้น

ภาพจาก 阿蘇カドリー・ドミニオン, Baggy Bulldogs

หนักกว่านี้ก็เจอมาแล้ว ‘แดน’ ขำๆ เจอตั้งเพจ ‘ทวงคืนแพตตี้อังศุมาลินจากแดนวรเวช’

แพท1

แม้ความรักระหว่าง แดน วรเวช ดานุวงศ์ กับ แพทตี้ อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา จะหวานชื่นกันดีไม่มีปัญหา แต่ในโซเชียลเน็ตเวิร์คกลับมีคนตั้งแฟนเพจเฟซบุ๊ก ‘ทวงคืนแพตตี้อังศุมาลินจากแดนวรเวช’ แถมมีคนกดไลค์กว่า 20,000 คน เจอทวงกันโต้งๆ แบบนี้เห็นทีต้องถามหนุ่มแดนว่ารู้สึกอย่างไรบ้าง

“เห็นครับ ก็ตลกดีนะ จริงๆ แล้วมันเป็นเพจที่ไม่ได้ซีเรียส จะทวงคืนกันโหดร้ายขนาดนั้น ออกแซวๆ กันมากกว่า” แดนว่ายิ้มๆ

ก่อนจะบอกต่อว่ากระแสคอมเม้นท์ทางด้านลบนั้นเจอมาตั้งแต่แรก เพราะมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบในการคบกันของทั้งคู่ ดังนั้นจึงแค่ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ซึ่งเพจดังกล่าวแพทตี้น่าจะได้เห็นแล้วแต่คงไม่ได้ซีเรียส เพราะมองเป็นการแซวกันมากกว่าจะมองเป็นกระแสต่อต้าน ส่วนที่ว่าแฟนคลับแพทตี้เป็นคนทำขึ้น อันนี้ตนไม่ทราบ

แพท2

“สิ่งที่ผมเห็นมันไม่ได้แรงนะ มันจิกกัดแบบเรารู้สึกถึงการหยอกล้อมากกว่า ถ้าเกิดเทียบกับช่วงแรกๆ อันนั้นอีกความรู้สึกนึง แต่ตอนนี้ผมว่าอารมณ์แซวเล่นกันมากกว่า ผมว่าก็ตลกดี ล่าสุดเห็นมีทวงคืนกันไปทวงคืนกันมา ถ้าเกิดว่ามาในทิศทางนี้เราก็โอเค หยอกล้อกัน ซึ่งดูผ่านๆ อันที่คนเขาแชร์กันเยอะๆ มันก็จะเด้งมา ก็เออตลกดี ผมว่าแพทก็น่าจะตลกดี ได้คุยกันน้อยมากเลยครับ แบบเห็นหรือยังอันนี้ เขาก็เห็นแล้วตลกดี” แดนกล่าว

แพท3

และต่อคำถามที่ว่ากลัวเรื่องราวจะบานปลายไหม แดนบอก “ไม่หรอก เราเชื่อว่าสิ่งที่เราทำ การที่เราคุยกัน สถานะเราตอนนี้ เราไม่ได้ทำอะไรที่ประเจิดประเจ้อที่มันดูไม่ดีในสายตาของคน ก็ปล่อยผ่านครับ ไม่มีอะไร อย่างที่บอกก็แซวกันไปมา เรารู้สึกว่ามันมีมานานแล้ว แต่คงมาหนักๆ ช่วงที่ผมกับน้องไปเที่ยวกันต่างประเทศ ตอนนั้นผมลงรูปเยอะมาก ปกติผมไม่ค่อยลงรูป”

แพท4

ขอขอบคุณภาพจาก อินสตาแกรม@danworrawech

ที่มา>>>sanook

เจมส์ คู่หูปังคุงจาก “ขำกลิ้งลิงกับหมา” ตายแล้ว

ปังคุง

เฟซบุ๊กแฟนเพจสวนสัตว์ อาโซ คัดดลี่ โดมิเนี่ยน (Aso Cuddly Dominion) ในญี่ปุ่น เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา “เจมส์” สุนัขบูลด็อกสีขาว ได้เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 12 ปี ซึ่งถ้าเทียบกับอายุมนุษย์ประมาณ 80 ปี

เจมส์ โด่งดังจากการเป็นคู่หูกับ “ปังคุง” ลิงชิมแปนซี ในรายการวาไรตี้เกี่ยวกับสัตว์ “เทนไซ ชิมุระ โดบุทสึเอ็น” (Tensai! Shimura Doubutsuen) ทางช่อง NTV หรือที่ไทยซื้อลิขสิทธิ์เข้ามาฉายในชื่อรายการ “ขำกลิ้งลิงกับหมา” เมื่อ 9 ปีก่อน

ด้าน ปังคุง เมื่อปี 2012 ปังคุงไปทำร้ายเจ้าหน้าที่ฝึกหัดหญิงคนหนึ่ง จึงต้องเกษียณงานจากการแสดงทั้งหมดที่ทำอยู่ โดยเมื่อเดือน ก.ย.2558 มีรายงานว่า ปังคุงกับภรรยาชื่อว่า “โปโกะจัง” เพิ่งจะมีลูกสาวตัวใหม่ชื่อว่า “พูรินจัง” ซึ่งทางสวนสัตว์เปิดรอบให้เข้าไปชมและถ่ายรูปได้แล้ว

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก阿蘇カドリー・ドミニオン

ที่มา>>>sanook

พลิกมุมสู้ฉลุยโลด! เกษตรกรหญิงทำนาปรังเจ๊ง หันปลูกมะเขือเทศพันธุ์เด็ด รายได้งามโกยวันละ 2 พัน

มะเขือเทศ1

เกษตรกร ตำบลนาตงวัฒนา ตำบลบ้านแป้น อำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร ประสบปัญหาเพลี้ยระบาดข้าวนาปรัง ทำการไถกลบหันมาปลูกมะเขือเทศพันธุ์อิหล่า พืชอายุสั้น ใช้น้ำน้อย ลงทุน 5 พันบาท ในพื้นที่ 4 ไร่ ปลูกเพียง 2 เดือน เก็บผลผลิตรายได้งามวัน ละ 2,000 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศใน จ.สกลนคร ช่วง 3-4 วัน ที่ผ่านมา อุณหภูมิสูงเฉลี่ย 37-38 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มตัว ตามมาด้วยปัญหาภัยแล้งที่คืบคลานมาพร้อมกัน ส่งผลให้แหล่งน้ำทางการเกษตรแห้งขอด กระทบไปทุกหย่อมหญ้า เกษตรได้รับผลกระทบจากการเพาะปลูก และการเลี้ยงปศุสัตว์ ต้องต่างพากันปรับตัวสู้กับสถานการณ์ โดยเฉพาะข้าวนาปรังปีนี้เสียหายหมดกลายเป็นพื้นที่โล่งให้เห็น บางรายปล่อยที่นาทิ้งไว้รอฤดูฝนทำนาปี แต่ส่วนใหญ่ต้องดิ้นรนหารายได้เลี้ยงชีพ เช่นกัน กับเกษตร ใน ต.นาตงวัฒนา อ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร ต่างพากันหันมาปลูกมะเขือเทศส่งขายโรงงานในช่วงแล้งนี้

นาง เพชรมณี โพธิ์บุญเรือง อายุ 43 ปี เกษตรกร บ.นาตงใหญ่ กล่าวว่า ตนประสบปัญหาทำนาปรัง เนื่องจากขาดน้ำและประสบปัญหาเพี้ยระบาด พยามแก้ไขแล้วแต่ดูท่าจะไม่ไปรอด จึงไถกลบหันมาปลูกมะเขือเทศรวมกับกลุ่มกับเกษตรกรรายอื่นๆ แล้วติดต่อโรงงานมาตั้งจุดรับซื้อในตำบล สำหรับมะเขือเทศเป็นพันธุ์อิหล่า (มข.0.2) เป็นพันธุ์ที่นิยมนำไปผลิตเป็นซอสมะเขือเทศ โดยเริ่มแรกลงทุนเพียง 5,000 บาท เพาะปลูกในพื้นที่ 4 ไร่ ปลูกมาตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปีก่อน ดูแลง่าย โตเร็ว น้ำหนักเยอะ ใช้น้ำน้อย ทนโรค ตอนนี้ สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว โดยมะเขือเทศที่ส่งขาย ผู้รับซื้อจะมารับซื้อ ในราคา กิโลกรัมละ 2.70 บาท ใน 1 วันตนและครอบครัว จะเก็บมะเขือเทศ ได้ 900-1,000 กิโลกรัม รายได้เฉลี่ย 1,500-2,000 บาท ต่อวัน

นาง เพชรมณี โพธิ์บุญเรือง กล่าวอีกว่า น้ำเพาะปลูกใช้น้ำจากลำห้วยตง เดิมเจอสภาพน้ำตื้นเขิน สูบน้ำมารดมะเขือเทศไม่ได้เพราะมีวัชพืชจำนวนมาก แต่เมื่อนายเอกภพ โสภณ นายอำเภอโพนนาแก้วและชาวบ้าน ได้ช่วยกันทำการมาช่วยกันขุดลอก ตอนนี้ทำให้น้ำไหลสะดวกและมีน้ำเพิ่มมากขึ้น คาดว่าจะเก็บผลผลิตมะเขือเทศโดยมีน้ำจากลำห้วยตงไปจนถึงปลายเมษายน ซึ่งก่อนการขุดลอก คิดว่าจะสามารถมีน้ำเพาะปลูกภายในสิ้นเดือน มี.ค.เท่านั้น

มะเขือเทศ2

ที่มา>>>sanook new

เด็ดขาด! สมาคมฯประกาศตัดสิทธิ์ 4 ทีมภาคใต้ลีกภูมิภาคแล้ว

สมาคม1

หลังจากมีปัญหาคาราคาซังเกี่ยวกับการฟ้องร้องของทีมในลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 (อ่านข่าว“เสธโต” เผยข่าวช็อก “อนงค์ฟ้องศาล” ส่อแววทีมชาติไทยถูกฟีฟ่าแบน)

ล่าสุดทางเพจ Fair ของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ประกาศว่า สมาคมฯ ได้ตัดสิทธิ์สมาชิกสโมสรที่ไม่ดำเนินการยื่นคำร้องถอนฟ้องต่อศาลแล้ว

โดยสโมสรที่โดนตัดสิทธิ์ทั้ง 4 ทีมภาคใต้ระดับลีกภูมิภาค ได้แก่ สุราษฎร์ เอฟซี, ยะลา ยูไนเต็ด, พังงา เอฟซี และ ปัตตานี เอฟซี โดยมีใจความตามหนังสือดังนี้

สมาคม2

ที่มา>>>sanook new

สุดฉงน ! พบสัตว์ประหลาดยักษ์ขนาด 4 เมตร ถูกซัดเกยตื้นที่เม็กซิโก

 * สุดฉงน ! พบสัตว์ประหลาดยักษ์ขนาด 4 เมตร ถูกซัดเกยตื้นที่เม็กซิโก *

สัตว์ประหลาดยักษ์ เกยตื้น เม็กซิโก

สัตว์ประหลาดยักษ์ เกยตื้น เม็กซิโก

สุดฉงน ! พบสัตว์ประหลาดยักษ์ขนาด 4 เมตร ถูกซัดเกยตื้นที่ชายหาดในเม็กซิโก ชาวเน็ตต่างคาดเดา ที่แท้เป็นตัวอะไรกันแน่

วันที่ 11 มีนาคม 2559 เว็บไซต์เดลี่เมล มีรายงานว่า ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่อยู่บริเวณชายหาดบอนฟิล ในเมืองอากาปุลโก ของเม็กซิกัน มีอันต้องตกตะลึงไปตาม ๆ กัน เมื่อได้พบสัตว์ทะเลขนาดยักษ์ที่แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญยังไม่สามารถระบุสายพันธุ์ได้ ถูกคลื่นซัดขึ้นเกยชายฝั่งบนหาดดังกล่าว

และนั่นทำให้ผู้คนต่างมารุมถ่ายรูปสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ ขนาดยาวร่วม 4 เมตร พร้อมแชร์ภาพออกไปทั่วโซเชียลมีเดีย โดยต่างก็คาดเดากันไปสารพัดว่าแท้ที่จริงแล้วสัตว์น่าตาประหลาดที่เห็นอยู่นี้ เป็นสัตว์ชนิดใดกันแน่ โดยบ้างก็ว่าอาจจะเป็นสายพันธุ์หนึ่งของปลาหมึกยักษ์ หรือวาฬ ก็เป็นได้

ขณะที่ โรซ่า คามาโช ผู้ประสานงานของหน่วยงาน Civil Guard and Fire Brigade เชื่อว่า สัตว์ตัวนี้ไม่น่าจะตายมานานเท่าไรนัก แม้ว่าจะมีสภาพที่ดูค่อนข้างยุ่ยก็ตาม เขาไม่ทราบว่ามันเป็นสัตว์ชนิดใด แต่มันก็ไม่มีกลิ่นเหม็น ๆ ลอยออกมา

ภาพจาก video lazy สมาชิกยูทูบดอทคอม

ผู้โดยสารสาวตบกันนัวกลางเครื่องบิน เหตุเมาเปิดเพลงออกลำโพง

 * ผู้โดยสารสาวตบกันนัวกลางเครื่องบิน เหตุเมาเปิดเพลงออกลำโพง *

ผู้โดยสารเครื่องบินตบกัน

ผู้โดยสารเครื่องบินตบกัน

เกิดชุลมุนวุ่ยวาย เมื่อผู้โดยสารสาว 5 ราย เปิดศึกวางมวยทะเลาะตบตีกันสนั่นกลางเครื่องบิน ทำผู้โดยสารแตกตื่นทั้งลำ หลังไม่ลงรอยกันเรื่องเปิดเพลงออกลำโพง

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2559 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยคลิปวิดีโอพร้อมรายงานว่า เกิดเหตุผู้โดยสารหญิงจำนวน 5 ราย เปิดศึกทะเลาะวิวาทบนเครื่องบินของสายการบินสปิริต แอร์ไลน์ส ของสหรัฐอเมริกา เที่ยวบิน 141 จากเมืองบัลติมอร์ ในรัฐแมริแลนด์ มุ่งหน้ายังลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากหญิง 2 รายซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา เปิดเพลงผ่านลำโพงเสียงดัง ผู้โดยสารหลายคนรู้สึกรำคาญจึงเข้าไปขอให้หญิงทั้งคู่ที่มาด้วยกันให้ช่วยเบาเสียงลง แต่แทนที่เธอทั้งสองจะให้ความร่วมมือ กลับโยนเครื่องเล่นเพลงทิ้ง พร้อมกับเข้าวางมวยทันที

ผู้โดยสารหญิง 3 รายที่เข้าไปเตือนก็ไม่ยอมแพ้ สู้กลับอย่างสุดกำลัง ต่างปล่อยหมัด จิกหัวกันและกัน ส่งเสียงกรีดร้องสนั่น จนเกิดชุลมุนวุ่นวายอยู่กลางเครื่องบิน ส่วนผู้โดยสารที่อยู่ใกล้ ๆ ต่างก็ตกอกตกใจรีบดีดตัวออกจากจุดวิวาท บางคนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายวิดีโอเพื่อบันทึกภาพไว้

กระทั่งต่อมา ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายจนควบคุมไม่อยู่ บรรดาลูกเรือก็ได้เข้ามาระงับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เสียก่อน โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บรุนแรง

ภายหลังจากเครื่องลงจอดที่สนามบินในลอสแอนเจลิส เจ้าหน้าที่ตำรวจสนามบินพร้อมหน่วย FBI ได้เข้าควบคุมตัวหญิงสาว 5 ราย ไปสอบสวน ก่อนจะปล่อยตัวไปโดยไม่เสียค่าปรับแต่อย่างใด โดยทางเจ้าหน้าที่ได้เผยว่าเนื่องจากหลาย ๆ คนต้องมาอยู่รวมกันบนเครื่องหลาย ๆ ชั่วโมง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนจะไม่พอใจกันจนหมดความอดทนเช่นนี้
ภาพจาก Instagram greenlight.entertainment, sweetassmagu

หมาตัดหน้า! สาวใหญ่หักหลบ รถตู้ชนทะลุร้าน เสียหายหลายแสน

หมาตัดหน้า

สาวใหญ่รับหน้าที่โชเฟอร์รถตู้ รับผู้โดยสารจาก กทม. มุ่งหน้าสกลนคร ถึงหนองหาน อุดรธานี มีสุนัขวิ่งตัดหน้าเลยหักหลบจนพุ่งชนกำแพง ก่อนชนทะลุเข้าไปในร้านทำหลังคาเหล็ก ผู้โดยสารบาดเจ็บเล็กน้อย 15 คน แต่เสียหายหลายแสน…

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 11 มี.ค. 59 ขณะที่ พ.ต.ท.สุริยา โพธิชาเนตร รอง ผกก.สอบสวน สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถตู้เสียหลักชนกำแพงรั้วร้านภัทรหลังคาเหล็กทะลุเข้าไปในร้าน ชนกับเครื่องมือรีดหลังคาเหล็กและสิ่งของอื่นๆ ได้รับความเสียหายจำนวนมาก และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้โดยสารที่มากับรถตู้จำนวน 15 คน เหตุเกิดหน้าโรงงานผลิตหลังคาเหล็ก ตั้งอยู่ริมถนนสายกุมภวาปี-หนองหาน บ้านหนองสะหนาย หมู่ 13 ต.หนองหาน อ.หนองหาน

ที่เกิดเหตุพบรถตู้โดยสารยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน ฮง 7906 กรุงเทพฯ พุ่งชนทะลุกำแพงและฝาผนังเข้าไปในร้านเหล็กดังกล่าว สภาพด้านหน้าชนกับแท่นรีดเหล็กพังยับเยิน ผู้โดยสารจำนวน 15 คน ได้รับบาดเจ็บฟกช้ำและมีบาดแผลตามร่างกาย ศีรษะ ไม่มีผู้บาดเจ็บสาหัส ส่วนคนขับเป็นผู้หญิง ชื่อนางอุษา โพธิเนตร อายุ 47 ปี บ้านอยู่ อ.คำตากล้า จ.สกลนคร

จากการสอบสวนในเบื้องต้น ทราบว่านางอุษา ได้ขับรถตู้คันดังกล่าวออกจากกรุงเทพฯ พร้อมด้วยผู้โดยสารมาเต็มคัน วิ่งมาตามถนนสายกุมภวาปี-หนองหาน เพื่อจะไปที่ จ.สกลนคร พอขับมาถึงบริเวณหน้าวิทยาลัยการอาชีพหนองหาน รถวิ่งมาด้วยความเร็วมีสุนัขตัดหน้า จึงหักหลบ รถเสียหลักพุ่งชนกำแพงรั้ว ก่อนชนกับฝาผนังร้านค้าทะลุเข้าไปในร้านเหล็ก ชนกับเครื่องรีดและอุปกรณ์การทำหลังคาเหล็กจึงหยุดได้

สำหรับค่าเสียหาย ประเมินเบื้องต้นอยู่ในหลักหลายแสนบาท แต่โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสและเสียชีวิต หลังตรวจที่เกิดเหตุแล้วทางตำรวจได้มอบให้หน่วยกู้ภัยทางหลวง ลากรถออกจากร้านเพื่อจะได้ตรวจสอบอย่างละเอียด ประเมินค่าเสียหายที่แท้จริงต่อไป.

ที่มา>>>ไทยรัฐออนไลน์

ดับปริศนา หนุ่มภูเก็ตหล่นแทงก์ประปา! พ่อสงสัย อาจถูกจับโยน

หนุ่มภูเก็ต

หนุ่มวัย 29 ที่ภูเก็ต ถูกพบเป็นศพตกลงมาตายข้างแทงก์น้ำประปาเทศบาลฯ กะโหลกแตก มีแผลบนหัว พ่อมาดูศพติดใจว่าไม่น่าตกลงมาเอง เพราะมีคนเห็นว่าลูกไปมีเรื่องกับวัยรุ่น หวั่นฆ่าอำพราง…

เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 11 มี.ค. พ.ต.ต.สมชาย หนูบุญ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพคนตกลงมาจากแทงก์น้ำประปาภายในกองงานประปา เทศบาลนครภูเก็ต ถ.ดำรง ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง โดยไม่ทราบสาเหตุ จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ปทักข์ ขวัญนา สวป.นำกำลังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.ภูเก็ตแพทย์ รพ.วชิระภูเก็ต และมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่ใต้แทงก์น้ำประปาที่มีความสูงกว่า 25 เมตร หรือสูงราวตึก 7-8 ชั้น ตั้งตระหง่านอยู่จำนวน 2 แทงก์ภายในกองงานประปาดังกล่าว พบศพชายสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน ไม่สวมรองเท้า นอนตะแคงข้างอยู่ที่พื้นดินที่มีหญ้าปกคลุมโดยรอบใต้ท่อประปา สภาพศพมือทั้งสองข้างเกร็ง มีบาดแผลแตกที่บริเวณศีรษะ 3 จุด บางแห่งเห็นกะโหลกและมันสมอง บริเวณชายโครงซ้ายมีรอยถลอกที่ผิวหนังเป็นทางยาว ตรวจสอบภายในกระเป๋ากางเกงมีเงินกว่า 200 บาท ไม่พบหลักฐานว่าผู้ตายเป็นใคร มาจากที่ใด ส่วนที่ท่อประปาใกล้ศพมีคราบเลือดหยดจนแห้งติดอยู่จำนวนหนึ่ง เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6-8 ชั่วโมง

จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบรองเท้าแตะสีดำ 1 ข้าง ตกอยู่ในพงหญ้าห่างจากจุดพบศพราว 7 เมตร ส่วนที่คานบนแทงก์น้ำสูงจากพื้นที่ดินราว 12 เมตร มีรองเท้าแตะสีเดียวกันอีก 1 ข้างวางอยู่ และยังพบคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่บริเวณขอบคอนกรีตที่ชั้นดังกล่าว เบื้องต้นคาดว่าอาจเป็นจุดที่ผู้ตายตกลงมา

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบบริเวณโดยรอบได้มีชายวัยกลางคน ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ นายสมชาย วิจิตร อายุ 50 ปี ได้รุดมาดูศพ พร้อมกับกล่าวว่าลูกชายได้หายตัวไปจากบ้านเมื่อคืนวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา เมื่อเห็นศพก็ยืนยันว่าผู้ตายคือนายสมพงษ์ วิจิตร อายุ 29 ปี ลูกชายตน อยู่บ้านเลขที่ 4/2 ถ.เชิงคีรี ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายสมพงษ์ผู้ตาย พ้นโทษออกจากเรือนจำ จ.ภูเก็ต มาได้ประมาณ 3 ปี ปัจจุบันยังไม่มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง โดยมีชาวบ้านบอกว่าพบเห็นนายสมพงษ์ เมื่อช่วงคืนวันที่ 10 มี.ค. อยู่กับวัยรุ่นห่างจากจุดเกิดเหตุไม่มากนัก โดยกำลังมีปากเสียงกัน แต่ผู้ที่พบเห็นไม่ได้สนใจ คิดว่าแค่เถียงกัน จนกระทั่งมาพบนายสมพงษ์กลายเป็นศพตกจากแทงก์น้ำประปาภายในกองงานประปา เทศบาลนครภูเก็ตและเสียชีวิตแล้ว

อย่างไรก็ตาม นายสมชาย ผู้เป็นพ่อ ติดใจกับเหตุการณ์ที่บุตรชายเสียชีวิต ไม่เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุพลัดตกลงมาจากแทงก์น้ำ เนื่องจากมีบาดแผลที่ศีรษะหลายจุด และเชื่อว่านายสมพงษ์อาจถูกคนร้ายใช้ของแข็งกระหน่ำตีบนแทงก์ ก่อนจะโยนหรือผลักให้ตกลงมาเพื่ออำพรางการก่อเหตุ อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง.

ที่มา>>>ไทยรัฐออนไลน์

อาน้ำอ้อย เฉลยแล้วว่า 2 บอดี้การ์ดหนุ่มสุดหล่อของ น้องมะลิ คือใคร !

 * อาน้ำอ้อย เฉลยแล้วว่า 2 บอดี้การ์ดหนุ่มสุดหล่อของ น้องมะลิ คือใคร ! *

บอดี้การ์ดน้องมะลิ

บอดี้การ์ดน้องมะลิ1

บอดี้การ์ดน้องมะลิ2

อาน้ำอ้อย ออกมาเฉลยแล้วว่า 2 บอดี้การ์ดหนุ่มสุดหล่อ คอยดูแล น้องมะลิ ที่พี่จ๋า กรี๊ดและอยากรู้จักนั้น เป็นแฟนคลับของพ่อ ปอ ทฤษฎี นั่นเอง

นำพาความน่ารักและความสดใสให้เป็นที่ชื่นใจของเหล่าพี่จ๋าตลอดเลย สำหรับ น้องมะลิ พาขวัญ สหวงษ์ ซึ่งล่าสุด (9 มีนาคม 2559) คุณแม่โบว์ แวนด้า ก็เพิ่งจะพาน้องมะลิไปแจกความสดใสกันในงาน ตะลุยแดนหรรษา Panda Village ที่สยามพารากอน แต่งานนี้ก็ไม่วายมีแฟนคลับตาดี แอบส่องเห็นการ์ดหนุ่มหล่อ 2 คน ที่มาคอยดูแล แม่โบว์ กับ น้องมะลิ ในงานนี้ จนทำให้สาว ๆ อดสงสัยไม่ได้ว่าทั้งคู่นั้นเป็นใคร อยากทำความรู้จักกันอย่างสุด ๆ

โดย อาน้ำอ้อย ได้ออกมาเฉลยแล้วว่า 2 บอดี้การ์ดหนุ่มในภาพนั้น ไม่ได้หามาจากไหน แต่ทั้งคู่เป็นแฟนคลับของ ปอ ทฤษฎี ที่เคยตามปอมาตั้งแต่แรกแล้วนั่นเอง

ส่วนตอนนี้ก็ตามไปชมภาพของหนุ่มหล่อทั้ง 2 คนเลยดีกว่า ขอบอกเลยว่าหล่องานดีมาก นี่ถ้าบริษัทจัดละครของแม่โบว์เสร็จ อาจได้เห็น 2 หนุ่มเป็นนักแสดงหน้าใหม่ก็ได้นะคะเนี่ย

ภาพจาก Instagram birdypvp, pok8_maieak