เจอร์เก้น คล็อปป์ ชี้เชิ้ตดำทำถูกแล้วที่ให้จุดโทษ ลิเวอร์พูล

 * เจอร์เก้น คล็อปป์ ชี้เชิ้ตดำทำถูกแล้วที่ให้จุดโทษ ลิเวอร์พูล *

เจอร์เก้น คล็อปป์ เจอร์เก้น คล็อปป์

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของ ลิเวอร์พูล ออกโรงยืนยันว่าลูกจุดโทษปัญหาในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมาในเกมที่ ลิเวอร์พูล บุกไปเฉือนชนะ คริสตัล พาเลซ 2-1 ถือเป็นการตัดสินที่ถูกต้อง

โดยในเกมดังกล่าวหลังจากถูก คริสตัล พาเลซ ขึ้นนำไปก่อนตั้งแต่ในช่วงต้นครึ่งหลัง แถมต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คนเมื่อ เจมส์ มิลเนอร์ มาโดนใบเหลืองใบที่สองเป็นใบแดง

แต่ทว่า ลิเวอร์พูล ก็มาได้ประตูตีเสมอ น.71 แบบส้มหล่นเมื่อ อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ย์ ผู้รักษาประตูเจ้าบ้านจ่ายบอลพลาดเข้าทาง โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ยิงเข้าไปง่าย ๆ จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ “หงส์แดง” มาได้ลูกจุดโทษจากจังหวะที่ถูกกองหลังเจ้าบ้านสกัดถูกขาหลังของ คริสเตีย เบนเทเก้ เจ้าตัวรับหน้าที่สังหารเป็นประตูชัยไปในที่สุด

ทางด้าน เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็มองว่าจังหวะจุดโทษถือเป็นการตัดสินที่ถูกต้องของผู้ตัดสิน “มันคือการเปลี่ยนตัวที่เหมาะเจาะมาก เบนเทเก้ ทำงานหนัก การจับบอลแรกของเขานำพาไปสู่โอกาสใหญ่ และเขาก็เรียกจุดโทษได้ เพราะเขาเคลื่อนที่มันจึงเกิดสถานการณ์นั้น มันคือจุดโทษอย่างชัดเจน และเขาก็ยิงได้อย่างเยือกเย็น”

ขณะที่ อลัน พาร์ดิว กุนซือใหญ่ คริสตัล พาเลซ ก็ออกอาการหัวเสียสุด ๆ กับจุดโทษดังกล่าว “ผมรู้สึกเหมือนเราโดนปล้นชัยชนะ แน่นอนเขาจ้องที่จะเอาจุดโทษอยู่แล้ว หากว่าผู้กำกับเส้นมองว่าเป็นจุดโทษเพียงเพราะว่าหัวเข่าไปโดน ในนาทีสุดท้ายผมว่ามันรุนแรงไป ดาเมียน เดลานี่ย์ พยายามดึงขากลับ แต่มันเป็นจังหวะต่อเนื่องหัวเข่าเขาก็เข้าไปโดน”

ภาพจาก AFP

เวย์ NBT ผู้ประกาศข่าวสาวผู้ไม่ย่อท้อ ขอต่อสู้กับมะเร็ง แม้ผมร่วงทั้งหัว

 * เวย์ NBT ผู้ประกาศข่าวสาวผู้ไม่ย่อท้อ ขอต่อสู้กับมะเร็ง แม้ผมร่วงทั้งหัว *

เวย์ NBT เวย์ NBT

เปิดเรื่องราวของ เวย์ เยาวลักษณ์ กันนิกา ผู้ประกาศข่าวสาวช่อง NBT ผู้ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม จนผมร่วงทั้งหัว แต่ก็ไม่ย่อท้อ ขอสู้ต่อไป ด้วยแรงใจที่เข้มแข็ง

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวสร้างกำลังใจดี ๆ ของผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่ไม่ย่อท้อต่อความเจ็บป่วย ขอต่อสู้กับโรคร้าย จนสามารถกลับมายิ้มได้อีกครั้ง สำหรับเรื่องของ คุณเวย์ เยาวลักษณ์ กันนิกา ผู้ประกาศข่าวสาวช่อง NBT และ Metro TV ที่ล่าสุด (2 มีนาคม 2559) เธอได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวการต่อสู้กับโรคมะเร็งของตัวเอง ผ่านเฟซบุ๊ก Wayway Vay ซึ่งมีผู้แชร์ต่อ และเข้ามาคอมเม้นท์ให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม

โดยคุณเวย์ NBT เล่าว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2558 เธอทราบผลการตรวจชิ้นเนื้อบริเวณเต้านมว่าเป็นเนื้อไม่ดี ก่อนจะทราบแน่ชัดว่า เธอเป็นมะเร็งเต้านมทั้ง 2 ข้าง คุณหมอได้เริ่มวางแผนการรักษา จากที่ตั้งใจแต่แรกว่า ถ้าเป็นมะเร็ง จะไม่ยอมให้คีโมเด็ดขาด แต่สุดท้ายก็จำเป็นต้องเข้ารับคีโมจนได้ เพราะดูแล้วน่าจะเป็นทางรอด มากกว่าทางเลือก… จากนั้นเธอก็หาข้อมูลต่าง ๆ ทำทุกวิถีทางที่จะมีลมหายใจต่อให้นานที่สุด เพื่อให้ตัวเองมีโอกาสได้อยู่ดูและพ่อกับแม่ไปนาน ๆ แล้วก็พบว่า ทางที่ดีที่สุดที่จะต่อสู้กับโรคร้ายคือ “ทางสายกลาง” คือการรักษาตามขั้นตอนทางการแพทย์ทุกอย่าง และใช้วิถีธรรมชาติบำบัดเข้าช่วย

สำหรับขั้นตอนการรักษา คุณหมอต้องให้คีโมก่อน ผลข้างเคียงสำหรับเธอ มันคือความทรมานมากที่สุดในชีวิต ถึงกับร้องไห้ต่อหน้าหมอ บอกหมอว่า “ไม่อยากให้คีโมแล้ว ปล่อยให้ตาย ๆไปดีกว่า …” รู้สึกท้อ ถอดใจ อยากตาย… หลังให้คีโมครั้งแรกผ่านไป 2 สัปดาห์ ผมก็เริ่มร่วง เธอไม่กล้าแม้แต่จะส่องกระจกดูตัวเอง แต่สุดท้ายก็อดทนผ่านไปได้จนครบ 4 ครั้ง และต้องเข้ารับการผ่าตัด จากนั้นยังต้องให้คีโมอีก 4 ครั้ง จนผมร่วงหมดทั้งหัว จากนั้นก็เป็นขั้นของการฉายรังสี ที่ต้องทำถึง 30 ครั้ง จึงจบกระบวนการรักษา

อย่างไรก็ตาม คุณหมอไม่การันตีว่าหาย หรือเซลล์มะเร็งหมดไป เธอคอยดูแลและเตือนตัวเองว่า “ฉันเป็นมะเร็ง” และ “มะเร็งมันไม่มีวันหาย มันแค่สงบลง” ทุกวันนี้เธอผ่านมันมาได้แล้ว แม้จะไม่ง่าย ทุกข์ที่สุดในชีวิต ทรมานทั้งกายใจก็ตาม มาวันนี้เธอขอบคุณมะเร็ง ที่ทำให้ได้รู้ซึ่งถึงคุณค่าของลมหายใจทุกนาทีที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่เธอจะไม่สามารถมีรอยยิ้มและแรงสู้ได้เลย หากไม่ได้กำลังใจที่ดีจากครอบครัวและคนใกล้ตัว ที่คอยดูแล ให้กำลังใจในช่วงเวลาที่เธอแย่ที่สุด… และสิ่งสำคัญที่สุดคือ รอยยิ้มของพ่อและแม่ ที่ทำให้เธอลุกขึ้นสู้ และยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อ

ข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Wayway Vay

เรื่องเล่าจากหมอห้องฉุกเฉิน…อุบัติเหตุรถพยาบาล กับชีวิตที่แขวนบนเส้นด้าย

 * เรื่องเล่าจากหมอห้องฉุกเฉิน…อุบัติเหตุรถพยาบาล กับชีวิตที่แขวนบนเส้นด้าย *

เรื่องเล่าจากหมอห้องฉุกเฉิน

เรื่องเล่าจากหมอห้องฉุกเฉิน ..กับอุบัติเหตุรถพยาบาล เตือนคนไทยแสดงความมีน้ำใจ ใส่ใจในเสียงไซเรน

การดำเนินชีวิตในแต่ละวันล้วนมีความเสี่ยง ไม่มีใครรู้ได้ล่วงหน้าว่าจะมีอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นตอนไหน เช่นเดียวกับวานนี้ (4 มีนาคม 2559) เฟซบุ๊ก Kitsada Tammarach ก็ได้แชร์ประสบการณ์เรื่องราว จากใจหมอ ER (หมอห้องฉุกเฉิน) บอกว่า ตนทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่ง ขณะที่กำลังนอนเล่นอยู่ในหอพักโรงพยาบาลในวันที่ไม่ได้เข้าเวร จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นตามให้ไปห้องฉุกเฉิน เนื่องจากมีคนถูกยิงหลายคน

ตอนที่ไปถึงห้องฉุกเฉิน พบคนเจ็บ, เพื่อน, ญาติ, ตากล้อง, ไทยมุง วุ่นวายเต็มห้องฉุกเฉินไปหมด ซึ่งแน่นอนว่าไล่ไม่ไป ทำให้การดูแลคนเจ็บยากขึ้นไปอีก ซึ่งมีเคสหนึ่งหนักสุด ถูกยิงที่หน้าอกขวา กระสุนทะลุอก เสียเลือดมากต้องใส่ท่อช่วยหายใจและท่อระบายเลือดออกจากช่องอก โชคดีที่คนเจ็บยังมีสติ ชีพจรดี อาการยังพอไหวเลยรีบส่งขึ้นรถฉุกเฉินเพื่อไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลในจังหวัด

อ่านเพิ่มเติม เรื่องเล่าจากหมอห้องฉุกเฉิน…อุบัติเหตุรถพยาบาล กับชีวิตที่แขวนบนเส้นด้าย

แจ็ค แฟนฉัน กับภาพล่าสุด ผอมแล้วหล่อขึ้นเยอะมาก

 * แจ็ค แฟนฉัน กับภาพล่าสุด ผอมแล้วหล่อขึ้นเยอะมาก *

แจ็คแฟนฉัน ตอนผอม

แจ็ค แฟนฉัน ฟิตหุ่นจนตอนนี้ผอมแล้ว แฟนคลับพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า หล่อมาก แอบคล้าย อาเล็ก ธีรเดช

เรียกได้ว่าขยันออกกำลังกายฟิตหุ่นอย่างหนัก จนตอนนี้เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยก็ว่าได้ สำหรับนักแสดงหนุ่มอารมณ์ดี แจ็ค แฟนฉัน ล่าสุด (3 มีนาคม 2559) แอบเห็นภาพหนุ่มแจ็ค ที่พิธีกรหนุ่ม วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา อัพลงในทวิตเตอร์ ถึงกับต้องร้อง…อู้หู ! เพราะว่าหนุ่มแจ็คผอมแล้วเปลี่ยนไปมาก

งานนี้ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า แจ็คหล่อขึ้นเยอะมาก แถมแฟนคลับสาว ๆ ยังเข้ามาคอมเม้นท์ในอินสตาแกรมของเจ้าตัวด้วยว่า ผอมแล้วแอบเหมือน อาเล็ก ธีรเดช หล่อใจละลายเลย

ภาพจาก Instagram jackfanchan, woodytalk, ทวิตเตอร์ Woodytalk

หนุ่มกตัญญูดูแลพ่ออัมพาต ตอนเด็กป่วยขาลีบก็ได้พ่อพารักษา วันนี้ขอทดแทนคุณ

 * หนุ่มกตัญญูดูแลพ่ออัมพาต ตอนเด็กป่วยขาลีบก็ได้พ่อพารักษา วันนี้ขอทดแทนคุณ *

หนุ่มกตัญญูดูแลพ่ออัมพาต

หนุ่มจีนสุดกตัญญูพาพ่อป่วยอัมพาตมาดูแลที่หอพักมหาวิทยาลัย เผยตอนเด็ก ๆ ป่วยเป็นโปลิโอก็ได้พ่อพาตระเวนรักษาจนหายกลับมาเดินได้ แล้วตอนนี้พ่อเป็นอัมพาต จะให้ใจดำ ทิ้งพ่อไปได้อย่างไร

วันที่ 3 มีนาคม 2559 เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ เปิดเผยเรื่องราวสุดซึ้งของหนุ่มผู้กตัญญูรู้คุณ เจ้า เต๋อหลง นักศึกษาชายจากมณฑลเหอหนาน ประเทศจีน ที่ย้ายจากบ้านเกิดมาอาศัยในหอพักหลังสอบติดมหาวิทยาลัย แต่ไม่ลืมพาพ่อผู้แก่ชราและป่วยเป็นอัมพาตมาอยู่ด้วย เพื่อที่จะได้ดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยตัวเอง

นายเจ้า เล่าว่าตอนยังเด็ก เขาป่วยหนักด้วยโรคโปลิโอจนเดินไม่ได้ แต่พ่อของเขาไม่เคยยอมแพ้ และต่อสู้ทุกวิถีทางเพื่อทำให้ลูกชายหายขาด เที่ยวพาตระเวนหาที่รักษา จนในที่สุดเขาได้รับการผ่าตัด ทำให้เขากลับมาเดินได้อีกครั้ง

แต่โชคร้ายที่พ่อของนายเจ้ากลับล้มป่วยด้วยภาวะอัมพาต ในช่วงเวลาเดียวกับที่เขากำลังจะไปเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย แม่ของเจ้าเองก็ไม่สามารถดูแลพ่อได้อย่างเต็มที่ เพราะกำลังป่วยด้วยโรคซึมเศร้ารุนแรง

อ่านเพิ่มเติม หนุ่มกตัญญูดูแลพ่ออัมพาต ตอนเด็กป่วยขาลีบก็ได้พ่อพารักษา วันนี้ขอทดแทนคุณ

เผยภาพชิ้นส่วนปริศนาคาดเป็น MH370 มาเลเซียเผยอย่าเพิ่งด่วนสรุป

 * เผยภาพชิ้นส่วนปริศนาคาดเป็น MH370 มาเลเซียเผยอย่าเพิ่งด่วนสรุป *

สิ้นส่วน MH370

เผยภาพชิ้นส่วนปริศนาในโมซัมบิก ผู้เชี่ยวชาญเผยมีความเป็นไปได้สูงว่ามาจากเครื่องบินโบอิ้ง 777 แต่อย่าเพิ่งสรุปว่าเป็น MH370

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2559 เว็บไซต์ Airlive.net เผยภาพถ่ายซากชิ้นส่วนปริศนาในโมซัมบิกที่คาดว่ามาจาก MH370 ผู้เชี่ยวชาญเห็นภาพแล้วเผยตรงกันว่ามีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นชิ้นส่วนเครื่องบินโบอิ้ง 777 จริง แต่ก็ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดกันต่อไป

ซากชิ้นส่วนดังกล่าวถูกค้นพบโดยนายเบลน อลัน กิ๊บสัน นักกฎหมายชาวอเมริกันที่ได้ออกตามหาร่องรอยของ MH370 ด้วยตัวเอง และได้พบมันเกยหาดในโมซัมบิก สังเกตได้ว่าบนชิ้นส่วนมีคำว่า “NO STEP” อยู่

แม้จะยังไม่ได้รับการยืนยันใด ๆ จากทางโบอิ้ง แต่ผู้เชี่ยวชาญได้แสดงความเห็นว่า ชิ้นส่วนที่มีคำว่า “NO STEP” นั้นน่าจะเป็นชิ้นส่วนปีกท้ายของเครื่องบิน

ล่าสุดสำนักข่าว BBC ได้เผยว่า ผู้เชี่ยวชาญจากมาเลเซีย ออสเตรเลีย รวมถึงสหรัฐฯ ได้ชมภาพถ่ายชิ้นส่วนแล้ว และก็ต่างพูดตรงกันว่ามีความเป็นไปได้สูงเลยที่จะมาจากเครื่องบินโบอิ้ง 777

ด้านรัฐมนตรีคมนาคมของมาเลเซียได้เปิดเผยว่า “มีความเป็นไปได้สูงว่าซากชิ้นส่วนที่พบในโมซัมบิกจะเป็นของเครื่องบินโบอิ้ง 777 แต่ผมขอให้ทุกคนอย่าด่วนสรุปว่ามันมาจากเที่ยวบิน MH370” พร้อมเผยว่าตอนนี้ทางมาเลเซียได้ร่วมมือกับทางออสเตรเลียในการนำชิ้นส่วนมาตรวจสอบแล้ว

ภาพจาก Airlive.net

ชื่นชม ! หนุ่มเยอรมันน้ำใจงาม ตระเวนทำความสะอาดทั่วเมืองอุดรฯ

 * ชื่นชม ! หนุ่มเยอรมันน้ำใจงาม ตระเวนทำความสะอาดทั่วเมืองอุดรฯ *

ฝรั่งทำความสะอาด อุดร

แห่ชื่นชมหนุ่มชาวเยอรมันน้ำใจงาม เดินถือไม้กวาดตระเวนทำความสะอาดเขตเทศบาลนครอุดรธานีทุกครั้งที่เดินทางมาพักผ่อนเมืองไทย เผยทำแบบนี้มา 6 ปีแล้ว

หนุ่มชาวเยอรมันที่เคยตกเป็นข่าวตระเวนทำความสะอาดตู้โทรศัพท์และกวาดขยะริมถนนในเขตเทศบาลนครอุดรธานี จนชาวสังคมออนไลน์พากันกระหน่ำแชร์ พร้อมแสดงความชื่นชมถึงความมีน้ำใจงามของฝรั่งคนนี้กันล้นหลาม ตามที่ข่าวไปเมื่อช่วงต้นปี 2558 นั้น

ล่าสุด วันที่ 3 มีนาคม 2559 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 เปิดเผยว่า หนุ่มชาวเยอรมันคนดังกล่าวได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยอีกครั้ง โดยนายปีเตอร์ รูดี้ เฟสเท็ตลิง อายุ 56 ปี ได้เดินทางมาพักผ่อนที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี ซึ่งระหว่างที่พักอยู่ในอุดรธานี นายปีเตอร์ ก็ยังคงตระเวนทำความสะอาดสถานที่สาธารณะทั่วเมืองอุดรธานี ซึ่งประชาชนที่ทราบข่าวก็ต่างยินดีและนำน้ำดื่มมาให้ พร้อมชื่นชมการกระทำของนายปีเตอร์

อ่านเพิ่มเติม ชื่นชม ! หนุ่มเยอรมันน้ำใจงาม ตระเวนทำความสะอาดทั่วเมืองอุดรฯ

ประทับใจ มัสยิดแห่งนี้ต้อนรับเหมียวจรจัด หนีหนาวเข้ามานอนอุ่นได้

 * ประทับใจ มัสยิดแห่งนี้ต้อนรับเหมียวจรจัด หนีหนาวเข้ามานอนอุ่นได้ *

มัสยิด รับแมวมาเลี้ยง

เผยภาพน่ารัก ๆ ชวนยิ้ม มัสยิดในอิสตันบูลกลายเป็นพื้นที่ของทั้งคนทั้งแมว เมื่ออิหม่ามเปิดประตูต้อนรับเจ้าเหมียวจรจัด ให้หนีความเหน็บหนาวของอากาศภายนอกเข้ามานอนอุ่นในมัสยิดได้

เว็บไซต์ Bored Panda เผยภาพน่าประทับใจเหล่านี้ให้ได้ชมกัน พร้อมเล่าว่า อิหม่ามมัสตาฟา อาเฟ แห่งมัสยิดอาซิซ มาหมัด มูดายี ในกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี ดูจะรักและเมตตาแมวเหมียวเป็นพิเศษ เขาเปิดประตูมัสยิดให้เจ้าเหมียวเร่ร่อนทั้งหลายได้เข้ามาพักพิงภายในมัสยิดตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งเหตุผลที่เปิดให้มันได้เข้ามานั่ง ๆ นอน ๆ ร่วมกับคน ก็เพราะอยากให้มันมีที่อบอุ่นได้พักพิง ไม่ต้องเหน็บหนาวอยู่ข้างนอกในช่วงฤดูหนาว

นอกจากจะเปิดมัสยิดให้แมวได้เข้ามาแล้ว อิหม่ามมัสตาฟายังทำให้แขกหน้าขนเหล่านี้ได้รู้สึกว่าที่นี่เป็นบ้านของพวกมันด้วย เขาเอ็นดูพวกมันและให้พวกมันได้มาคลอเคลีย สวรรค์ของเจ้าเหมียวเลยทีเดียวแหละ

ภาพจาก boredpanda.com

สาวถูกล้างแค้นแอบนอนกับแฟนชาวบ้าน เจอบุกรุมทึ้งแก้ผ้ากลางห้าง

 * สาวถูกล้างแค้นแอบนอนกับแฟนชาวบ้าน เจอบุกรุมทึ้งแก้ผ้ากลางห้าง *

แก้ผ้าชู้กลางห้าง

แก๊งแฟนตัวจริงหึงแรง บุกรุมทึ้งแก้ผ้าสาวกลางห้าง สุดแค้นแอบนอนกับผู้ชายของตัวเอง

วันที่ 1 มีนาคม 2559 เว็บไซต์มิเรอร์ เผยคลิปเหตุการณ์สาวถูกรุมทึ้งแก้ผ้ากลางห้าง โดยในคลิปความยาวราว 30 วินาที เผยให้เห็นหญิงสาวในชุดกระโปรงสีน้ำเงิน ถูกกลุ่มผู้หญิง 3 คนเข้าล็อกตัวแล้วพยายามรุมดึงทึ้งเสื้อผ้าจะแก้ผ้าเธอกลางห้าง พร้อมต่อว่าเสียงดัง โดยสาเหตุเกิดจากสาวรายนี้แอบไปหลับนอนกับแฟนหนุ่มของหญิงคนหนึ่งที่ร่วมก๊วนก่อเหตุ

อย่างไรก็ดี ในที่สุดก็มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 2 นาย เข้ามาระงับเหตุการณ์ได้ก่อนจะบานปลาย

ทั้งนี้ ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเหตุการณ์ในคลิปดังกล่าวซึ่งถูกแชร์ในโลกออนไลน์มาตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดขึ้นที่ไหน แต่เชื่อกันว่าน่าจะเป็นประเทศจีน

ภาพจาก World News สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

เมื่อเซลฟี่กับมือถือมันไม่ถึงใจ จัดไป ใช้แมคบุ๊กต่อด้ามเซลฟี่เลย !

 * เมื่อเซลฟี่กับมือถือมันไม่ถึงใจ จัดไป ใช้แมคบุ๊กต่อด้ามเซลฟี่เลย ! *

ใช้แมคบุคเซลฟี่

จากการถ่ายรูปกล้องหน้า ที่ค่อยๆ พัฒนามีต่อไม้เซลฟี่ ตอนนี้ไปไกลอีกขั้นแล้วครับพี่น้อง ยกแมคบุ๊กมาทั้งเครื่องต่อกับไม้เซลฟี่ ถ่ายกันให้มันสะใจ แถมจอยังใหญ่ดีด้วยนะ…น่าเสียดายไม้นี้ไม่มีขาย แค่งานศิลปะเท่านั้น

นับตั้งแต่ที่กล้องหน้าของสมาร์ทโฟนถ่ายรูปได้ชัดละเอียดมากยิ่งขึ้น ก็ทำให้เกิดวัฒนธรรมการเซลฟี่ตามมา และจากการยืดสุดแขนเพื่อเซลฟี่กล้องหน้า ก็ได้เกิดอุปกรณ์ไม้เซลฟี่มาเป็นตัวช่วย แต่ตอนนี้มันไปไกลอีกขั้นแล้วครับท่าน แมคบุ๊กก็เซลฟี่ได้ แค่จับต่อกับไม้แมคบุ๊กเซลฟี่สติ๊ก เท่านี้ก็พกโน้ตบุ๊กออกไปเซลฟี่ได้แล้ว !

ไม่รู้ว่ามีใครสนใจอยากเป็นเจ้าของเจ้าแมคบุ๊กเซลฟี่สติ๊กนี้หรือเปล่า เพราะต้องออกตัวเลยว่ามันไม่ได้มีวางขาย แถมยังดูไม่น่าจะใช้ได้สะดวกสบายด้วยซ้ำ เว็บไซต์ mashable เผยเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 ว่า นี่เป็นโปรเจคท์ Macbook selfie stick ของกลุ่มศิลปิน Moises, John Yuyi และ Tom Galle ผู้ตระเวนหอบแมคบุ๊กพร้อมไม้เซลฟี่สติ๊กด้ามเขื่องไปถ่ายรูปตามที่ต่าง ๆ ดูปฏิกิริยาคนรอบข้างที่พากันงงงวยไปตาม ๆ กัน

ในแง่ปฏิกิริยาของผู้คน ก็ทำให้ผู้พบเห็นงง ๆ ปนขำ ๆ ส่วนในแง่ของศิลปะนั้นก็แฝงความนัยเสียดสีไว้ไม่เบา ตั้งแต่เมื่อไรกันที่เราคุ้นชินกับการเอาอุปกรณ์เทคโนโลยีชิ้นใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ไปแบกในที่สาธารณะ และตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่เราในฐานะคนดูก็ชินกับเรื่องแบบนี้ไปไม่ต่างกัน…

ภาพจาก Macbook selfie stick