ย้อนรอยเจ้าหญิงไดอาน่า “วิลเลี่ยม-เคท” รำลึกตำนานทัชมาฮาล

เป็นขวัญใจแฟนๆทั่วโลก ไม่ว่าจะขยับตัวไปไหน “เจ้าหญิงเคท” ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ก็ มักจะได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิดเสมอ โดยเหล่าแฟชั่นนิสต้า ต่างพร้อมตามติดก๊อปปี้สไตล์ของเจ้าหญิงอย่างบ้าคลั่ง ส่งผลให้ทุกไอเท็มเสื้อผ้าของเจ้าหญิงขายหมดเกลี้ยงภายในพริบตา

ระหว่างการตามเสด็จพระ สวามี “เจ้าชายวิลเลี่ยม” ดยุคแห่งเคมบริดจ์ เยือนประเทศอินเดียและภูฏาน อย่างเป็นทางการ เมื่อกลางเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหญิงสร้างความประทับใจให้แฟนๆด้วยสไตล์การแต่งตัวแบบโอเรียนทัลที่แสนจะโก้หรู และเต็มไปด้วยกลิ่นอายความเป็นพื้นเมือง แบบเอเชีย โดยเฉพาะ 2 ลุคปิดท้ายที่ต้องกดไลค์ให้รัวๆ ไม่ว่าจะเป็น ฉลองพระองค์ชุดปีนเขาเสด็จเยือนวัดถ้ำเสือ สัญลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์ของประเทศภูฏาน ซึ่งตั้งอยู่บนเชิงผาสวยงาม เจ้าหญิงเคททรงมาในลุคทะมัดทะแมงราวกับนางเอกหนังอินเดียน่าโจนส์ โดยคอมพลีทลุคด้วยบูทยาวสุดเก๋ไก๋ขณะเดียวกัน เจ้าหญิงเคททรงตั้งใจเลือกชุดเด็ดสำหรับการเสด็จเยือนพระราชวังทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานแห่งความรักยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งถือเป็นโมเมนต์สำคัญที่สุดของทริป โดยเจาะจงหยิบผลงานการออกแบบของ “นาเอ็ม ข่านดีไซเนอร์ชาวอเมริกันเชื้อสายอินเดีย เพื่อย้อนรอยรำลึกถึงการเสด็จเยือนทัชมาฮาลของ “เจ้าหญิงไดอาน่า” เมื่อปี 1992 พร้อมเสด็จประทับบนเก้าอี้หินอ่อนหน้าทัชมาฮาลเพื่อฉายพระรูปคู่กับเจ้าชายวิลเลี่ยม ในมุมเดียวกันเปี๊ยบกับเจ้าหญิงไดอาน่า ต่างกันก็ตรงที่เจ้าหญิงผู้ล่วงลับเสด็จมาตามลำพังแบบไร้คู่ใจแฟนๆของเจ้าหญิงเคทยังร่ำลือกันว่า นอกจากสไตล์การแต่งตัว ที่โดดเด่น เจ้าหญิงยังเป๊ะเว่อร์เรื่องทรงผมมาก เพราะหอบหิ้วช่างผมส่วนตัวตามติดไปทุกที่ ขนาดว่าต้องปีนขึ้นเขาเยือนวัดรังเสือ 5-6 ชั่วโมง ผมก็ยังเป็นลอนสวยไม่กระเซอะกระเซิงด้วยแรงลมสักนิด.

ที่มา>>>Thairath

พท. ไม่เห็นด้วย เก็บภาษีที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ชี้ ศก.ยังแย่

‘เพื่อไทย’ ไม่เห็นด้วย เก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในตอนนี้ ห่วงเพิ่มภาระให้ประชาชน เหตุ เศรษฐกิจย่ำแย่ จนมีข่าวอาจมีการปรับเปลี่ยน รมต.บางกระทรวง

วันที่ 21 เม.ย. นางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า คณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ไม่เห็นด้วยกับทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่จะนำ พ.ร.บ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาจัดเก็บ เพราะจะเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนอย่างมาก ทั้งนี้ เพราะปัจจุบันปัญหาเศรษฐกิจย่ำแย่ได้ส่งผลกระทบกับประชาชนในทุกระดับชั้นจนพูดกันไม่ออกแล้ว โดยเฉพาะเกษตรกร ที่ต้องประสบกับปัญหาภัยแล้ง และการช่วยเหลือจากรัฐยังไม่เพียงพอ อีกทั้งการค้าขายยิ่งฝืดเคือง โดยเห็นได้จากหนี้เสียในระบบธนาคารของบริษัท SME ได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และจะส่งผลกระทบต่อระบบธนาคารในอนาคตได้ รายได้ของผู้ใช้แรงงานก็ลดลงมาก เพราะไม่มีโอที รายได้ของทุกบริษัทลดลง ซึ่งหากรัฐบาลมาเพิ่มภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้กับประชาชนอีก ประชาชนจะไม่สามารถรับได้ แม้ว่ารัฐจะลดภาษีเงินได้บุคคลให้กับประชาชนแล้วก็ตาม เพราะประชาชนที่ได้รับผลกระทบอาจจะเป็นคนละกลุ่มกับผู้ที่ได้รับประโยชน์

ภาษีที่ดิน

ที่ผ่านมา การบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลไม่ได้ผลเท่าที่ควร อาจถึงขั้นล้มเหลว และเริ่มมีการปล่อยข่าวลือว่าอาจมีการปรับเปลี่ยน รมต.บางกระทรวงหลัก ซึ่งเกิดจากความขัดแย้งภายใน เป็นการตอกย้ำว่าเศรษฐกิจเละถึงกับจะหาแพะกันแล้ว และยังมีข่าวในทางลบกระจายออกไปทั่วโลก ยิ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยทรุดลงไปอีก จึงอยากให้รัฐบาลได้ทบทวน อย่าได้เพิ่มภาระให้กับประชาชนในช่วงนี้ เพราะทุกวันนี้ก็จะลำบากมากอย่างแสนสาหัสและไม่สามารถหาทางออกกันได้แล้ว

ที่มา>>>Thairath

ง้อเมียไม่สำเร็จ วิศวกรยิงล้มในห้องน้ำ คิดว่าตายจ่อขมับตัวเองดับ

หนุ่มวิศวกรชลตัดใจไม่ขาด รักๆ เลิกๆ กับเมีย จนล่าสุดเมื่อช่วงสงกรานต์ได้หย่ากัน แต่เมียยังมาดูลูกสาววัย 4 ขวบ เกิดเรื่องเศร้าเมื่อผัวกลับมาเจอ ใช้ปืนลูกซองสั้นยิงเมียในห้องน้ำก่อนออกจ่อยิงหัวตัวเองสมองกระจาย ผลผัวตาย เมียรอด…

วันที่ 20 เม.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหัวค่ำวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.พูลศักดิ์ โพลังกา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันตายในบ้าน โดยเป็นเหตุยิงตัวตาย หลังยิงภรรยาได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่บ้านนาคำ ต.นาเมือง อ.เสลภูมิ เนื่องจากเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ จึงรายงานให้ พล.ต.ต.ยงเกียรติ มณปราณีต ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ทราบ และรุดไปที่เกิดเหตุ

พบว่าเป็นบ้านคอนกรีตชั้นเดียว ตกแต่งสวยงามทั้งภายในและภายนอก จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่ามือปืนที่เป็นผู้ก่อเหตุ ยิงตัวตายแล้วคือ นายวี (นามสมมติ) อายุ 43 ปี เป็นเจ้าหน้าที่วิศวกรเครื่องกลชลประทาน ทำงานอยู่ในพื้นที่ จ.ยโสธร ยิงตัวเองด้วยปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ ที่ศีรษะ สมองกระจายเสียชีวิตในห้องนอน

ทั้งนี้ ก่อนจะยิงตัวตาย นายวี ได้ยิง น.ส.นุช (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ภรรยา ที่ห้องน้ำในห้องนอนแล้วยิงตัวตาย เพราะเข้าใจว่าเมียเสียชีวิตแล้วเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนปากคำญาติที่อยู่บ้านติดกันทราบว่าสาเหตุเกิดจากความหึงหวง โดยทั้งคู่อยู่กินด้วยกันมากว่า 10 ปี มีเรื่องทะเลาะกันตลอดเวลา และเลิกรากันไปหลายครั้ง แต่ก็กลับมาคืนดีกันใหม่อยู่เรื่อยๆ ล่าสุดทั้งคู่ทะเลาะกันอีกจนต้องแยกทางและไปหย่ากันเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา แล้วให้ลูกสาว 4 ขวบอยู่กับผู้ตาย ตอนเช้าวันเกิดเหตุผู้ตายไปทำงาน ฝ่ายภรรยาได้แอบมารับลูกตอนสามีไม่อยู่ เพื่อไปอยู่ด้วยชั่วคราวที่ร้านขายเสื้อผ้าใน อ.เสลภูมิ ตกเย็นก็นำลูกมาส่ง

ปรากฏว่าเจอกับสามีที่กลับมาจากทำงานพอดี จนเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงขณะกำลังอาบน้ำให้ลูกในห้องน้ำ ก่อนที่ผู้ตายจะเดินเข้าไปหยิบปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์บรรจุกระสุนเบอร์ 20 เดินเข้ายิงเมียล้มลงในห้องน้ำ และคิดว่าเสียชีวิตแล้ว จึงออกมาบรรจุกระสุนนัดใหม่แล้วจ่อยิงสมองตัวเองกระจายตายบนที่นอน ญาติได้ยินเสียงปืนและเสียงเด็กร้องไห้ จึงวิ่งมาดู พบร่างภรรยาถูกยิงที่ข้างแก้มขวาได้รับบาดเจ็บคลานออกมาขอความช่วยเหลือให้นำส่งโรงพยาบาล จึงโทรแจ้ง รพ.เสลภูมิส่งรถกู้ชีพมารับ จากนั้นเข้าไปในห้องนอนพบว่าสามียิงตัวตายบนที่นอน จึงโทรแจ้งตำรวจมาตรวจสอบเหตุดังกล่าว

ทางด้าน พล.ต.ต.ยงเกียรติ มนประณีต ผบก.ภ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า จากการสอบสวนข้อเท็จจริง มั่นใจว่าเกิดจากความหึงหวงของฝ่ายชายที่ตัดใจไม่ขาด และมีความผูกพันกับฝ่ายหญิงที่ขอแยกทางกันไปไม่นาน จึงยังทำใจไม่ได้ ต้องการขอคืนดี แต่ฝ่ายหญิงคงไม่เอาด้วยจึงตัดสินใจยิงคนรัก จนเข้าใจว่าเสียชีวิตแล้วจึงยิงตัวเองเพื่อเป็นการฆ่าตัวตายตามคนรัก สำหรับอาการของฝ่ายหญิงปลอดภัยแล้ว เพราะกระสุนปืนไม่ถูกที่สำคัญ เพียงแต่เฉี่ยวแก้ม ไม่มีกระสุนฝังในแต่อย่างใด.

ที่มา>>>Thairath

รถตู้แซงซ้ายชนกระบะจอดริมทางพลิกคว่ำ คนขับดับ ผู้โดยสารเจ็บ 7

ภาพจาก มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

หนุ่มใหญ่ขับรถตู้รับผู้โดยสารจาก กทม. มุ่งหน้าลพบุรี ถึงช่วงวังน้อย เร่งเครื่องแซงซ้ายเจอกระบะจอดริมทาง เฉี่ยวชนเสียหลักพลิกคว่ำ ร่างโชเฟอร์ถูกอัดก๊อบปี้เสียชีวิตคาที่ ส่วนผู้โดยสารสาหัส 1 บาดเจ็บ 6

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 59 ร.ต.อ.เนติภูมิ โคตรศรี รอง สว.สส.สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า มีอุบัติเหตุรถตู้โดยสารเฉี่ยวชนกับรถกระบะ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ที่ถนนพหลโยธิน กม.ที่ 68-69 ต.ชะแมบ อ.วังน้อย มุ่งหน้า จ.สระบุรี จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพ รพ.วังน้อย และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จุดวังน้อย รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถตู้โดยสาร ป.2 เส้นทางกรุงเทพฯ-ลพบุรี ทะเบียน 10-2749 ลพบุรี เฉี่ยวชนกับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ แค็บ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บธ 972 แพร่ สภาพรถตู้พลิกตะแคงด้านหน้าพังยับเยินยุบถึงเบาะคนขับ ส่วนคนขับถูกอัดก๊อบปี้เสียชีวิตคาที่ ทราบชื่อ นายพัลลภ ประธานภรณ์กุล อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/10 ต.บ้านหมี่ อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี และผู้โดยสารนั่งคู่คนขับติดภายใน เจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างออกมาได้ ทราบชื่อ นางกรกมล ผาน้ำคำ อายุ 54 ปี อาการสาหัส ส่งต่อ รพ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บปานกลางและเล็กน้อยจำนวน 6 ราย ทราบชื่อ น.ส.เปรมหทัย จ้อยโชติ อายุ 23 ปี น.ส.ทวี แก้วอ่อนศรี อายุ 54 ปี นายอำพันธ์ โพธิ์น้ำเที่ยง อายุ 59 ปี นายวีรภัทร หาญยุทธ อายุ 23 ปี น.ส.พรชิตา หาญนิโรจน์รัมย์ อายุ 20 ปี และ นายจีรวัฒน์ ควรเขียน อายุ 17 ปี รักษาตัว รพ.วังน้อยจนท.กู้ภัย เร่งนำเครื่องมือตัดถ่างช่วยผู้บาดเจ็บติดภายใน ที่ยังรอดชีวิต

จากการสอบสวนทราบว่า รถตู้รับผู้โดยสารมาจากกรุงเทพฯ ไปส่งที่ จ.ลพบุรี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถตู้เร่งเครื่องแซงซ้าย แต่ขณะนั้นมีรถกระบะคู่กรณีจอดอยู่ริมถนน ทำให้รถตู้มาด้วยความเร็วเกิดเสียหลักและเฉี่ยวชนท้ายรถกระบะอย่างแรงจนพลิกคว่ำ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว.

ที่มา>>>Thairath

พ่อค้าเมืองตรังใจดี แจกฟรีน้ำเต้าหู้คนท้องวันละถุง หลังคลอดให้น้ำขิง

พ่อค้าน้ำเต้าหู้เมืองตรัง ใจดี แจกฟรีสาวท้องวันละถุง จนคลอด ขณะหลังคลอด มารับน้ำขิงได้อีก 1 เดือน เจ้าตัวเผย ภรรยาชอบทานตอนท้อง สุขภาพดี แข็งแรง จึงอยากให้คนท้องได้รับสิ่งดีๆ เช่นกัน

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีพ่อค้าขายน้ำเต้าหู้ในเขตเทศบาลตำบลย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ใจดี แจกน้ำเต้าหู้ฟรีให้สาวท้องวันละ 1 ถุง จนกระทั่งคลอด จึงเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบเย็นวานที่ผ่านมา พบว่าเป็นร้านขายน้ำเต้าหู้รถเข็นมีลูกค้าหญิงชายรอคิวซื้อกันอย่างเนืองแน่น อยู่ที่ถนนซอยเยื้องกับห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี หลังธนาคารออมสิน ในเขตเทศบาลตำบลย่านตาขาว

ทั้งนี้ ที่รถเข็นติดป้ายมีข้อความว่า “คุณแม่ตั้งครรภ์รับน้ำเต้าหู้ฟรีวันละ 1 ถุง จนคลอด ต่อด้วยน้ำขิง” ซึ่งพ่อค้าคือ นายภาคิน ต้นตระกูลทรัพย์ อายุ 33 ปี ที่อยู่ ต.ย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่า เดิมเป็นชาวน่าน และยึดอาชีพค้าขายมาตลอด 15 ปี อยู่ต่างจังหวัดมาก่อน 3 ปี ก่อนจะย้ายมาขายที่ปัจจุบัน เป็นเวลา 12 ปี ปกติจะขายกับภรรยา คือ น.ส.ยาใจ ต้นตระกูลทรัพย์ อายุ 35 ปี แต่ขณะนี้ภรรยาเพิ่งคลอดบุตรคนที่ 3 จึงต้องมาขายกับลูกจ้าง มีน้ำเต้าหู้แบบหลากชนิด วันหนึ่งขายได้ประมาณ 500 ถุง โดยจะเริ่มขายตั้งแต่ 15.00 – 20.00 น. ในสัปดาห์หนึ่งจะหยุดขาย 1วันนายภาคิน ต้นตระกูลทรัพย์ หนุ่มพ่อค้า เมืองตรัง สุดใจดี ประกาศแจกน้ำเต้าหู้ให้หญิงตั้งครรภ์รับประทานฟรีวันละ1 ถุง จนกว่าจะคลอด

สำหรับแนวคิดให้สาวตั้งครรภ์ทานฟรี เกิดจากความเห็นใจภรรยาช่วงตั้งครรภ์ที่ชอบดื่มเป็นประจำ จนกระทั่งคลอดลูกคนที่ 3 มาได้ครบ 1 เดือนแล้ว และภรรยามีสุขภาพดี คลอดง่าย หลังคลอดทั้งภรรยาและลูกมีสุขภาพดี แข็งแรง จึงเกิดเป็นห่วงสุขภาพสาวตั้งครรภ์ทั้งหลาย อีกทั้งน้ำเต้าหู้ที่ทำขายปลอดภัย ถูกหลักอนามัย ซึ่งหลังจากติดป้ายประกาศไป 1 เดือน มีผู้หญิงตั้งครรภ์ประมาณ 8-10 คน มารับน้ำเต้าหู้ทุกวัน พร้อมซื้อเพิ่มไปด้วย นอกจากนี้ หลังคลอดแล้วยังให้มารับน้ำขิงฟรี 1 ถุง ได้ต่อไปอีก 1 เดือน เนื่องจากคุณสมบัติของน้ำขิงช่วยขับเลือดลมและเร่งน้ำนม

จากการสอบถาม น.ส.จิรัชยา พงษ์สรรพรักษ์ อายุ 28 ปี อาชีพทำธุรกิจส่วนตัว สาวตั้งครรภ์รายหนึ่งที่มารอซื้อน้ำเต้าหู้ กล่าวว่า ปัจจุบันอายุครรภ์กว่า 8 เดือน มารับน้ำเต้าหู้ 10 กว่าครั้งแล้ว เพราะรสชาติอร่อย พร้อมทั้งซื้อเพิ่มกลับบ้านครั้งละไม่ต่ำกว่า 4 ถุง.

ที่มา>>>Thairath

จนท.สิ่งแวดล้อม เก็บตัวอย่างน้ำทะเลเปลี่ยนสีป่าตอง รอผลแล็บ 10 วัน

นักวิชาการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ภูเก็ตเก็บตัวอย่างน้ำทะเลที่เปลี่ยนสีริมหาดป่าตองส่งตรวจ เบื้องต้นคาดเกิดจากธาตุอาหารของสาหร่ายบางชนิดที่อยู่ในน้ำได้รับ แสงแดด-อุณหภูมิที่เหมาะสมรอยืนยันผลจากห้องแล็บอีก 10 วัน…

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 18 เม.ย.2559 สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ภูเก็ต นายอัครวัฒน์ หิรัญพันธุ์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ เก็บตัวอย่างน้ำในลำคลองปากบาง บริเวณปากอ่าวก่อนที่จะไหลลงทะเล รวมทั้งบริเวณในทะเลห่างจากชายฝั่งราว 100 เมตร บริเวณในทะเลตอนกลางของชายหาดป่าตอง ถ.ทวีวงศ์ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต โดยมีการแพร่กระจายของน้ำที่มีสีน้ำตาลเข้มไปถึง โดยเน้นพื้นที่ที่เป็นโซนว่ายน้ำ เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ในห้องปฎิบัติ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว เบื้องต้นจากการตรวจสอบความขุ่นของน้ำบริเวณคลองปากบาง พบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ค่าออกซิเจนค่อนข้างต่ำ ทั้งนี้ต้องรอการยืนยันผลจากห้องปฎิบัติการอีกครั้งนายอัครวัฒน์ กล่าวว่า จากการดูด้วยสายตาพบว่าความขุ่นของน้ำเริ่มลดน้อยลง โดยในการเก็บตัวอย่างทั้งในส่วนของน้ำผิวดินและน้ำทะเลจำนวน 4 จุด โดยแบ่งเป็นน้ำผิวดิน 2 จุด ได้แก่ บริเวณทางด้านเหนือและด้านใต้ของระบบบำบัดน้ำของเทศบาลเมืองป่าตองกับน้ำ ทะเล 2 จุด ได้แก่ บริเวณปากอ่าวคลองปากบางและในทะเลระยะห่างจากชายหาดไป 100 เมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตโซนเล่นน้ำและทำกิจกรรมทางน้ำ รวมถึงบริเวณในทะเลตอนกลางของแนวชายหาด โดยจุดนี้เมื่อปีที่ผ่านมา สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ได้รับงบประมาณจากจังหวัดภูเก็ตในการเก็บตัวอย่างน้ำทะเลไปทำการตรวจสอบ คุณภาพน้ำทะเลมาแล้ว

“ส่วนสาเหตุที่น้ำมีสีขุ่นหรือสีน้ำตาลนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดได้ ซึ่งต้องรอผลการตรวจจากห้องปฎิบัติการว่าเป็นอย่างไร แต่เบื้องต้นอาจเกิดจากธาตุอาหารของสาหร่ายบางชนิดที่อยู่ในน้ำได้รับแสงแดด และอุณหภูมิที่เหมาะสม จึงทำให้เกิดการเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งจากการสำรวจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่าสาหร่ายดังกล่าวไม่ได้เป็น ชนิดที่เป็นอันตรายต่อการเล่นน้ำแต่อย่างใด” นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ กล่าว

นายอัครวัฒน์ กล่าวถึงผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ที่จัดเก็บว่า เนื่องจากทางหน่วยไม่มีห้องปฎิบัติการในการตรวจวิเคราะห์น้ำเค็ม จึงต้องส่งไปตรวจวิเคราะห์ในห้องปฎิบัติการของเอกชนที่รับจ้างวิเคราะห์ คุณภาพน้ำทะเลที่กรุงเทพฯ คาดว่าจะทราบผลภายใน 10 วัน ส่วนของน้ำจืดสามารถส่งตัวอย่างน้ำเข้าสู่ห้องปฎิบัติการของสำนักงานสิ่ง แวดล้อมภาค เพื่อตรวจวิเคราะห์ได้โดยตรงส่วนประเด็นที่ประชาชนสงสัยว่าน้ำที่มีสีขุ่นข้นหรือ สีน้ำตาลนั้นเกิดจากการปล่อยน้ำเสียของเทศบาลเมืองป่าตอง นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ กล่าวอีกว่า เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้น ซึ่งโดยพื้นฐานทางเทศบาลมีโรงบำบัดน้ำเสียอยู่แล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดของงบประมาณ จึงทำให้อาจจะยังไม่มีท่อในการรวบรวมน้ำเสียได้ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ซึ่งทราบว่าในปีงบประมาณ 59 นี้ทางเทศบาลเมืองป่าตองได้รับงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมในการดำเนินส่วน ของการเพิ่มขีดความสามารถในการบำบัดน้ำเสียในเฟสที่ 4 ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะทำให้ปัญหาดังกล่าวทุเลาเบาบางได้.

ที่มา>>>Thairath

แท็กซี่หนีไม่รอด เสยท้ายเก๋ง สาวดับ เพื่อนสาหัส อ้างเป็นลมชัก ไม่รู้ว่าขับชน

สาวพักอยู่ย่านเพชรเกษม ขับเก๋งมากับเพื่อน จ่ายค่างวดรถ ใกล้ที่พัก เจอแท็กซี่ชนท้ายแล้วหนี กระเด็นไปอัดต้นไม้อย่างแรง ตัวเองดับ เพื่อนสาหัส โชคดีพลเมืองดีถ่ายภาพไว้ได้ ตร.ตามตัวโชเฟอร์จนเจอ อ้างเป็นโรคลมชัก ไม่รู้ตัวว่าขับชน…

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 17 เม.ย. ร.ต.อ.อิทธิพันธ์ คำทุย รอง สว.(สอบสวน) สน.ภาษีเจริญ รับแจ้งเหตุรถยนต์เฉี่ยวชน กระเด็นไปชนต้นไม้ มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 1 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนไปตรวจสอบที่เกิดเหตุซึ่งเป็นถนน 2 เลน ฝั่งมุ่งหน้าถนนบรมราชชนนี ใกล้กับร้านอาหารบ้านตะเกียงดาว ที่บริเวณเลนขวาสุด เจ้าหน้าที่พบต้นไม้ข้างทางมีรอยถูกชนอย่างแรง มีกันชนรถยนต์เก๋ง สีบรอนซ์เทา ยี่ห้อนิสสัน ตกอยู่ ห่างไปประมาณ 5 เมตร พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อนิสสัน รุ่นมาร์ช สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 2 กน 193 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในสภาพด้านหน้าพังเสียหายยับเยิน กระจกฝั่งที่นั่งคนขับแตกกระจัดกระจาย

ขณะที่ด้านหลังมีร่องรอยถูกชนอย่างแรงจนไฟท้ายด้านซ้ายแตก ตรวจสอบพบผู้เสียชีวิต เป็นหญิง 1 ราย ชื่อน.ส.วิภา เพชรทอง อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 175 หมู่ที่ 4 ต.แม่สำ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย นอนเสียชีวิตมีบาดแผลศีรษะแตกและคอหัก นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกราย ชื่อ น.ส.กรรณิกา สามัคคี อายุ 34 ปี ถูกนำตัวส่งรพ.เกษมราษฎร์ บางแค

จากการสอบสวน นายสรรค์พิริย์ ก้อนอินทร์ อายุ 28 ปี น้องชายของผู้เสียชีวิต ให้การว่า น.ส.วิภา ทำงานโรงงานแห่งหนึ่ง แถวพุทธมณฑลสาย 1 พักอาศัยอยู่ย่านเพชรเกษม ก่อนเกิดเหตุ น.ส.วิภา ได้ขับรถออกมากับเพื่อนจากที่พัก โดยบอกว่าจะไปจ่ายค่างวดรถ ซึ่งห่างจากที่พักประมาณ 1 กม. พอจ่ายค่างวดรถเสร็จก็โทรศัพท์บอกตนว่ากำลังจะกลับบ้านแล้ว ก่อนที่เวลาจะผ่านไปสักพัก จนกระทั่ง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรแจ้งว่า พี่สาวตนประสบเหตุรถชนติดค้างอยู่ในรถ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือนำออกมาปั๊มหัวใจเต็มที่ แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ด้าน ร.ต.อ.อิทธิพันธ์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนพยานเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ รถของผู้ตายวิ่งมาตามถนนโดยใช้เลนขวาสุด ต่อมา มีรถแท็กซี่ส่วนบุคคล สีเขียวเหลือง ทะเบียน มช 8913 ขับตามมาในช่องเลนซ้ายด้วยความเร็ว ก่อนจะพยายามแซงหน้า แต่ไม่พ้น รถแท็กซี่คันดังกล่าวจึงชนท้ายรถนิสสันอย่างจัง ส่งผลให้รถผู้ตายกระเด็นไปชนกับต้นไม้ ส่วนรถแท็กซี่หมุน ก่อนที่จะขับหลบหนีไปทางถนนบรมราชชนนี โดยที่ไม่ได้ลงมาดูหรือให้การช่วยเหลือแต่อย่างใด โชคดีที่มีพลเมืองดีสามารถถ่ายภาพรถแท็กซี่ดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งหลังจากนี้ จะรอให้คนเจ็บอาการดีขึ้น เพื่อสอบปากคำ พร้อมประสานฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแส เพื่อเร่งติดตามตัวโชเฟอร์แท็กซี่มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมาเวลา 23.30น. ของวันเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ภาษีเจริญ ได้ควบคุมตัวนายจิรชาญ จิตคนึง อายุ 48 ปี โชว์เฟอร์แท็กซี่ส่วนบุคคล ยี่ห้อนิสสัน ซิลฟี่ สีเขียวเหลือง ทะเบียน มช 8913 กรุงเทพมหานคร จากบ้านพักซอยเพชรเกษม 69 (นาคสถาพร 1) แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม เพื่อทำการสอบปากคำเพิ่มเติมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายจิรชาญ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้รับผู้โดยสาร 2 คน เป็นหญิง 1 คนและชาย 1 คน จากห้างเดอะมอลล์บางแค มุ่งหน้าไปส่งย่านบางแหวก ซึ่งขณะที่ขับมาถึงจุดเกิดเหตุบนถนนพุทธมณฑลสาย 1 รู้สึกคล้ายกับใจลอยไม่รู้สึกตัวและมีอาการเกร็ง เนื่องจากตนมีโรคประจำตัวเป็นโรคลมชัก และมารู้สึกตัวอีกทีเมื่อผู้โดยสารขอลง เมื่อหันไปมองด้านหลังรถพบว่ามีอุบัติเหตุแต่ไม่รู้ว่าตนเป็นคนขับรถเฉี่ยวชน ก่อนที่จะขับรถกลับไปตั้งสติที่บ้านพักก่อนที่เจ้าหน้าที่จะติดต่อให้ตน มาสอบปากคำดังกล่าว

ร.ต.อ.อิทธิพันธ์ กล่าวว่า เบื้องต้นจะทำการสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาแก่นายจิรชาญ “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตาย” ไว้ก่อนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

สาว19ดับสลด ซิ่งกระบะหลุดโค้งชนต้นไม้ที่กำแพงเพชร ขอบประตูบาดคอเกือบขาด

สาววัย 19 ปี ซิ่งกระบะกลับจากเที่ยว ช่วงลงสะพานข้ามแม่น้ำปิงที่กำแพงเพชร หลุดโค้งชนเหล็กกั้นขาด พุ่งอัดต้นไม้ซ้ำ เสียชีวิตคอเกือบขาดคาเบาะคนขับ ส่วนเพื่อน 2 คน บาดเจ็บในรถพบขวดสุรา พยานเผยรถมาเร็ว ไม่เปิดไฟหน้า เบรกล้อตายตลอดทาง

เมื่อเวลา 03.40 น. วันที่ 18 เม.ย. 59 ร.ต.ท.อภิวัฒน์ มุ้งทอง พงส.สภ.เมืองกำแพงเพชร รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนต้นไม้ที่ทางลงสะพานข้ามแม่น้ำปิง หมู่ 3 ต.นครชุม อ.เมืองกำแพงเพชร รุดตรวจสอบพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ด้านหลังมีคอกเหล็ก ทะเบียน 1ฒณ 3565 กรุงเทพมหานคร อยู่กลางถนน สภาพรถด้านหน้าพังเละ ในรถพบศพ น.ส.เพ็ญนภา ปทุมผาย อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 ซอยรังสิต-นครนายก ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ติดอยู่กับเบาะคนขับ ขณะราวเหล็กกั้นบริเวณดังกล่าวถูกชนขาด ทั้งนี้ ในรถยังพบขวดสุราที่เหลืออยู่ครึ่งขวดตกอยู่ด้วย

จากการสอบถาม นายเจนรุต บุญตา อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110/14 หมู่ 3 ต.นครชุม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้าจะเกิดเหตุประมาณ 20 นาที ขณะรอเพื่อนอยู่ที่ลานโพธิ์ฝั่งในเมือง เห็นรถคันดังกล่าวขับข้ามสะพานจากฝั่งนครชุม เข้าตัวเมืองด้วยความเร็วสูง และยังปิดไฟหน้าวิ่งพร้อมกับเบรกแบบล้อตายเป็นระยะ แล้วขับไปตามถนนสายเลียบริมแม่น้ำปิง ต่อมา นายเจนรุต ข้ามฝั่งมาที่ร้านอาหารฝั่งนครชุม ขณะที่นั่งรับประทานอาหารได้ยินเสียงรถชนดังสนั่น จึงรีบพากันมาดูก็พบว่าเป็นรถคันดังกล่าว มีผู้บาดเจ็บด้วย 2 คน อีกคนปีนออกมาทางหน้าต่าง และบอกว่าเพิ่งกลับจากเที่ยวทั้งนี้ ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน คือ น.ส.รัตนากร โฆษะ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 หมู่ 5 ต.สักงาม อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร มีบาดแผลที่ข้อมือ และ น.ส.กัญญารัตน์ ทองแพง อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 242 หมู่ 3 ต.ปางตาไว อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร รับบาดเจ็บเล็กน้อย หน่วยกู้ภัยข่าวภาพกำแพงเพชร นำตัวส่ง รพ. ส่วนผู้เสียชีวิตหน่วยกู้ภัยได้ช่วยกันนำร่างออกจากรถ พบว่ามีบาดแผลฉกรรจ์ที่ใบหน้า คอถูกขอบประตูบาดจนเกือบขาด นำส่ง รพ.กำแพงเพชร เพื่อให้แพทย์ชันสูตรพลิกศพต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

จะสาดสักขันต้องรู้! เตือนน้ำแล้งวิกฤติหนัก แห้งขอดถึงก้นเขื่อน

เมื่อวิกฤติภัยแล้งเข้าคุกคามประเทศไทยทุกหย่อมหญ้า ยาวนานตั้งแต่กลางปี 2558 มาจนถึงขณะนี้ ยิ่งเป็นห้วงเวลาของเทศกาลรื่นเริงด้วยการสาดน้ำด้วยแล้ว แน่นอนว่า ทำให้หลายคนรู้สึกเซ็งกันอยู่ไม่น้อย…

ด้วยสถานการณ์น้ำแล้งรุนแรงเช่นนี้ แล้วจะเล่นสงกรานต์กันอย่างไร? ถึงขั้นที่จะสาดน้ำสักขันต้องคิดแล้วคิดอีกเลยหรือไม่? และหากว่าหลังช่วงสงกรานต์ไปแล้ว จะส่งผลกระทบต่อน้ำใช้การสำหรับอุปโภคบริโภค ครัวเรือน และการเกษตร หรือไม่? วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ มีคำตอบ…

ส่องสถานการณ์ น้ำ 4 เขื่อนหลักลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา 

นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลักลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อย และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ว่า สถานการณ์น้ำในทั้ง 4 เขื่อนในขณะนี้ มีปริมาณเพียงพอต่อการระบายสนับสนุนใช้การในช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้ ขณะเดียวกันก็ยังมีปริมาณเพียงพอที่จะสามารถระบายมาสนับสนุนสำหรับการอุปโภค บริโภค ครัวเรือน การรักษาระบบนิเวศและการเกษตรได้จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม

นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน

โดยสถานการณ์น้ำในเขื่อนหลัก 4 เขื่อนของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในขณะนี้นั้น พบว่า เขื่อนภูมิพล มีน้ำใช้การเหลืออยู่ 575 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 6% โดยมีแผนให้ใช้ในช่วงสงกรานต์ ในอัตราวันละ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำใช้การเหลืออยู่ 1,132 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 17% มีแผนการระบายให้ใช้ได้ในอัตราวันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนแควน้อย ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยา มีน้ำใช้การเหลืออยู่ 249 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 28% มีแผนการระบายให้ใช้ได้ในอัตราวันละ 1.04 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งอยู่ทางตอนล่างของแม่น้ำเจ้าพระยา มีน้ำใช้การเหลืออยู่ 294 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 31% มีแผนการระบายให้ใช้ได้ในอัตราวันละ 1.8 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมปริมาณน้ำทั้ง 4 เขื่อนของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในขณะนี้ ยังคงเหลือใช้การอยู่ประมาณ 2,250 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีการเตรียมแผนการระบายในช่วงสงกรานต์ รวมทั้งสิ้นไม่เกินวันละ 18 ล้านลูกบาศก์เมตร

แม้แต่เขื่อนอื่นๆ โดยเฉพาะเขื่อนที่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น จังหวัดลำปาง ที่มีปริมาณน้ำเหลือใช้น้อยกว่า 30% ทางกรมชลประทานก็มีการประเมินและคาดการณ์ไว้แล้วว่า ยังถือว่ามีปริมาณน้ำเพียงพอที่จะประคับประคองให้ผ่านพ้นช่วงฤดูแล้งไปจนถึงเดือนกรกฎาคมได้

วิกฤติภัยแล้งเข้าคุกคามประเทศไทยทุกหย่อมหญ้าสงกรานต์ น้ำแล้ง กรมชลประทาน ยันไม่มีปัญหา ?

เล่นสงกรานต์อย่างไร ในภาวะน้ำแล้งรุนแรงเช่นนี้? อธิบดีกรมชลประทาน ยืนยันว่า ไม่มีปัญหา แม้จะไม่ได้มีแผนการระบายน้ำเพิ่มขึ้นหรือพิเศษกว่าปีก่อนๆ แต่ก็มั่นใจว่าปริมาณน้ำที่เตรียมแผนการปล่อยให้ใช้การในแต่ละวัน เพียงพอต่อการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ในช่วงสงกรานต์ได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ปีนี้คาดว่าอัตราการใช้น้ำจะลดลงไป 5% เนื่องจากส่วนใหญ่ประชากรเฉลี่ยกลับต่างจังหวัด ส่วนจังหวัดที่คาดว่าปริมาณการใช้น้ำมากที่สุดในประเทศก็คือ จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดนครราชสีมา เพิ่มขึ้นประมาณ 10% แต่ทั้งนี้ ก็ไม่อยากให้ประชาชนวิตกกังวัล ยืนยันว่าปริมาณน้ำเพียงพอ

“แต่ทั้งนี้ ก็ยังอยากจะฝากถึงประชาชนว่า แม้จะสามารถเล่นน้ำและทำกิจกรรมวันสงกรานต์ได้ตามปกติเหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา แต่ก็ควรจะเล่นในจุดที่มีการจัดเตรียมน้ำไว้ให้ ไม่ควรขนย้ายน้ำใส่ภาชนะใหญ่ออกสาดกันตามถนนหนทาง เพราะนอกจากจะเป็นการสิ้นเปลืองน้ำแล้ว อาจจะส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้นด้วย” อธิบดีกรมชลประทาน ฝากถึงประชาชน. 

น้ำแล้งวิกฤติหนัก น้ำใช้การเหลือแค่ก้นเขื่อนการประปานครหลวงแนะ จากสาดเป็นประพรมน้ำ สืบสานประเพณีไทย

ขณะเดียวกัน นางจุฑารัตน์ สมจิตรานุกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การประปานครหลวง (กปน.) ก็ยอมรับว่า สถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ค่อนข้างรุนแรง แต่ประชาชนสามารถสืบสานประเพณีไทยในเทศกาลสงกรานต์ได้ โดยร่วมกันประหยัดน้ำ เช่น เปลี่ยนจากการสาดน้ำเป็นประพรมน้ำแทน หรือหันมารณรงค์กันใช้ขันใบเล็กในการสาดน้ำ ก็ถือเป็นการมีส่วนร่วมในการใช้นำ้อย่างรู้คุณค่า

กปน. เผยสถิติการใช้น้ำย้อนหลัง 3 ปี อยู่ที่ วันละ 4.5-5.2 ล้านลบ.ม.

โดยสถิติการใช้น้ำประปาในช่วงเทศกาลย้อนหลัง 3 ปี พบว่า อัตราการใช้น้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่วันที่ 11-15 เมษายน อยู่ที่ 4.5-5.2 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งลดน้อยลง 10-20% จากช่วงเวลาปกติด้วยซ้ำ เนื่องจากประชาชนส่วนมากเดินทางกลับภูมิลำเนา บริษัทห้างร้านต่างๆ ปิดทำการ เพราะฉะนั้นในปีนี้ก็คาดว่าอัตราการใช้น้ำช่วงเทศกาลสงกรานต์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก็จะลดลงด้วยเช่นกัน

สงกรานต์นี้เรามาร่วมกันรณรงค์ประหยัดน้ำกันเถอะ

ทั้งนี้ นางจุฑารัตน์ เปิดเผยสถิติการใช้น้ำประปาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่ปี 2556 พบว่า วันที่ 11 เมษายน มีปริมาณการใช้น้ำ 5.1 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 12 เมษายน อยู่ที่ 4.8 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 13 เมษายน อยู่ที่ 4.5 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 14 เมษายน อยู่ที่ 4.5 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 15 เมษายน อยู่ที่ 4.5 ล้านลูกบาศก์เมตร และวันที่ 16 เมษายน อยู่ที่ 4.6 ล้านลูกบาศก์เมตร

ส่วนในปี 2557 พบว่า อัตราการใช้น้ำตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน อยู่ที่ 5.0 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 12 เมษายน อยู่ที่ 4.7 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 13 เมษายน อยู่ที่ 4.5 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 14 เมษายน อยู่ที่ 4.5 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 15 เมษายน อยู่ที่ 4.5 ล้านลูกบาศก์เมตร และวันที่ 16 เมษายน อยู่ที่ 4.8 ล้านลูกบาศก์เมตร

และในปี 2558 มีอัตราการใช้น้ำประปาตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน อยู่ที่ 5.0 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 12 เมษายน อยู่ที่ 4.6 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 13 เมษายน อยู่ที่ 4.5 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 14 เมษายน อยู่ที่ 4.6 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 15 เมษายน อยู่ที่ 4.8 ล้านลูกบาศก์เมตร และวันที่ 16 เมษายน อยู่ที่ 5.2 ล้านลูกบาศก์เมตร 

คิดสักนิดก่อนจะสาดน้ำใครสักขันกปน. เตรียมแผนสำรองน้ำ เชื่อไม่กระทบประชาชน

อย่างไรก็ดี อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การประปานครหลวง (กปน.) ยังกล่าวอีกว่า แม้จะมีการคาดการณ์ว่า อัตราการใช้น้ำสงกรานต์ปีนี้ จะลดลง และจะไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปา แต่การประปานครหลวงก็มิได้นิ่งนอนใจ มีการเตรียมพร้อมในการบริหารจัดการสำรองน้ำในถังเก็บน้ำใสภายในโรงงานฯ และสถานีสูบจ่ายน้ำทุกแห่ง โดยมีการผลิตและจ่ายน้ำตามความเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้กระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด โดยจะมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายสัปดาห์ ประกอบกับอยู่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนใช้น้ำน้อยลงจากการปิดทำการและเดินทางท่องเที่ยว จึงคาดว่าไม่กระทบต่อประชาชน อีกทั้งยังได้รับการยืนยันจากกรมชลประทานว่าจะเร่งดำเนินการผันน้ำเพื่อไม่ให้กระทบการผลิตน้ำประปา ทั้งนี้ แม้ว่ามีทั้งการเตรียมการสำรองน้ำ ให้เพียงพอต่อเทศกาลสงกรานต์แล้วนั้น แต่ก็ยังต้องรณรงค์ให้ประชาชนได้ตระหนักถึงคุณค่าของน้ำและประหยัดน้ำอยู่ เพราะฉะนั้นอยากให้ใช้น้ำเท่าที่จำเป็น

เล่นสงกรานต์ปีนี้อยากให้ทุกคนได้ตระหนักถึงน้ำที่สาดกันให้มากที่สุด ก่อนที่จะไม่มีน้ำกินน้ำใช้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากรมชลประทานและการประปานครหลวงจะออกมายืนยันแล้วว่า แม้สถานการณ์ภัยแล้งจะเข้าขั้นวิกฤติอย่างแสนสาหัส แต่สำหรับในห้วงเวลาของช่วงเทศกาลสาดน้ำนี้ ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักทั้ง 4 ของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยามีเพียงพอต่อกิจกรรมต่างๆ ไว้รองรับการเล่นน้ำของประชาชนได้อย่างปกตินั้น…

ดร.สมิทธ ชี้ น้ำแล้งวิกฤติหนัก น้ำใช้การเหลือแค่ก้นเขื่อน วอนอย่าปิดบังประชาชน

ด้าน ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ก็ออกมาคัดค้านว่า “ไม่เห็นด้วย” เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งในขณะนี้ ยังถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤติอยู่ ซึ่งการที่กรมชลประทานจะออกมาอ้างว่า ปัจจุบันน้ำในเขื่อนยังมีปริมาณเพียงพอจนไปถึงเดือนกรกฎาคมนั้น อยากจะแจ้งให้ประชาชนทราบว่า ปริมาณน้ำที่ว่านั้น เป็นน้ำก้นเขื่อนทั้งสิ้นซึ่งการสูบน้ำก้นเขื่อนขึ้นมาใช้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจากผิวน้ำก้นเขื่อนลงไปด้านล่าง จะเป็นกรวด ทราย และตะกอนเขื่อนที่สะสมมาเป็นเวลาสิบๆ ปี ยกตัวอย่าง เขื่อนภูมิพล เป็นเขื่อนที่สร้างขึ้นมากว่า 60 ปี ทำให้มีตะกอนตกก้นเขื่อนเกิดการสะสมอยู่มาก เพราะฉะนั้นเมื่อมีการสูบน้ำขึ้นมา จะต้องใช้พลังงานและน้ำมันมหาศาล ซึ่งปริมาณน้ำที่สูบขึ้นมาก็จะไม่ใช่น้ำที่สามารถใช้จริงได้ทั้งหมด

“ดังนั้น ในห้วงเวลาขณะนี้ถือว่าสถานการณ์น้ำแล้งวิกฤติหนักสุดแล้ว แต่ทางหน่วยงานราชการยังคงปิดบังและไม่เปิดเผยความจริงกับประชาชน เพราะหากมีน้ำเหลือน้อยจริง ก็ควรจะแจ้งให้ประชาชนทราบ จะได้เตรียมรับมือและใช้น้ำอย่างประหยัด มิฉะนั้นอัตราการใช้น้ำก็จะยิ่งมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ จึงอยากออกมาเตือนประชาชนให้เตรียมตัวรับมือ พยายามเก็บกักและสำรองน้ำไว้ รวมถึงควรจะใช้น้ำเท่าที่จำเป็น”

ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติลุ้นพายุจอห์น หากไม่เข้าตามฤดูกาล วิกฤติน้ำแล้งหนักขึ้น

ดร.สมิทธ เผยอีกว่า เนื่องจากปัญหาภัยแล้งค่อนข้างรุนแรงและถือว่าวิกฤติมากที่สุด จึงอยากจะแจ้งถึงประชาชนที่อยู่ในภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคเหนือ ว่า ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม จะมีลมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่าน เอาความชื้นเข้ามาจากมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งอาจจะมีบางช่วงตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่านเอาความชื้นเข้ามา ทำให้เกิดเป็นปรากฏการณ์ ที่เรียกว่า ‘พายุฤดูร้อน’ ส่งผลให้มีฝนตกบ้าง ประมาณ 30-40 นาที ฉะนั้น ถือเป็นโอกาสดีที่ประชาชนจะต้องเตรียมภาชนะไว้เก็บกักน้ำ แต่ทั้งนี้ ก็ต้องระมัดระวังเรื่องของลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกในบางพื้นที่ เพราะฉะนั้นหากมีประกาศพายุฤดูร้อน ประชาชนต้องระมัดระวังอย่าไปอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่ หรือเสาไฟฟ้าแรงสูง เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้

สถานการณ์ภัยแล้งวิกฤติหนักสุด

นอกจากนี้ ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน จะมีฝนทิ้งช่วงประมาณ 1-2 สัปดาห์ หลังจากเดือนมิถุนายนแล้ว ก็จะเริ่มมีฝนเข้าจับพายุตามฤดูกาล เพราะฉะนั้นถ้ามีพายุจอห์นทางมหาสมุทรแปซิฟิก ฟิลิปปินส์ ผ่านมาทางเวียดนาม กัมพูชา และพม่า เข้ามาประเทศไทย เมื่อนั้นก็คงมีน้ำใช้กันปกติ แต่หากไม่มีพายุจอห์นพัดเข้ามาตามฤดูกาล ปัญหาขาดแคลนน้ำในประเทศไทยก็จะยิ่งหนักขึ้น

ดร.สมิทธ วอนประชาชนเห็นคุณค่าของน้ำทุกขัน

สำหรับเรื่องของเทศกาลสงกรานต์นั้น ดร.สมิทธ เสนอแนะว่า “เทศกาลสาดน้ำเป็นเทศกาลสนุกสนานที่หลายคนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยต่างเฝ้าคอย ซึ่งถือเป็นเทศกาลที่ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ ฉะนั้น มองว่า แม้น้ำจะมีปริมาณไม่มากนัก แต่ก็ไม่ควรจะห้ามประชาชนเล่นสงกรานต์ สามารถเล่นน้ำได้ตามปกติ เพียงแต่อาจจะลดการเล่นลงเหลือแค่ 2-3 วันก็น่าจะพอ เพราะน้ำที่หายไปในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้น เป็นปริมาณที่ค่อนข้างมาก ดังนั้น วิธีเล่นก็อยากจะรณรงค์ให้ใช้ปืนฉีดน้ำขนาดเล็ก หรือขันที่มีขนาดไม่ใหญ่เกินไป ซึ่งควรจะสาดพอประมาณและเห็นคุณค่าของน้ำทุกขันให้มากขึ้น” 

สาดน้ำพอดีๆ เพื่อรักษาน้ำให้มีใช้ไปตลอดทั้งปี

แม้ว่าทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะออกมาคอนเฟิร์มแล้วว่า ปริมาณน้ำมีเพียงพอต่อการสนับสนุนกิจกรรมช่วงเทศกาลสาดน้ำนี้ก็ตาม แต่แน่นอนว่าความจำเป็นต่อการใช้น้ำของประชาชนไม่ได้มีแค่วันนี้ พรุ่งนี้ หรือเฉพาะช่วงสงกรานต์นี้ เท่านั้น จึงอยากจะฝากย้ำเตือนประชาชนอีกครั้งว่า “น้ำมีน้อย ใช้สอยอย่างประหยัด ดังนั้น… คิดสักนิดก่อนจะสาดใครสักขัน”…

ที่มา>>>Thairath

เสื้อลายดอก แฟชั่นหน้าร้อน ใส่เล่นสงกรานต์ (เสื้อสงกรานต์แฟชั่น)

ฤดูร้อนปีนี้กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า โดยรวมอากาศจะร้อนกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย หากหนุ่มๆ ยังคงแต่งตัวจัดหนัก จัดเต็ม เห็นทีคงจะไม่ไหวแน่นอน ยังไงลองหาเสื้อผ้าสีสันสดใส มาสวมใส่ในช่วงหน้าร้อนนี้ก็จะดีไม่น้อย เพราะหากใส่เสื้อผ้าที่มีเนื้อหนาความร้อนก็จะถูกระบายออกได้ช้า ส่งผลเรารู้สึกไม่สบายตัวเท่าที่ควร

เสื้อลายดอก

ยิ่งเดือนเมษายน ที่มีเทศกาลสงกรานต์ หนุ่มๆ ยิ่งต้องมีเสื้อลายดอก ติดตู้เสื้อผ้าไว้อย่างน้อยสัก 1 ตัว เพราะนอกจากความสดใสที่ได้จากลวดลาย ความโปร่งสบายของเนื้อผ้า ก็จะทำให้ความร้อนในตัวถูกระบายออกอย่างเต็มที่

สำหรับช่วงนี้เราก็เห็นกระแสของเสื้อลายดอกกันแล้วประปราย โดยแบรนด์ต่างๆ ก็จะเน้นว่างจำหน่ายเสื้อผ้าลายดอกในช่วงนี้ ขณะที่ตามตลาดนัดก็ไม่ต้องพูดถึงครับ เสื้อลายดอกคงจะกลายเป็นสินค้าขายดี เพราะใส่ไปเล่นน้ำสงกรานต์ ยังนำกลับมาใส่ในวันสบายๆ ได้อีก หรือถ้าใครอยากไปใส่ชิวๆ ริมทะเลยิ่งดีไม่มีปัญหา

แต่หากหนุ่มคนไหนมีปัญหาไม่รู้จะผสมกับกางเกงแบบไหน ใส่กับเสื้อข้างในสีอะไร หรือแม้แต่ไม่รู้ว่าจะเข้ากับการแต่งตัวของตัวเองไหม ลองนำไอเดียเหล่านี้ไปปรับดูนะครับ รับรองว่าคุณจะดูดีในแบบที่คุณเป็น
Cr. Photo : Manly Things.

ร้อนๆ แบบนี้ต้องเสื้อลายดอก กับกางเกงขาสั้น ผสมกันแล้วลงตัวสุด

Cr. Photo : Alexander Thompson

ใครมีแผนจะไปทะเลเร็วๆ นี้ แต่ไม่อยากใส่ขาสั้น ลองใส่กางกางสแลกแล้วพับขแบบนี้ดูนะครับ เท่ไปอีกแบบ

Cr. Photo : @paopetch_viii

ใครต้องการความสดชื่นขั้นรุนแรง ลองหาเสื้อลายดอกสีแซ่บๆ แบบหนุ่มเพชรมาใส่ก็ไม่มีปัญหาครับ

Cr. Photo : ulikebodyhair.tumblr.com

แบบนี้ก็ลงตัวครับใส่เสื้อยืดด้านในแล้วใช้เสื้อเชิ้ตลายดอกคลุมทับ

Cr. Photo : Anirudh Jain

ใครอยากใส่ลอยดอกแต่อยากได้อารมณ์เป็นแนวยีนส์ๆ แบบนี้เหมาะครับ

Cr. Photo : hotties-bodies.tumblr.com

มาแนวยอดฮิตแบบนี้กันบ้าง เสื้อยืดกางเกงยีนส์ เสริมด้วยเครื่องประดับเล็กๆ ก็เท่ ไม่เบา

Cr. Photo : theraddiaries.tumblr.com

ใครไม่ร้อนต้องการความเท่ จะใส่ถุงเท้าแบบนี้ก็ได้นะครับ อิอิ

Cr. Photo : thesartorialist.com

ผสมคลุมโทนให้ออกมาเป็นสีเขียวก็ดูดีไม่น้อย

Cr. Photo : itsallmentalmasturbation.tumblr.com

ใครว่าผู้ชายหวานไม่ได้ ลองใส่เสื้อสีส้ม สีชมพู แบบนี้ดูก็ได้ครับ

Cr. Photo : surf-goodvibes.tumblr.com

เสื้อลายดอกแบบนี้ก็เท่ ดีครับ ใส่กับกางเกงขาสั้นหรือกางเกงยีนส์ได้ดูดีแล้ว

เอาล่ะ ! ได้แนวเสื้อลายดอกที่จะใส่คลายร้อนในช่วงเมษานี้แล้ว แต่เดี๋ยวก่อน .. บางคนอาจจะยังมีคำถามอยู่ในใจว่า แบบน่ะได้แล้ว แล้วจะไปหาซื้อได้ที่ไหนบ้าง ? .. ขอให้วางใจ เพราะวันนี้เราไม่ได้มาแนะนำให้หนุ่มมีลุคเท่ๆ เพียงอย่างเดียว แต่เรายังมีข้อมูลมาฝากอีกด้วย ว่าการที่จะได้ลุคเท่ๆ รับร้อนนั้นต้องทำยังไงกันบ้าง …

พอเข้าเดือนเมษายนทีไร เป็นอันรู้ว่าใครต่อใครต่างก็เรียกหาความเย็นสบายใส่ตัวแต่ไม่ลืมว่าต้องดูดีด้วย โดยเฉพาะหนุ่มๆ ทั้งเสื้อผ้า หน้าผม ไม่ใช่ว่าใส่เล่นน้ำแล้วเย็นสบายอย่างเดียว แต่ถ่ายรูปออกมาแล้วต้องหล่อด้วย ก็เป็นแฟชั่นนิสต้านี่ครับบ (ฮ่าๆ ขำแรง) เราก็เลยไปสรรหาแบรนด์ต่างๆ ที่มีคอลเลคชั่นเสื้อผ้าลายดอก จะได้เตรียมตัวไปจับจองมาเป็นเจ้าของได้ เอ้า เริ่ม !
เสื้อลายดอก Zalora
Cr. Photo : Zalora.co.th
1. Zalora
สำหรับแบรนด์นี้อาจจะไม่ได้มีเสื้อเชิ๊ตลายดอกจ๋าขนาดนั้น แต่ก็เป็นเสื้อเชิ๊ตลายพิมพ์ชายหาดรับหน้าร้อนที่ดูเท่ไม่หยอก รับรองว่าหนุ่มคนไหนที่ได้ใส่แล้วต่อให้เปียกก็ยังดูดีอยู่เชื่อสิ

เสื้อลายดอก Lazada
Cr. Photo : Lazada.co.th
2. Lazada
ต่อกันด้วยเสื้อเชิ๊ตลายดอกจาก Lazada ที่สะท้อนความเป็นหนุ่มรักธรรมชาติ ชอบความสงบ เหมาะมากสำหรับหนุ่มๆ ไม่ได้เรียบมาก แต่ก็ไม่ได้ลายจัดมาก จะใส่ช่วงหน้าร้อน สงกรานต์ หรือหน้าไหนๆ ก็ได้ตามใจเลย
เสื้อลายดอก wearyouwant
Cr. Photo : Wearyouwant.com
3. Wearyouwant
ไม่อยากจะเชื่อว่าเสื้อเชิ๊ตลายพิมพ์แบบนี้จะถูกออกแบบมาสำหรับหนุ่มๆ !!! ก็ดูนั่นสิ ลวดลายผลไม้สีสันฉูดฉาด เอาจริงๆ ก็มากสำหรับหนุ่มคนไหนที่ชอบแต่งตัวด้วยผ้าลายแพทเทิร์นสีสันสดใส เห็นเขาบอกมาว่าเสื้อสวยๆ แบบนี้ราคาไม่เหวี่ยงมากด้วย ไปหาจับจองกันได้
เสื้อลายดอก mrmakershop
Cr. Photo : mrmakershop.com
4. mrmakershop
สำหรับแบรนด์นี้จัดเสื้อเชิ๊ตเป็นลวดลายทางมะพร้าวกันแบบหนักๆ ลงพื้นรับด้วยสีขาวนวลๆ สบายตา ให้ความรู้สึกเหมือนลาย Weed ที่ฮิตกันเมื่อช่วงปีที่แล้วอยู่กลายๆ ใส่เถอะ ! แล้วคุณจะกลายเป็นหนุ่มฮาวายแบบไทยๆ ไปเลยล่ะ
เสื้อลายดอก สามแยกฮาวาย
Cr. Photo : 3yakhawaii
5. สามแยกฮาวาย
ต้องบอกว่า “สามแยกฮาวาย” เป็นอีกหนึ่งเจ้าที่จำหน่ายเสื้อเชิ๊ตลายฮาวายมือ 2 คุณภาพดี การันตีจากแฟนๆ ที่เป็นลูกค้าประจำเป็นจำนวนมากมาอุดหนุนอยู่ไม่ขาดสาย ลวดลายเยอะ มีให้เลือกกันไม่หวาดไม่ไหว ที่สำคัญไปกว่านั้น ยังมีบริการให้คำแนะนำก่อนเลือกซื้อด้วยนะ ใครสนใจก็ลองเข้าไปสอบถามกันดูได้
เสื้อลายดอก ไฮทูแฮนด์
Cr. Photo : ไฮทูแฮนด์
6. ไฮทูแฮนด์
“ไฮทูแฮนด์” เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีเสื้อเชิ๊ตฮาวายมือสอง ลวดลายเจ็บๆ สีสันแสบๆ แปลบทรวงให้เลือกเป็นตั้งๆ อย่าพึ่งคิดว่าเสื้อผ้ามือสองจะคุณภาพแย่เสมอไป ลองคลิกเข้าไปดูลวดลายต่างๆ ได้ รับรอง คุณจะเลือกดูเพลินจนลืมเวลาเลยล่ะ
เสื้อลายดอก คลอง 6 ฮาวาย
Cr. Photo : คลอง 6 ฮาวาย
7. คลอง 6 ฮาวาย
เพิ่มกันให้อีกสักที่สำหรับร้านที่มีจำหน่ายเสื้อเชิ๊ตฮาวายมือสอง บางทีก็สงสัยนะ ว่าทำไมถึงตั้งชื่อร้านซะแปลกแหวกแนวขนาดนั้น แต่อ่านไปอ่านก็เลิกสงสัยทันที แหม่ เห็นได้จากเสื้อเชิ๊ตที่มีให้ลูกค้าเลือกสิ เจ็บๆ ขนาดนั้น ไม่ตัดสิ้นใจซื้อจะอยู่ได้หรือ ..
เสื้อลายดอก Central
Cr. Photo : Central.co.th
8. Central.co.th
มาเพิ่มลุคคูลๆ ให้กับตัวเองด้วยเสื้อเชิ๊ตลายทร๊อปปิคอลสุดชิคบ้างดีกว่า ว่ากันว่าเสื้อเชิ๊ตทุกตัวถูกออกแบบมาอย่างดี ไม่ฟิต ไม่หลวมจนเกินไป ใส่สบาย ได้รูป จะใส่ไปเดินเล่น หรือใส่ไปเล่นน้ำในช่วงสงกรานต์ได้นะ คูลเหมือนกัน ..
เสื้อลายดอก Aunnyshop
Cr. Photo : Aunnyshop.com
9. Aunnyshop
อื้อหือ ! ว่าร้านเมื่อสักครู่มีเสื้อเชิ๊ตลวยลายสีสันเจ็บจี๊ดแล้วนะ พอมาดูร้านนี้แล้วต้องบอกว่า “ช็อตนี้ตูตาย” เพราะคงจะนิยามมากว่าคำว่าเจ็บไม่ได้ เห็นลวดลายเสื้อแล้วสะเทือนอารมร์ เหมือนกำลังโดนมีดแหลมๆ แทง แต่ถ้าเกิดว่าใครไม่ชอบแนวนี้ ก็ลองมองหาแบบอื่นๆ ได้ อาจจะมีที่เข้ากับตัวคุณอยู่แน่ๆ
เสื้อลายดอก First in shirt
Cr. Photo : firstinshirt.com
10. First in shirt
ช่วง Summer หรือหน้าร้อนตอนนี้ต้องเน้นอะไรใหญ่ๆ โตๆ อย่างเสื้อเชิ๊ตตัวนี้ แบรนด์นี้ ที่เน้นทั้งลวดลายดอกยักษ์ใหญ่ สีสันฉูดฉาดเกินทานไหว เห็นแล้วช่วยส่งให้คุณผู้ชายกลายเป็นแฟชั่นนิสต้าได้ไม่ยาก แบรนด์นี้ไม่ได้มีแค่เสื้อเชิ๊ตสำหรับคุณผู้ชายเท่านั้น แต่ยังมีเสื้อสวยๆ สำหรับคุณผู้หญิงอีกด้วย หลากหลายมากๆ

เอาล่ะ เห็นแล้วก็อย่ารอช้า รีบผันตัวเองไปเป็นหนุ่มคูลซะ แล้วหน้าร้อนนี้จะสนุก ลืมความน่าเบื่อไปได้เลย ..

ที่มา และรูปภาพ : http://www.benmanhirefashion.com/blog/read/10-Songkran-Shirts