สาว19ดับสลด ซิ่งกระบะหลุดโค้งชนต้นไม้ที่กำแพงเพชร ขอบประตูบาดคอเกือบขาด

สาววัย 19 ปี ซิ่งกระบะกลับจากเที่ยว ช่วงลงสะพานข้ามแม่น้ำปิงที่กำแพงเพชร หลุดโค้งชนเหล็กกั้นขาด พุ่งอัดต้นไม้ซ้ำ เสียชีวิตคอเกือบขาดคาเบาะคนขับ ส่วนเพื่อน 2 คน บาดเจ็บในรถพบขวดสุรา พยานเผยรถมาเร็ว ไม่เปิดไฟหน้า เบรกล้อตายตลอดทาง

เมื่อเวลา 03.40 น. วันที่ 18 เม.ย. 59 ร.ต.ท.อภิวัฒน์ มุ้งทอง พงส.สภ.เมืองกำแพงเพชร รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนต้นไม้ที่ทางลงสะพานข้ามแม่น้ำปิง หมู่ 3 ต.นครชุม อ.เมืองกำแพงเพชร รุดตรวจสอบพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ด้านหลังมีคอกเหล็ก ทะเบียน 1ฒณ 3565 กรุงเทพมหานคร อยู่กลางถนน สภาพรถด้านหน้าพังเละ ในรถพบศพ น.ส.เพ็ญนภา ปทุมผาย อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 ซอยรังสิต-นครนายก ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ติดอยู่กับเบาะคนขับ ขณะราวเหล็กกั้นบริเวณดังกล่าวถูกชนขาด ทั้งนี้ ในรถยังพบขวดสุราที่เหลืออยู่ครึ่งขวดตกอยู่ด้วย

จากการสอบถาม นายเจนรุต บุญตา อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110/14 หมู่ 3 ต.นครชุม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้าจะเกิดเหตุประมาณ 20 นาที ขณะรอเพื่อนอยู่ที่ลานโพธิ์ฝั่งในเมือง เห็นรถคันดังกล่าวขับข้ามสะพานจากฝั่งนครชุม เข้าตัวเมืองด้วยความเร็วสูง และยังปิดไฟหน้าวิ่งพร้อมกับเบรกแบบล้อตายเป็นระยะ แล้วขับไปตามถนนสายเลียบริมแม่น้ำปิง ต่อมา นายเจนรุต ข้ามฝั่งมาที่ร้านอาหารฝั่งนครชุม ขณะที่นั่งรับประทานอาหารได้ยินเสียงรถชนดังสนั่น จึงรีบพากันมาดูก็พบว่าเป็นรถคันดังกล่าว มีผู้บาดเจ็บด้วย 2 คน อีกคนปีนออกมาทางหน้าต่าง และบอกว่าเพิ่งกลับจากเที่ยวทั้งนี้ ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน คือ น.ส.รัตนากร โฆษะ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 หมู่ 5 ต.สักงาม อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร มีบาดแผลที่ข้อมือ และ น.ส.กัญญารัตน์ ทองแพง อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 242 หมู่ 3 ต.ปางตาไว อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร รับบาดเจ็บเล็กน้อย หน่วยกู้ภัยข่าวภาพกำแพงเพชร นำตัวส่ง รพ. ส่วนผู้เสียชีวิตหน่วยกู้ภัยได้ช่วยกันนำร่างออกจากรถ พบว่ามีบาดแผลฉกรรจ์ที่ใบหน้า คอถูกขอบประตูบาดจนเกือบขาด นำส่ง รพ.กำแพงเพชร เพื่อให้แพทย์ชันสูตรพลิกศพต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

จะสาดสักขันต้องรู้! เตือนน้ำแล้งวิกฤติหนัก แห้งขอดถึงก้นเขื่อน

เมื่อวิกฤติภัยแล้งเข้าคุกคามประเทศไทยทุกหย่อมหญ้า ยาวนานตั้งแต่กลางปี 2558 มาจนถึงขณะนี้ ยิ่งเป็นห้วงเวลาของเทศกาลรื่นเริงด้วยการสาดน้ำด้วยแล้ว แน่นอนว่า ทำให้หลายคนรู้สึกเซ็งกันอยู่ไม่น้อย…

ด้วยสถานการณ์น้ำแล้งรุนแรงเช่นนี้ แล้วจะเล่นสงกรานต์กันอย่างไร? ถึงขั้นที่จะสาดน้ำสักขันต้องคิดแล้วคิดอีกเลยหรือไม่? และหากว่าหลังช่วงสงกรานต์ไปแล้ว จะส่งผลกระทบต่อน้ำใช้การสำหรับอุปโภคบริโภค ครัวเรือน และการเกษตร หรือไม่? วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ มีคำตอบ…

ส่องสถานการณ์ น้ำ 4 เขื่อนหลักลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา 

นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลักลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อย และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ว่า สถานการณ์น้ำในทั้ง 4 เขื่อนในขณะนี้ มีปริมาณเพียงพอต่อการระบายสนับสนุนใช้การในช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้ ขณะเดียวกันก็ยังมีปริมาณเพียงพอที่จะสามารถระบายมาสนับสนุนสำหรับการอุปโภค บริโภค ครัวเรือน การรักษาระบบนิเวศและการเกษตรได้จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม

นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน

โดยสถานการณ์น้ำในเขื่อนหลัก 4 เขื่อนของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในขณะนี้นั้น พบว่า เขื่อนภูมิพล มีน้ำใช้การเหลืออยู่ 575 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 6% โดยมีแผนให้ใช้ในช่วงสงกรานต์ ในอัตราวันละ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำใช้การเหลืออยู่ 1,132 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 17% มีแผนการระบายให้ใช้ได้ในอัตราวันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนแควน้อย ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยา มีน้ำใช้การเหลืออยู่ 249 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 28% มีแผนการระบายให้ใช้ได้ในอัตราวันละ 1.04 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งอยู่ทางตอนล่างของแม่น้ำเจ้าพระยา มีน้ำใช้การเหลืออยู่ 294 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 31% มีแผนการระบายให้ใช้ได้ในอัตราวันละ 1.8 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมปริมาณน้ำทั้ง 4 เขื่อนของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในขณะนี้ ยังคงเหลือใช้การอยู่ประมาณ 2,250 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีการเตรียมแผนการระบายในช่วงสงกรานต์ รวมทั้งสิ้นไม่เกินวันละ 18 ล้านลูกบาศก์เมตร

แม้แต่เขื่อนอื่นๆ โดยเฉพาะเขื่อนที่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น จังหวัดลำปาง ที่มีปริมาณน้ำเหลือใช้น้อยกว่า 30% ทางกรมชลประทานก็มีการประเมินและคาดการณ์ไว้แล้วว่า ยังถือว่ามีปริมาณน้ำเพียงพอที่จะประคับประคองให้ผ่านพ้นช่วงฤดูแล้งไปจนถึงเดือนกรกฎาคมได้

วิกฤติภัยแล้งเข้าคุกคามประเทศไทยทุกหย่อมหญ้าสงกรานต์ น้ำแล้ง กรมชลประทาน ยันไม่มีปัญหา ?

เล่นสงกรานต์อย่างไร ในภาวะน้ำแล้งรุนแรงเช่นนี้? อธิบดีกรมชลประทาน ยืนยันว่า ไม่มีปัญหา แม้จะไม่ได้มีแผนการระบายน้ำเพิ่มขึ้นหรือพิเศษกว่าปีก่อนๆ แต่ก็มั่นใจว่าปริมาณน้ำที่เตรียมแผนการปล่อยให้ใช้การในแต่ละวัน เพียงพอต่อการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ในช่วงสงกรานต์ได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ปีนี้คาดว่าอัตราการใช้น้ำจะลดลงไป 5% เนื่องจากส่วนใหญ่ประชากรเฉลี่ยกลับต่างจังหวัด ส่วนจังหวัดที่คาดว่าปริมาณการใช้น้ำมากที่สุดในประเทศก็คือ จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดนครราชสีมา เพิ่มขึ้นประมาณ 10% แต่ทั้งนี้ ก็ไม่อยากให้ประชาชนวิตกกังวัล ยืนยันว่าปริมาณน้ำเพียงพอ

“แต่ทั้งนี้ ก็ยังอยากจะฝากถึงประชาชนว่า แม้จะสามารถเล่นน้ำและทำกิจกรรมวันสงกรานต์ได้ตามปกติเหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา แต่ก็ควรจะเล่นในจุดที่มีการจัดเตรียมน้ำไว้ให้ ไม่ควรขนย้ายน้ำใส่ภาชนะใหญ่ออกสาดกันตามถนนหนทาง เพราะนอกจากจะเป็นการสิ้นเปลืองน้ำแล้ว อาจจะส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้นด้วย” อธิบดีกรมชลประทาน ฝากถึงประชาชน. 

น้ำแล้งวิกฤติหนัก น้ำใช้การเหลือแค่ก้นเขื่อนการประปานครหลวงแนะ จากสาดเป็นประพรมน้ำ สืบสานประเพณีไทย

ขณะเดียวกัน นางจุฑารัตน์ สมจิตรานุกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การประปานครหลวง (กปน.) ก็ยอมรับว่า สถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ค่อนข้างรุนแรง แต่ประชาชนสามารถสืบสานประเพณีไทยในเทศกาลสงกรานต์ได้ โดยร่วมกันประหยัดน้ำ เช่น เปลี่ยนจากการสาดน้ำเป็นประพรมน้ำแทน หรือหันมารณรงค์กันใช้ขันใบเล็กในการสาดน้ำ ก็ถือเป็นการมีส่วนร่วมในการใช้นำ้อย่างรู้คุณค่า

กปน. เผยสถิติการใช้น้ำย้อนหลัง 3 ปี อยู่ที่ วันละ 4.5-5.2 ล้านลบ.ม.

โดยสถิติการใช้น้ำประปาในช่วงเทศกาลย้อนหลัง 3 ปี พบว่า อัตราการใช้น้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่วันที่ 11-15 เมษายน อยู่ที่ 4.5-5.2 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งลดน้อยลง 10-20% จากช่วงเวลาปกติด้วยซ้ำ เนื่องจากประชาชนส่วนมากเดินทางกลับภูมิลำเนา บริษัทห้างร้านต่างๆ ปิดทำการ เพราะฉะนั้นในปีนี้ก็คาดว่าอัตราการใช้น้ำช่วงเทศกาลสงกรานต์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก็จะลดลงด้วยเช่นกัน

สงกรานต์นี้เรามาร่วมกันรณรงค์ประหยัดน้ำกันเถอะ

ทั้งนี้ นางจุฑารัตน์ เปิดเผยสถิติการใช้น้ำประปาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่ปี 2556 พบว่า วันที่ 11 เมษายน มีปริมาณการใช้น้ำ 5.1 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 12 เมษายน อยู่ที่ 4.8 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 13 เมษายน อยู่ที่ 4.5 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 14 เมษายน อยู่ที่ 4.5 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 15 เมษายน อยู่ที่ 4.5 ล้านลูกบาศก์เมตร และวันที่ 16 เมษายน อยู่ที่ 4.6 ล้านลูกบาศก์เมตร

ส่วนในปี 2557 พบว่า อัตราการใช้น้ำตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน อยู่ที่ 5.0 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 12 เมษายน อยู่ที่ 4.7 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 13 เมษายน อยู่ที่ 4.5 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 14 เมษายน อยู่ที่ 4.5 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 15 เมษายน อยู่ที่ 4.5 ล้านลูกบาศก์เมตร และวันที่ 16 เมษายน อยู่ที่ 4.8 ล้านลูกบาศก์เมตร

และในปี 2558 มีอัตราการใช้น้ำประปาตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน อยู่ที่ 5.0 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 12 เมษายน อยู่ที่ 4.6 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 13 เมษายน อยู่ที่ 4.5 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 14 เมษายน อยู่ที่ 4.6 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 15 เมษายน อยู่ที่ 4.8 ล้านลูกบาศก์เมตร และวันที่ 16 เมษายน อยู่ที่ 5.2 ล้านลูกบาศก์เมตร 

คิดสักนิดก่อนจะสาดน้ำใครสักขันกปน. เตรียมแผนสำรองน้ำ เชื่อไม่กระทบประชาชน

อย่างไรก็ดี อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การประปานครหลวง (กปน.) ยังกล่าวอีกว่า แม้จะมีการคาดการณ์ว่า อัตราการใช้น้ำสงกรานต์ปีนี้ จะลดลง และจะไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปา แต่การประปานครหลวงก็มิได้นิ่งนอนใจ มีการเตรียมพร้อมในการบริหารจัดการสำรองน้ำในถังเก็บน้ำใสภายในโรงงานฯ และสถานีสูบจ่ายน้ำทุกแห่ง โดยมีการผลิตและจ่ายน้ำตามความเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้กระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด โดยจะมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายสัปดาห์ ประกอบกับอยู่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนใช้น้ำน้อยลงจากการปิดทำการและเดินทางท่องเที่ยว จึงคาดว่าไม่กระทบต่อประชาชน อีกทั้งยังได้รับการยืนยันจากกรมชลประทานว่าจะเร่งดำเนินการผันน้ำเพื่อไม่ให้กระทบการผลิตน้ำประปา ทั้งนี้ แม้ว่ามีทั้งการเตรียมการสำรองน้ำ ให้เพียงพอต่อเทศกาลสงกรานต์แล้วนั้น แต่ก็ยังต้องรณรงค์ให้ประชาชนได้ตระหนักถึงคุณค่าของน้ำและประหยัดน้ำอยู่ เพราะฉะนั้นอยากให้ใช้น้ำเท่าที่จำเป็น

เล่นสงกรานต์ปีนี้อยากให้ทุกคนได้ตระหนักถึงน้ำที่สาดกันให้มากที่สุด ก่อนที่จะไม่มีน้ำกินน้ำใช้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากรมชลประทานและการประปานครหลวงจะออกมายืนยันแล้วว่า แม้สถานการณ์ภัยแล้งจะเข้าขั้นวิกฤติอย่างแสนสาหัส แต่สำหรับในห้วงเวลาของช่วงเทศกาลสาดน้ำนี้ ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักทั้ง 4 ของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยามีเพียงพอต่อกิจกรรมต่างๆ ไว้รองรับการเล่นน้ำของประชาชนได้อย่างปกตินั้น…

ดร.สมิทธ ชี้ น้ำแล้งวิกฤติหนัก น้ำใช้การเหลือแค่ก้นเขื่อน วอนอย่าปิดบังประชาชน

ด้าน ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ก็ออกมาคัดค้านว่า “ไม่เห็นด้วย” เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งในขณะนี้ ยังถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤติอยู่ ซึ่งการที่กรมชลประทานจะออกมาอ้างว่า ปัจจุบันน้ำในเขื่อนยังมีปริมาณเพียงพอจนไปถึงเดือนกรกฎาคมนั้น อยากจะแจ้งให้ประชาชนทราบว่า ปริมาณน้ำที่ว่านั้น เป็นน้ำก้นเขื่อนทั้งสิ้นซึ่งการสูบน้ำก้นเขื่อนขึ้นมาใช้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจากผิวน้ำก้นเขื่อนลงไปด้านล่าง จะเป็นกรวด ทราย และตะกอนเขื่อนที่สะสมมาเป็นเวลาสิบๆ ปี ยกตัวอย่าง เขื่อนภูมิพล เป็นเขื่อนที่สร้างขึ้นมากว่า 60 ปี ทำให้มีตะกอนตกก้นเขื่อนเกิดการสะสมอยู่มาก เพราะฉะนั้นเมื่อมีการสูบน้ำขึ้นมา จะต้องใช้พลังงานและน้ำมันมหาศาล ซึ่งปริมาณน้ำที่สูบขึ้นมาก็จะไม่ใช่น้ำที่สามารถใช้จริงได้ทั้งหมด

“ดังนั้น ในห้วงเวลาขณะนี้ถือว่าสถานการณ์น้ำแล้งวิกฤติหนักสุดแล้ว แต่ทางหน่วยงานราชการยังคงปิดบังและไม่เปิดเผยความจริงกับประชาชน เพราะหากมีน้ำเหลือน้อยจริง ก็ควรจะแจ้งให้ประชาชนทราบ จะได้เตรียมรับมือและใช้น้ำอย่างประหยัด มิฉะนั้นอัตราการใช้น้ำก็จะยิ่งมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ จึงอยากออกมาเตือนประชาชนให้เตรียมตัวรับมือ พยายามเก็บกักและสำรองน้ำไว้ รวมถึงควรจะใช้น้ำเท่าที่จำเป็น”

ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติลุ้นพายุจอห์น หากไม่เข้าตามฤดูกาล วิกฤติน้ำแล้งหนักขึ้น

ดร.สมิทธ เผยอีกว่า เนื่องจากปัญหาภัยแล้งค่อนข้างรุนแรงและถือว่าวิกฤติมากที่สุด จึงอยากจะแจ้งถึงประชาชนที่อยู่ในภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคเหนือ ว่า ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม จะมีลมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่าน เอาความชื้นเข้ามาจากมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งอาจจะมีบางช่วงตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่านเอาความชื้นเข้ามา ทำให้เกิดเป็นปรากฏการณ์ ที่เรียกว่า ‘พายุฤดูร้อน’ ส่งผลให้มีฝนตกบ้าง ประมาณ 30-40 นาที ฉะนั้น ถือเป็นโอกาสดีที่ประชาชนจะต้องเตรียมภาชนะไว้เก็บกักน้ำ แต่ทั้งนี้ ก็ต้องระมัดระวังเรื่องของลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกในบางพื้นที่ เพราะฉะนั้นหากมีประกาศพายุฤดูร้อน ประชาชนต้องระมัดระวังอย่าไปอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่ หรือเสาไฟฟ้าแรงสูง เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้

สถานการณ์ภัยแล้งวิกฤติหนักสุด

นอกจากนี้ ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน จะมีฝนทิ้งช่วงประมาณ 1-2 สัปดาห์ หลังจากเดือนมิถุนายนแล้ว ก็จะเริ่มมีฝนเข้าจับพายุตามฤดูกาล เพราะฉะนั้นถ้ามีพายุจอห์นทางมหาสมุทรแปซิฟิก ฟิลิปปินส์ ผ่านมาทางเวียดนาม กัมพูชา และพม่า เข้ามาประเทศไทย เมื่อนั้นก็คงมีน้ำใช้กันปกติ แต่หากไม่มีพายุจอห์นพัดเข้ามาตามฤดูกาล ปัญหาขาดแคลนน้ำในประเทศไทยก็จะยิ่งหนักขึ้น

ดร.สมิทธ วอนประชาชนเห็นคุณค่าของน้ำทุกขัน

สำหรับเรื่องของเทศกาลสงกรานต์นั้น ดร.สมิทธ เสนอแนะว่า “เทศกาลสาดน้ำเป็นเทศกาลสนุกสนานที่หลายคนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยต่างเฝ้าคอย ซึ่งถือเป็นเทศกาลที่ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ ฉะนั้น มองว่า แม้น้ำจะมีปริมาณไม่มากนัก แต่ก็ไม่ควรจะห้ามประชาชนเล่นสงกรานต์ สามารถเล่นน้ำได้ตามปกติ เพียงแต่อาจจะลดการเล่นลงเหลือแค่ 2-3 วันก็น่าจะพอ เพราะน้ำที่หายไปในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้น เป็นปริมาณที่ค่อนข้างมาก ดังนั้น วิธีเล่นก็อยากจะรณรงค์ให้ใช้ปืนฉีดน้ำขนาดเล็ก หรือขันที่มีขนาดไม่ใหญ่เกินไป ซึ่งควรจะสาดพอประมาณและเห็นคุณค่าของน้ำทุกขันให้มากขึ้น” 

สาดน้ำพอดีๆ เพื่อรักษาน้ำให้มีใช้ไปตลอดทั้งปี

แม้ว่าทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะออกมาคอนเฟิร์มแล้วว่า ปริมาณน้ำมีเพียงพอต่อการสนับสนุนกิจกรรมช่วงเทศกาลสาดน้ำนี้ก็ตาม แต่แน่นอนว่าความจำเป็นต่อการใช้น้ำของประชาชนไม่ได้มีแค่วันนี้ พรุ่งนี้ หรือเฉพาะช่วงสงกรานต์นี้ เท่านั้น จึงอยากจะฝากย้ำเตือนประชาชนอีกครั้งว่า “น้ำมีน้อย ใช้สอยอย่างประหยัด ดังนั้น… คิดสักนิดก่อนจะสาดใครสักขัน”…

ที่มา>>>Thairath

เสื้อลายดอก แฟชั่นหน้าร้อน ใส่เล่นสงกรานต์ (เสื้อสงกรานต์แฟชั่น)

ฤดูร้อนปีนี้กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า โดยรวมอากาศจะร้อนกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย หากหนุ่มๆ ยังคงแต่งตัวจัดหนัก จัดเต็ม เห็นทีคงจะไม่ไหวแน่นอน ยังไงลองหาเสื้อผ้าสีสันสดใส มาสวมใส่ในช่วงหน้าร้อนนี้ก็จะดีไม่น้อย เพราะหากใส่เสื้อผ้าที่มีเนื้อหนาความร้อนก็จะถูกระบายออกได้ช้า ส่งผลเรารู้สึกไม่สบายตัวเท่าที่ควร

เสื้อลายดอก

ยิ่งเดือนเมษายน ที่มีเทศกาลสงกรานต์ หนุ่มๆ ยิ่งต้องมีเสื้อลายดอก ติดตู้เสื้อผ้าไว้อย่างน้อยสัก 1 ตัว เพราะนอกจากความสดใสที่ได้จากลวดลาย ความโปร่งสบายของเนื้อผ้า ก็จะทำให้ความร้อนในตัวถูกระบายออกอย่างเต็มที่

สำหรับช่วงนี้เราก็เห็นกระแสของเสื้อลายดอกกันแล้วประปราย โดยแบรนด์ต่างๆ ก็จะเน้นว่างจำหน่ายเสื้อผ้าลายดอกในช่วงนี้ ขณะที่ตามตลาดนัดก็ไม่ต้องพูดถึงครับ เสื้อลายดอกคงจะกลายเป็นสินค้าขายดี เพราะใส่ไปเล่นน้ำสงกรานต์ ยังนำกลับมาใส่ในวันสบายๆ ได้อีก หรือถ้าใครอยากไปใส่ชิวๆ ริมทะเลยิ่งดีไม่มีปัญหา

แต่หากหนุ่มคนไหนมีปัญหาไม่รู้จะผสมกับกางเกงแบบไหน ใส่กับเสื้อข้างในสีอะไร หรือแม้แต่ไม่รู้ว่าจะเข้ากับการแต่งตัวของตัวเองไหม ลองนำไอเดียเหล่านี้ไปปรับดูนะครับ รับรองว่าคุณจะดูดีในแบบที่คุณเป็น
Cr. Photo : Manly Things.

ร้อนๆ แบบนี้ต้องเสื้อลายดอก กับกางเกงขาสั้น ผสมกันแล้วลงตัวสุด

Cr. Photo : Alexander Thompson

ใครมีแผนจะไปทะเลเร็วๆ นี้ แต่ไม่อยากใส่ขาสั้น ลองใส่กางกางสแลกแล้วพับขแบบนี้ดูนะครับ เท่ไปอีกแบบ

Cr. Photo : @paopetch_viii

ใครต้องการความสดชื่นขั้นรุนแรง ลองหาเสื้อลายดอกสีแซ่บๆ แบบหนุ่มเพชรมาใส่ก็ไม่มีปัญหาครับ

Cr. Photo : ulikebodyhair.tumblr.com

แบบนี้ก็ลงตัวครับใส่เสื้อยืดด้านในแล้วใช้เสื้อเชิ้ตลายดอกคลุมทับ

Cr. Photo : Anirudh Jain

ใครอยากใส่ลอยดอกแต่อยากได้อารมณ์เป็นแนวยีนส์ๆ แบบนี้เหมาะครับ

Cr. Photo : hotties-bodies.tumblr.com

มาแนวยอดฮิตแบบนี้กันบ้าง เสื้อยืดกางเกงยีนส์ เสริมด้วยเครื่องประดับเล็กๆ ก็เท่ ไม่เบา

Cr. Photo : theraddiaries.tumblr.com

ใครไม่ร้อนต้องการความเท่ จะใส่ถุงเท้าแบบนี้ก็ได้นะครับ อิอิ

Cr. Photo : thesartorialist.com

ผสมคลุมโทนให้ออกมาเป็นสีเขียวก็ดูดีไม่น้อย

Cr. Photo : itsallmentalmasturbation.tumblr.com

ใครว่าผู้ชายหวานไม่ได้ ลองใส่เสื้อสีส้ม สีชมพู แบบนี้ดูก็ได้ครับ

Cr. Photo : surf-goodvibes.tumblr.com

เสื้อลายดอกแบบนี้ก็เท่ ดีครับ ใส่กับกางเกงขาสั้นหรือกางเกงยีนส์ได้ดูดีแล้ว

เอาล่ะ ! ได้แนวเสื้อลายดอกที่จะใส่คลายร้อนในช่วงเมษานี้แล้ว แต่เดี๋ยวก่อน .. บางคนอาจจะยังมีคำถามอยู่ในใจว่า แบบน่ะได้แล้ว แล้วจะไปหาซื้อได้ที่ไหนบ้าง ? .. ขอให้วางใจ เพราะวันนี้เราไม่ได้มาแนะนำให้หนุ่มมีลุคเท่ๆ เพียงอย่างเดียว แต่เรายังมีข้อมูลมาฝากอีกด้วย ว่าการที่จะได้ลุคเท่ๆ รับร้อนนั้นต้องทำยังไงกันบ้าง …

พอเข้าเดือนเมษายนทีไร เป็นอันรู้ว่าใครต่อใครต่างก็เรียกหาความเย็นสบายใส่ตัวแต่ไม่ลืมว่าต้องดูดีด้วย โดยเฉพาะหนุ่มๆ ทั้งเสื้อผ้า หน้าผม ไม่ใช่ว่าใส่เล่นน้ำแล้วเย็นสบายอย่างเดียว แต่ถ่ายรูปออกมาแล้วต้องหล่อด้วย ก็เป็นแฟชั่นนิสต้านี่ครับบ (ฮ่าๆ ขำแรง) เราก็เลยไปสรรหาแบรนด์ต่างๆ ที่มีคอลเลคชั่นเสื้อผ้าลายดอก จะได้เตรียมตัวไปจับจองมาเป็นเจ้าของได้ เอ้า เริ่ม !
เสื้อลายดอก Zalora
Cr. Photo : Zalora.co.th
1. Zalora
สำหรับแบรนด์นี้อาจจะไม่ได้มีเสื้อเชิ๊ตลายดอกจ๋าขนาดนั้น แต่ก็เป็นเสื้อเชิ๊ตลายพิมพ์ชายหาดรับหน้าร้อนที่ดูเท่ไม่หยอก รับรองว่าหนุ่มคนไหนที่ได้ใส่แล้วต่อให้เปียกก็ยังดูดีอยู่เชื่อสิ

เสื้อลายดอก Lazada
Cr. Photo : Lazada.co.th
2. Lazada
ต่อกันด้วยเสื้อเชิ๊ตลายดอกจาก Lazada ที่สะท้อนความเป็นหนุ่มรักธรรมชาติ ชอบความสงบ เหมาะมากสำหรับหนุ่มๆ ไม่ได้เรียบมาก แต่ก็ไม่ได้ลายจัดมาก จะใส่ช่วงหน้าร้อน สงกรานต์ หรือหน้าไหนๆ ก็ได้ตามใจเลย
เสื้อลายดอก wearyouwant
Cr. Photo : Wearyouwant.com
3. Wearyouwant
ไม่อยากจะเชื่อว่าเสื้อเชิ๊ตลายพิมพ์แบบนี้จะถูกออกแบบมาสำหรับหนุ่มๆ !!! ก็ดูนั่นสิ ลวดลายผลไม้สีสันฉูดฉาด เอาจริงๆ ก็มากสำหรับหนุ่มคนไหนที่ชอบแต่งตัวด้วยผ้าลายแพทเทิร์นสีสันสดใส เห็นเขาบอกมาว่าเสื้อสวยๆ แบบนี้ราคาไม่เหวี่ยงมากด้วย ไปหาจับจองกันได้
เสื้อลายดอก mrmakershop
Cr. Photo : mrmakershop.com
4. mrmakershop
สำหรับแบรนด์นี้จัดเสื้อเชิ๊ตเป็นลวดลายทางมะพร้าวกันแบบหนักๆ ลงพื้นรับด้วยสีขาวนวลๆ สบายตา ให้ความรู้สึกเหมือนลาย Weed ที่ฮิตกันเมื่อช่วงปีที่แล้วอยู่กลายๆ ใส่เถอะ ! แล้วคุณจะกลายเป็นหนุ่มฮาวายแบบไทยๆ ไปเลยล่ะ
เสื้อลายดอก สามแยกฮาวาย
Cr. Photo : 3yakhawaii
5. สามแยกฮาวาย
ต้องบอกว่า “สามแยกฮาวาย” เป็นอีกหนึ่งเจ้าที่จำหน่ายเสื้อเชิ๊ตลายฮาวายมือ 2 คุณภาพดี การันตีจากแฟนๆ ที่เป็นลูกค้าประจำเป็นจำนวนมากมาอุดหนุนอยู่ไม่ขาดสาย ลวดลายเยอะ มีให้เลือกกันไม่หวาดไม่ไหว ที่สำคัญไปกว่านั้น ยังมีบริการให้คำแนะนำก่อนเลือกซื้อด้วยนะ ใครสนใจก็ลองเข้าไปสอบถามกันดูได้
เสื้อลายดอก ไฮทูแฮนด์
Cr. Photo : ไฮทูแฮนด์
6. ไฮทูแฮนด์
“ไฮทูแฮนด์” เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีเสื้อเชิ๊ตฮาวายมือสอง ลวดลายเจ็บๆ สีสันแสบๆ แปลบทรวงให้เลือกเป็นตั้งๆ อย่าพึ่งคิดว่าเสื้อผ้ามือสองจะคุณภาพแย่เสมอไป ลองคลิกเข้าไปดูลวดลายต่างๆ ได้ รับรอง คุณจะเลือกดูเพลินจนลืมเวลาเลยล่ะ
เสื้อลายดอก คลอง 6 ฮาวาย
Cr. Photo : คลอง 6 ฮาวาย
7. คลอง 6 ฮาวาย
เพิ่มกันให้อีกสักที่สำหรับร้านที่มีจำหน่ายเสื้อเชิ๊ตฮาวายมือสอง บางทีก็สงสัยนะ ว่าทำไมถึงตั้งชื่อร้านซะแปลกแหวกแนวขนาดนั้น แต่อ่านไปอ่านก็เลิกสงสัยทันที แหม่ เห็นได้จากเสื้อเชิ๊ตที่มีให้ลูกค้าเลือกสิ เจ็บๆ ขนาดนั้น ไม่ตัดสิ้นใจซื้อจะอยู่ได้หรือ ..
เสื้อลายดอก Central
Cr. Photo : Central.co.th
8. Central.co.th
มาเพิ่มลุคคูลๆ ให้กับตัวเองด้วยเสื้อเชิ๊ตลายทร๊อปปิคอลสุดชิคบ้างดีกว่า ว่ากันว่าเสื้อเชิ๊ตทุกตัวถูกออกแบบมาอย่างดี ไม่ฟิต ไม่หลวมจนเกินไป ใส่สบาย ได้รูป จะใส่ไปเดินเล่น หรือใส่ไปเล่นน้ำในช่วงสงกรานต์ได้นะ คูลเหมือนกัน ..
เสื้อลายดอก Aunnyshop
Cr. Photo : Aunnyshop.com
9. Aunnyshop
อื้อหือ ! ว่าร้านเมื่อสักครู่มีเสื้อเชิ๊ตลวยลายสีสันเจ็บจี๊ดแล้วนะ พอมาดูร้านนี้แล้วต้องบอกว่า “ช็อตนี้ตูตาย” เพราะคงจะนิยามมากว่าคำว่าเจ็บไม่ได้ เห็นลวดลายเสื้อแล้วสะเทือนอารมร์ เหมือนกำลังโดนมีดแหลมๆ แทง แต่ถ้าเกิดว่าใครไม่ชอบแนวนี้ ก็ลองมองหาแบบอื่นๆ ได้ อาจจะมีที่เข้ากับตัวคุณอยู่แน่ๆ
เสื้อลายดอก First in shirt
Cr. Photo : firstinshirt.com
10. First in shirt
ช่วง Summer หรือหน้าร้อนตอนนี้ต้องเน้นอะไรใหญ่ๆ โตๆ อย่างเสื้อเชิ๊ตตัวนี้ แบรนด์นี้ ที่เน้นทั้งลวดลายดอกยักษ์ใหญ่ สีสันฉูดฉาดเกินทานไหว เห็นแล้วช่วยส่งให้คุณผู้ชายกลายเป็นแฟชั่นนิสต้าได้ไม่ยาก แบรนด์นี้ไม่ได้มีแค่เสื้อเชิ๊ตสำหรับคุณผู้ชายเท่านั้น แต่ยังมีเสื้อสวยๆ สำหรับคุณผู้หญิงอีกด้วย หลากหลายมากๆ

เอาล่ะ เห็นแล้วก็อย่ารอช้า รีบผันตัวเองไปเป็นหนุ่มคูลซะ แล้วหน้าร้อนนี้จะสนุก ลืมความน่าเบื่อไปได้เลย ..

ที่มา และรูปภาพ : http://www.benmanhirefashion.com/blog/read/10-Songkran-Shirts

ลูกศิษย์ของขึ้น! ขณะครอบเศียรครู สำนักสักยันต์ อ.บอย

ลูกศิษย์นับพัน แห่ร่วมงานไหว้ครู สำนักสักยันต์ อาจารย์สรรค์ คงเวทย์ อ่างทอง บางรายของขึ้น ขณะครอบเศียรครู นอกจากนี้ ยังมีประกวดม้าเต้นตามจังหวะเพลง สร้างสีสันให้งาน

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่บริเวณสำนักสักยันต์ อาจารย์สรรค์ คงเวทย์ หรือรู้จักกันในนามอาจารย์บอย บริเวณหมู่ 4 ตำบลโคกพุทรา อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ได้มีการจัดพิธีไหว้ครู ซึ่งมีลูกศิษย์ลูกหาเดินทางกันมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ภายในพิธีลูกศิษย์ที่จะเข้าทำการครอบเศียรครู เกิดอาการเกร็ง ขู่คำราม หรือที่เรียกกันว่าของขึ้น จำนวนมากนอกจากนั้น ภายในงานไหว้ครูยังมีการจัดประกวดมาเต้น ซึ่งแต่งกายด้วยการเอาหน้ากาก ชุด มาแต่งองค์ทรงเครื่องให้ม้า ดูมีสีสันสวยงาม พร้อมกับม้าพวกนี้จะถูกฝึกให้มีการเต้นไปตามจังหวะกับเสียงเพลง ซึ่งเป็นที่น่าสนใจกับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ที่ม้าสามารถเต้นตามจังหวะของเสียงเพลง

ที่มา>>>Thairath

ระทึก! ธรณีพิโรธ 6.6 เขย่าเอเชียใต้ เจ็บหลายสิบคน

(ภาพ: AFP)

เมื่อวันอาทิตย์ เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.6 ในพื้นที่ห่างไกลทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอัฟกานิสถาน ส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายสิบคน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างการเปิดเผยของ สำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส) ว่า เมื่อเวลา 10.28 น. ตามเวลามาตรฐานสากล (UTC) หรือ 17.28 น. วันอาทิตย์ที่ 10 เม.ย. ตามเวลาไทย เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.6 บริเวณภูเขาฮินดู คุชในพื้นที่ห่างไกลทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอัฟกานิสถาน จุดศูนย์กลางอยู่ที่ความลึก 210.4 กม. ห่างจากเมืองอัชกาชาม ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนประเทศทาจิกิสถาน และอยู่ไม่ไกลจากชายแดนปากีสถาน ไปทางตะวันตกราว 40 กม.

แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวสามารถรับรู้ได้ถึงที่กรุงคาบูล เมืองหลวงซึ่งอยู่ห่างออกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 282 กม., เมืองลาฮอร์และกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของประเทศปากีสถาน รวมทั้งกรุงนิวเดลี เมืองหลวงอินเดีย ทำให้ประชาชนต้องวิ่งหนีออกมานอกอาคารบ้านเรือน

ในเบื้องต้น สื่อของปากีสถานรายงานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองเปศวาร์อย่างน้อย 27 คน แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรง ส่วนที่กรุงนิวเดลี ซึ่งอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวราว 620 กม. มีรายงานว่าบริการรถไฟใต้ดินถูกระงับชั่วคราว ขณะที่นายอาห์หมัด คามาล โฆษกสำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของอินเดียออกมาเตือนว่ามีความเสี่ยงเกิดดินถล่มในประเทศ.

ที่มา>>>Thairath

รับสร้างบ้านอุดร Modernde ผลงานมากกว่า 300 โครงการ

รับสร้างบ้านอุดร Modernde ผลงานมากกว่า 300 โครงการ
บริษัท โมเดิร์นดี รับสร้างบ้านอุดร โซนภาคอีสาน และจังหวัดไกล้เคียง สร้างความแตกต่างที่เป็นคุณ “Make It Different” จากประสบการณ์ กว่า 20 ปี เราให้บริการ ครบวงจร ทั้งออกแบบ ตกแต่ง อื่นๆ โดยทีมงานที่มีความชำนาญเฉพาะทาง ซึ่งดำเนินนโยบาย ภายใต้แนวคิด “The Different 4” เราเน้นความรับผิด ชอบต่องาน และความซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา พิสูจน์ได้ด้วยรางวัล สุดยอดผู้รับเหมาบิลด์ Golden Contractor 2014 และผลงานการก่อสร้างอาคารอีกมากมาย กว่า 300 โครงการ จึงทำให้ท่านสามารถมั่นใจได้ว่า เราคือผู้ที่ควรถูกเลือกให้สร้างบ้านหลังโปรด ของคุณ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ดูผลงานการ รับสร้างบ้านอุดร
http://www.modern-de.com/

อดีต ‘ดาบตำรวจ’ ซิ่งเก๋ง เสียหลักชนต้นไม้ข้างทางดับ 3 สาหัส 1

อดีต ‘ดาบตำรวจ‘ ซิ่งเก๋ง เดินทางมาจาก ต.ทุ่งคา ไปสัมมนาที่เกาะพิทักษ์ อ.หลังสวน ถึงจุดเกิดเหตุ เกิดเสียหลักและพุ่งชนกับต้นไม้ขนาด 1 คนโอบข้างทาง คนที่อยู่ภายในรถกระเด็นไปคนละทิศละทาง ดับ 3 สาหัส 1

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 8 เม.ย.59 ร.ต.อ. ธนกฤต หลงสวัสดิ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถชนต้นไม้มีผู้เสียชีวิตที่หมู่ 14 ต.นาสัก อ.สวี จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยชุมพรการกุศลสงเคราะห์และกำลังตำรวจจำนวนหนึ่งตรวจสอบที่เกิดเหตุรถคันดังกล่าวเกิดเสียหลักและพุ่งชนกับต้นไม้อย่างแรง

ที่เกิดเหตุบนถนนสายเอเชีย 41 ช่องทางขาล่องใต้ กม.ที่ 40 หมู่ 14 ต.นาสัก อ.สวี พบรถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ด สีเขียวเข้มหมายเลขทะเบียน กก2775 ชุมพร ในสภาพด้านหน้ารถพังยับและมีเพลิงลุกไหม้หน้าห้องเครื่อง ชาวบ้านและหน่วยกู้ภัยนำเครื่องดับเพลิงมาดับ ตรวจสอบภายในรถพบศพนางจงดี จิตสุวรรณ อายุ 49 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 4 ตำบลทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร ในสภาพถูกแรงรถเหวี่ยงจนกระเด็นไปติดประตูฝั่งคนขับ ห่างจากตัวรถประมาณ 5 เมตร ที่ตรงคูน้ำข้างทางบริเวณติดกับท่อระบายน้ำพบศพ ด.ต.กฤษกร น้อยนาเวช อายุ 61 ปี คนขับ ชาวบ้าน หมู่ที่ 4 ตำบลนาชะอัง อ.เมือง จ.ชุมพร กระเด็นออกจากที่นั่งคนขับตกลงไปที่คูน้ำสภาพศพใบหน้ายุบคอหักเสียชีวิตคาที่รถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ด สภาพหน้ารถพังยับเยิน

ห่างไปเล็กน้อย พบศพนายณัฐวุฒิ มีสุข อายุ 29 ปี ชาวบ้าน หมู่ที่ 4 ตำบลทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร สภาพศพใส่เสื้อยืดสีขาวสวมกางเกงยีนส์สีน้ำเงินนอนตะแคง ตามร่างกายมีบาดแผลหลายแห่ง คอหักเสียชีวิตคาที่ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย คือ นายอนุวัฒน์ คลังตอง อายุ 25 ปี ชาวบ้าน หมู่ 14 ตำบลนาผิว อ.นครทัย จ.พิษณุโลก ได้รับบาดเจ็บตำรวจและหน่วยกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลทุ่งตะโกมีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 1 คน

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารปูม้าในตำบลทุ่งคา เดินทางมาจากตำบลทุ่งคาเพื่อจะไปสัมมนาที่เกาะพิทักษ์ อ.หลังสวน เมื่อถึงที่เกิดเหตุรถเกิดเสียหลักและพุ่งชนกับต้นไม้ขนาด 1 คนโอบที่อยู่ข้างทาง ทำให้คนที่อยู่ภายในรถกระเด็นไปคนละทิศละทาง และตัวรถหลุดเป็นชิ้นๆ และเกิดเพลิงไหม้ดังกล่าวส่วนสาเหตุที่แท้จริงยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

ที่มา>>>Thairath

หอบง่าย หายใจลำบาก อยากเลิกแต่ทำยาก! ลองดูวิธีนี้ ‘นวดกดจุดสะท้อนเท้า’

“พ่อจ๋า เมื่อไรจะเลิกบุหรี่…?” เชื่อว่าหลายคนก็ต้องเคยตั้งคำถามนี้กับพ่อ คำตอบที่ได้กลับมาคือ“เดี๋ยวเลิก” แต่แล้ววันเวลาก็ผ่านไปวันแล้ววันเล่า ถามมาตั้งแต่เท้าเท่าฝาหอย จนเราเติบโตแต่งงานมีลูกมีเต้าไปแล้ว พ่อก็ยังไม่เลิกเสียที พ่อใครเป็นเช่นนี้บ้าง…

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ มีโอกาสได้เข้าเยี่ยมคลินิกช่วยเลิกบุหรี่โรงพยาบาลวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก คลินิกแห่งนี้สามารถบำบัดผู้สูบบุหรี่ให้หายจริงมาแล้วหลายราย ด้วยกระบวนการง่ายๆ ที่คุณเองก็สามารถช่วยบำบัดให้กับคนที่คุณรักได้…การนวดกดจุดที่เท้า จะกดไปที่ตำแหน่งจุดที่สะท้อนไปยังส่วนของสมองเป็นสำคัญ มีส่วนช่วยให้ความอยากสูบบุหรี่น้อยลง

ณ วันนี้ หากใครที่ยังคิดว่าบุหรี่คือทางออกของปัญหา ติดไปแล้วไม่มีทางเลิกได้ อยากให้คุณได้ลองอ่านรายงานพิเศษชิ้นนี้ ที่จะบอกเล่าถึงประสบการณ์เฉียดตายจากการติดบุหรี่อย่างหนัก เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ใครหลายคนได้ฉุกคิด…

เปิดเล่าประสบการณ์บุหรี่ทำพิษ อุทาหรณ์นี้ไม่มีลืม…

นายนัทธพงศ์ ทรงยศตระกูล อายุ 43 ปี เจ้าหน้าที่เวรเปลโรงพยาบาลวัดโบสถ์ ได้นำเรื่องราวเฉียดตายจากการสูบบุหรี่มาเป็นอุทาหรณ์ให้ฟังว่า “ตนเป็นคนหนึ่งที่สูบบุหรี่มาตั้งแต่อายุ 20 ปี สูบหนักถึง 2 ซองต่อวัน ซึ่งเมื่อก่อนก็คิดว่าตัวเองมีร่างกายแข็งแรง ไม่เคยเจ็บป่วยมาก่อน กระทั่งจู่ๆ วันหนึ่ง ขณะที่ทำงานอยู่ รู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยมาก มีอาการหอบหืดรุนแรง และหายใจไม่ออก จึงตัดสินใจเดินไปห้องฉุกเฉิน ระหว่างนั้นร่างกายกลับล้มฟุบจนหมดสติไป มารู้สึกตัวอีกที สภาพตัวเองนอนใส่เครื่องช่วยหายใจ มีถังออกซิเจนอยู่ข้างๆ”

นายนัทธพงศ์ เล่าต่อว่า “เหตุการณ์วันนั้นทำให้ฉุกคิดอะไรขึ้นมาหลายอย่าง หากเป็นอะไรไปใครจะดูแลครอบครัว ภรรยาและลูกจะอยู่อย่างไร ซึ่งหากวันนั้นผมไม่ได้ทำงานอยู่ในโรงพยาบาล จะมีใครช่วยผมทันหรือไม่ จึงอยากจะฝากเรื่องราวในครั้งนี้ ไว้เป็นอุทาหรณ์กับหลายๆ คนว่า หากเลิกได้ก็เลิกเสียเถอะ เพราะอาจจะไม่ได้โชคดีเหมือนกับผม คุณอาจจะต้องถูกเจาะคอ ใส่ท่อช่วยหายใจไปตลอดชีวิต สภาพร่างกายอาจไม่กลับมาเป็นปกติ หรือเสียชีวิตไปเลยก็ได้ ซึ่งวันนี้ผมกล้าพูดได้เต็มปากว่า ผมเลิกบุหรี่ขาดแล้ว และจะไม่มีวันกลับไปสูบอีก”นายนัทธพงศ์ ทรงยศตระกูล อายุ 43 ปี เล่าประสบการณ์เฉียดตายจากการสูบบุหรี่

โรคเรื้อรัง ร่างกายทรุด หายใจไม่ออก จุดสะกิดคิดเลิกบุหรี่

อีกเคสตัวอย่างที่ ทีมข่าวฯ อยากจะหยิบยกมานำเสนอ คือ นายสุเทพ คงเอี่ยม อายุ 57 ปี อาชีพเกษตรกร เล่าเรื่องราวให้ฟังว่า “ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่มีพฤติกรรมสูบบุหรี่หนักมาก สูบมาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ สูบทุกวัน วันละ 3-10 มวน ยิ่งเครียดก็ยิ่งสูบ เพราะรู้สึกว่าการสูบบุหรี่ทำให้ผมหายเครียด แต่แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงการรู้สึกไปเองเท่านั้น เพราะความเครียดก็ยังไม่หายไปอยู่ดี กระทั่งมีโอกาสตรวจสุขภาพประจำปีของหมู่บ้าน ผลปรากฏว่า ผมเป็นโรคเรื้อรังจากการสูบบุหรี่ ความดันสูง และมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ร่วมด้วย ช่วงแรกๆ ก็ไม่สนใจ และยังคงสูบอยู่เรื่อยๆ”

“จนเริ่มมีอาการไอเรื้อรัง ทำงานไม่ค่อยไหว เพราะร่างกายเหนื่อยง่าย หายใจไม่ค่อยสะดวก และความดันสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะนั้นรู้แล้วว่าร่างกายกำลังแย่ จึงตัดสินใจค่อยๆ เลิก จากวันละ 4 มวน เหลือ 3 มวน และ 2 มวน มาถึงวันนี้เลิกบุหรี่ขาดมา 6 เดือนกว่าๆ แล้ว ความดันกลับมาเป็นปกติ สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น อาการไอ และหายใจลำบาก หายไปหมดแล้ว” นายสุเทพ ผู้เคยติดบุหรี่กล่าวนายสุเทพ คงเอี่ยม อายุ 57 ปี ผู้ติดบุหรี่มาก่อน

แต่ทั้งนี้ ปัจจุบันก็ยังพบว่า ยังคงมีผู้สูบบุหรี่อีกจำนวนมาก ที่ทำยังไง๊ ยังไง ก็ยังไม่คิดจะเลิกเสียที แม้ว่าจะมีผลกระทบและเคสตัวอย่างที่ต้องโดนเจาะคอ ใส่ท่อช่วยหายใจตลอดชีวิต หรือบางรายที่เสียชีวิตไปเพราะมะเร็งปอดก็มีมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง…

ขณะที่ อัตราการสูบบุหรี่ของคนไทยมีมากขึ้นถึง 10.8 ล้านคน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงที่มีแนวโน้มจะเพิ่มปริมาณการสูบที่มากขึ้น จนถือเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง

บุหรี่ภัยร้ายสร้างโรคใหม่ ซ้ำโรคเดิม

อย่างไรก็ดี ก่อนจะเข้าถึงกระบวนการบำบัดรักษาของคลินิกช่วยเลิกบุหรี่นั้น พญ.กนกวรรณ อู่พุฒินันท์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยถึงเหตุจำเป็นที่ต้องจัดตั้งคลินิกช่วยเลิกบุหรี่ขึ้นมาว่า เนื่องจากที่ผ่านมาพบผู้ป่วยส่วนมากมีประวัติการสูบบุหรี่ ทำให้ทางโรงพยาบาลจึงต้องจัดตั้งคลินิกช่วยเลิกบุหรี่ขึ้นมา เพื่อคัดกรองจำนวนผู้สูบบุหรี่เหล่านี้ไปบำบัดรักษาก่อน เนื่องจากพฤติกรรมการสูบบุหรี่มีผลต่อสุขภาพและทำให้โรคเดิมที่เป็นอยู่แล้วยิ่งหนักขึ้น หรือมีภาวะแทรกซ้อนโรคอื่นๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งไปกีดขวางกระบวนการรักษาพญ.กนกวรรณ อู่พุฒินันท์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก

คลินิกเลิกบุหรี่ บำบัดอย่างไร ช่วยได้จริงหรือ?

มาถึงกระบวนการบำบัดรักษาช่วยเลิกบุหรี่ มีอะไรบ้าง? พญ.กนกวรรณ อธิบายให้ฟังว่า หลังจากผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลวัดโบสถ์แห่งนี้ ผู้ป่วยทุกคนจะต้องผ่านการสแกนและคัดกรองประวัติ หากพบว่าใครที่มีประวัติการสูบบุหรี่และดื่มเหล้า จะต้องได้รับการบำบัดให้อัตราการสูบและดื่มลดลงหรือหายไปเสียก่อน โดยจะต้องให้ความรู้กับผู้ป่วยว่า หากมีพฤติกรรมการสูบบุหรี่ไปเรื่อยๆ ในขณะที่มีภาวะป่วยอยู่นั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือ โรคหอบหืด ถุงลมโป่งพอง มีอาการหายใจลำบากและไอเรื้อรัง ฉะนั้น หากไม่ได้รับการบำบัดรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะยิ่งส่งผลต่อสมรรถภาพปอดลดลง และเหนื่อยหอบมากขึ้น หรือบางรายอาจถึงขั้นนอนติดเตียงให้ออกซิเจนอยู่บ้าน ดังนั้น ในเบื้องต้น คลินิกช่วยเลิกบุหรี่จะใช้การพูดคุยให้ผู้ป่วยเห็นถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสุขภาพ ซึ่งก็จะยิ่งช่วยให้เป็นแรงกระตุ้นในการเข้ารับการบำบัดรักษาได้ง่ายขึ้น

สำหรับวิธีการบำบัดรักษาช่วยเลิกบุหรี่ก็จะมีให้เลือก 2 รูปแบบ คือ…
การรักษารูปแบบที่ 1 ชาชงหญ้าดอกขาว และน้ำยาบ้วนปากเลิกบุหรี่ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการเลิกบุหรี่ มีสรรพคุณช่วยบรรเทาและลดความอยากบุหรี่ โดยจะทำให้รู้สึกว่าบุหรี่มีกลิ่นเหม็น และไม่อยากสูบชาชงหญ้าดอกขาว และน้ำยาบ้วนปากเลิกบุหรี่ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการเลิกบุหรี่

การรักษารูปแบบที่ 2 การนวดกดจุดสะท้อนเท้า การบำบัดด้วยวิธีนี้ เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยลด ละ เลิกบุหรี่ได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นวิธีธรรมชาติ ที่ได้รับความนิยมมากในการช่วยบำบัดผู้ติดบุหรี่ให้เลิกได้ โดยที่ผ่านมา สามารถช่วยลดอัตราผู้สูบบุหรี่ได้ ร้อยละ 82 และช่วยผู้สูบบุหรี่ให้เลิกได้ ร้อยละ 18

‘นวดกดจุดสะท้อนเท้า’ ศาสตร์บำบัดด้วยธรรมชาติ

การนวดกดจุดสะท้อนเท้า คืออะไร? จะช่วยเลิกบุหรี่ได้จริงหรือ? นางสาวกาญจนา มีบัวพร้าว ผู้เชี่ยวชาญด้านการกดจุดสะท้อนเท้า คลินิกช่วยเลิกบุหรี่ โรงพยาบาลวัดโบสถ์ อธิบายถึงการบำบัดด้วยวิธีการนวดกดจุดสะท้อนเท้าว่า การนวดกดจุดสะท้อนเท้าต้องอาศัยกระบวนการที่เรียกว่า“การสะท้อนกลับของร่างกาย” เพราะการสะท้อนของเท้าจะสัมพันธ์กับทุกส่วนของร่างกายมนุษย์ ดังนั้น การนวดในตำแหน่งต่างๆ ที่เท้า จึงสามารถเข้าไปช่วยแก้ไขและทำให้การทำงานของอวัยวะต่างๆ ของร่างกายที่เกิดความไม่สมดุลขึ้น ให้กลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างน่าอัศจรรย์การกดจุดสะท้อนเท้าเป็นศาสตร์ที่สามารถเรียนรู้ และนำไปใช้กับตนเองและครอบครัวได้หลังจากการกดจุดสะท้อนเท้าเสร็จนั้น ผู้ได้รับการบำบัดจะรู้สึกว่า มีอาการคลื่นไส้อาเจียน มึนเวียนศีรษะ และรู้สึกว่าบุหรี่มีรสจืด

“การนวดกดจุดที่เท้า จะกดไปที่ตำแหน่งจุดที่สะท้อนไปยังส่วนของสมองเป็นสำคัญ เพื่อกระตุ้นให้หลั่งสารเคมีออกมา เหมือนกลไกการทำงานของนิโคติน รวมถึงสะท้อนไปยังอวัยวะต่างๆ เช่น จมูก ลำคอ ท่อหายใจ และปอด เพื่อปรับการทำงานของร่างกาย และมีส่วนช่วยให้การอยากสูบบุหรี่ลดลง ทั้งยังทำให้อาการต่างๆ อาทิ การวิงเวียนศีรษะ ความเครียด ไมเกรน และอาการนอนไม่หลับดีขึ้น นอกจากนี้ การกดจุดสะท้อนเท้า ยังถือเป็นการฟื้นฟูและเสริมสร้างสุขภาพหลังเลิกสูบบุหรี่ให้ดีขึ้นอีกด้วย”

ทำความเข้าใจให้ดี ‘นวดกดจุดเท้า’ ช่วยคนที่คุณรักเลิกบุหรี่ได้

การกดจุดสะท้อนเท้าเป็นศาสตร์ที่สามารถเรียนรู้ และนำไปใช้กับตนเองและครอบครัวได้ โดยเริ่มจากการแบ่งพื้นที่นิ้วโป้งเท้า ในแนวตั้งและแนวนอน

สำหรับวิธีการนวด ให้ใช้บริเวณข้องอนิ้วโป้งมือด้านใดด้านหนึ่งกดลงไปที่จุดสะท้อน
โดยเริ่มจากจุดที่ 1 คือ ต่อมสมองใหญ่ ให้นวดจากด้านบนลงด้านล่าง จุดที่ 3 คือ จุดสมองเล็กส่วนความจำ ให้นวดจากด้านบนลงด้านล่าง จุดที่ 2 ให้นวดจากซ้ายไปขวาจากขวาไปซ้าย จุดที่ 5 ให้นวดจากด้านบนลงด้านล่าง จุดที่ 7 นวดจากกึ่งกลางด้านข้างนิ้วโป้งด้านในออกมาด้านนอกและนวดย้อนกลับ จุดที่ 4 คือต่อมใต้สมอง ให้นวดจากด้านบนลงด้านล่าง ส่วนจุดที่ 6 ให้นวดจากด้านบนลงด้านล่างให้เน้นบริเวณข้อกระดูก จุดที่ 48 คือเป็นจุดหลอดใหญ่ สะท้อนลมหายใจ โดยให้นวดจากด้านบนลงด้านล่าง (นวดมาที่ปลายนิ้วโป้ง) จุดที่ 41 ให้นวดจากด้านบนลงด้านล่าง (นวดมาที่ปลายนิ้วโป้ง) และจุดที่ 14 ทิศทางการนวดให้นวดจากด้านนิ้วโป้งไปทางนิ้วก้อย เพียงแค่นี้ก็จะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและสบายขึ้น วิธีการนวดกดจุดสะท้อนเท้าขั้นตอนการนวดกดจุดสะท้อนเท้า

ส่วนอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้น หลังจากการกดจุดสะท้อนเท้าเสร็จนั้น ผู้ได้รับการบำบัดจะรู้สึกว่า มีอาการคลื่นไส้อาเจียน มึนเวียนศีรษะ และรู้สึกว่าบุหรี่มีรสจืด รวมถึงสัมผัสได้ว่ากลิ่นบุหรี่เหม็นทำให้ไม่อยากสูบ สูบแล้วขม ฉะนั้นการใช้ศาสตร์นี้ช่วยในการบำบัด จึงมีโอกาสช่วยให้ผู้ติดบุหรี่เลิกได้

อย่างไรก็ตาม หลังจากโครงการคลินิกช่วยเลิกบุหรี่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง พบว่า ในปี 2554 สามารถช่วยผู้ป่วยให้เลิกสูบบุหรี่ได้ ร้อยละ 20 ปี 2555 เพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 35 แต่ก็ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ตั้งไว้คือ ร้อยละ 40 เนื่องจากผู้สูบบุหรี่ยังไม่มีแรงกระตุ้นหรือแรงจูงใจให้คิดเลิกเท่าที่ควร กระทั่งในปี 2556 ทางคลินิกช่วยเลิกบุหรี่ จึงมีการจัดทำโมเดลประวัติของผู้ที่เคยสูบบุหรี่แล้วเลิกได้ขึ้นมา เพื่อให้ผู้สูบบุหรี่รายอื่นๆ มีแรงจูงใจที่อยากเลิกบ้าง ซึ่งถือว่าได้ผลดี เพราะสามารถทำให้มีอัตราผู้เลิกสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 42 และในปี 2557 อัตราผู้ป่วยเลิกสูบบุหรี่ลดลงมา อยู่ที่ร้อยละ 37 เนื่องจากหลายรายอ้างเหตุผลที่ยังไม่สามารถเลิกได้ว่า มาจากปัญหาความเครียดและปัญหาครอบครัว ซึ่งเป็นเงื่อนไขให้ยังมีความต้องการสูบบุหรี่อยู่

สำหรับในปี 2558 ที่ผ่านมานั้น พบว่ามีผู้ป่วยกลุ่มโรคเบาหวาน ความดัน หอบหืด เส้นเลืดในสมอง จำนวน 1,846 ราย เข้ารับการบำบัดกับคลินิกช่วยเลิกบุหรี่ และสามารถเลิกได้ ร้อยละ 61 ยังเหลือที่ยังไม่สามารถเลิกขาดได้อีก ร้อยละ 39 ซึ่งจากการสอบถามเหตุผลที่ยังไม่สามารถเลิกได้ พบว่า มาจาก 1.ปัญหาความเครียด ยิ่งเครียดยิ่งอยากสูบบุหรี่ 2.มีอายุมาก จึงไม่ได้ตั้งใจจะเลิกอย่างจริงจัง 3.อ้างว่าจำเป็นต้องเข้าสังคม และ 4.ขอเวลาค่อยๆ ลด

อย่างไรก็ตาม แนวทางในการเลิกบุหรี่ไม่ได้มีเพียงแค่นี้ การนั่งสมาธิ ฝังเข็ม หรือแม้แต่การรำไทเก็กก็สามารถช่วย ลด ละ เลิกบุหรี่ได้ หรือลองหาจุดโฟกัสอื่นๆ ที่เราชอบหรือสนใจให้เจอ จะเป็นการอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่อาจจะมาช่วยลดความเครียดหรือเปลี่ยนจุดสนใจ จนคุณอาจคลั่งไคล้สิ่งใหม่ จนลืมบุหรี่ไปเลยก็เป็นได้ ไม่เชื่อลองดู!!!

ที่มา>>>Thairath

ไฟไม้ป่าภูหลวง วอดแล้วกว่า 100 ไร่ เร่งสกัดก่อนลุกลาม

เกิดไฟไม้ป่าภูหลวง จ.เลย ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา วอดแล้วกว่า 100 ไร่ จนท.เร่งสกัดก่อนลุกลาม ขณะผู้ว่าฯ สั่งทุกอำเภอ เฝ้าระวังไฟป่า หลังสภาพอากาศร้อนจัด …

วันที่ 8 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูหลวง อ.ภูเรือ จ.เลยได้เกิดไฟป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย บริเวณภูบักได บ้านนาน้อย ต.สานตม อ.ภูเรือ ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา โดยสามารถมองจากบ้านนาน้อย ต.สานตม

จากการสังเกต พบว่าไฟป่าได้ไหม้ขยายเป็นวงกว้าง มีเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า 4-5 คน คอยสังเกตการณ์ไฟป่า โดยไม่สามารถจะเข้าไปดับไฟป่าได้ เนื่องจากบริเวณที่เกิดไฟป่าเป็นหน้าผาสูงชัน เข้าไปลำบาก

จากสอบถามชาวบ้าน ทราบว่าไฟป่าที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 6 และขยายวงกว้างยิ่งขึ้น ยิ่งตอนกลางคืนมองเห็นได้ชัด ชาวบ้านที่ปลูกสวนยางบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ต้องรีบทำแนวกันไฟเพื่อสกัดไฟไม่ให้ลุกลามไหม้ในสวนยาง

นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผวจ.เลย กล่าวว่า ได้รับรายงานจากนายกิตติคุณ บัศคุณ นายอำเภอภูเรือแล้ว ได้สั่งการให้นายอำเภอระดมเจ้าหน้าที่ อส.เจ้าหน้าที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง และเจ้าหน้าที่ป้องกันไฟป่าภูเรือ เร่งทำการสกัดไฟป่าก่อนที่จะลุกลามไปมากกว่านี้ ตอนนี้เริ่มสกัดไฟป่าได้แล้ว มีพื้นที่ถูกไฟป่าเผาทำลายไป 100 กว่าไร่ และได้สั่งการให้ทุกอำเภอติดตามสถานการณ์ไฟป่าเนื่องจากขณะนี้อากาศร้อนจัด แม้จะมีฝนตกมาบ้างก็ตาม.

ที่มา>>>Thairath

แล้งหนัก ‘ลำพูน’ สั่งห้ามเล่นสงกรานต์ในคูเมือง น้ำไม่พอหวั่นมีเชื้อโรค

นายกเทศมนตรีลำพูน เผยปีนี้ยังคงมีการจัดกิจกรรมตามปกติ แต่ห้ามลงเล่นน้ำในคูเมือง จ.ลำพูน อย่างเด็ดขาด เหตุแล้งรุนแรงไม่มีน้ำลงสู่คูเมือง หวั่นจะมีเชื้อโรคและน้ำมีไม่เพียงพอ โดยจะทำอุโมงค์หมอกน้ำจากประตูช้างสีถึงประตูลี้แทน…

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 8 เม.ย. 2559 ที่พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองเทศบาลเมืองลำพูน จ.ลำพูน นายณรงค์ อ่อนสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย นายประภัสร์ ภู่เจริญ นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน ร่วมกันแถลงข่าวเทศกาลสงกรานต์ จังหวัดลำพูน ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 11-18 เมษายน 2559 โดยปีนี้ยังคงมีการจัดกิจกรรมตามปกติ แต่จะห้ามลงเล่นน้ำในคูเมืองจังหวัดลำพูน อย่างเด็ดขาด เนื่องจากหวั่นจะมีเชื้อโรคและน้ำมีไม่เพียงพอ

นายณรงค์ อ่อนสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า ปีนี้ก็จะจัดกิจกรรมขึ้น ตามประเพณีทุกอย่างแต่จะมีความจำกัดเรื่องของน้ำที่ใช้เล่น เนื่องจากน้ำไม่เพียงพอ ต้องยอมรับว่าภัยแล้งในปีนี้ได้รับผลกระทบในวงกว้าง จากที่เคยเล่นน้ำในคูเมืองและใช้น้ำได้ทั่วไป แต่ปีนี้จะงดเล่นน้ำในคูเมืองเนื่องจากแม่น้ำกวงไม่สามารถที่จะนำน้ำมาเล่นได้ คงจะต้องมีน้ำไว้ใช้สำหรับความจำเป็นอย่างอื่น แต่ไม่ได้หมายความว่าประเพณีสงกรานต์ลำพูนนั้นไม่มี ทุกอย่างยังมีเหมือนเดิม ทั้งขบวนแห่ แม่ญิงขี่รถถีบกางจ้อง ประเพณีสืบชะตาเมือง การประกวดหมากสุ่มหมากเบ็ง และพิธีสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ดำหัวครูบาสังฆะ สรงน้ำพระชั้นผู้ใหญ่จังหวัดลำพูน ด้วย

นายณรงค์ อ่อนสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย นายประภัสร์ ภู่เจริญ นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน ร่วมกันแถลงข่าวเทศกาลสงกรานต์ จังหวัดลำพูน

ด้าน นายประภัสร์ ภู่เจริญ นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน เปิดเผยว่า ปีนี้จะห้ามเล่นน้ำในคูเมือง เนื่องจากเราประสบกับปัญหาภัยแล้งที่รุนแรง จนไม่มีน้ำลงสู่คูเมืองรอบเมืองลำพูน ทั้งนี้ สาเหตุมาจากระดับของแม่น้ำกวง ที่ไหลมาจากจังหวัดเชียงใหม่นั้นน้ำได้แห้งลง ส่งผลกระทบกับคูเมืองลำพูนที่ไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาใส่ตามคูเมืองต่างๆ ได้ และปีนี้จึงไม่มีน้ำที่จะใช้สำหรับเล่นน้ำสงกรานต์ แต่เราจะหาวิธีด้วยการทำอุโมงค์หมอกน้ำที่สร้างขึ้นตั้งแต่ประตูช้างสี มาจนถึงประตูลี้ อ.เมืองลำพูน โดยน้ำที่ใช้ทำอุโมงค์หมอกน้ำจะมาจากประปา

นายประภัสร์ กล่าวอีกว่า การที่ห้ามเล่นน้ำคูเมือง ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีน้ำในการเล่นน้ำสงกรานต์เราได้รับคำยืนยันจาก ประปาจังหวัดลำพูน ว่ายังมีน้ำประปาที่จะใช้เล่นสงกรานต์ได้อย่างชุ่มฉ่ำและ เพียงพอแน่นอน นอกจากนี้ ในแต่ละบ้านในจังหวัดลำพูนจะมีน้ำประปาไหลตลอดเวลา ดังนั้นชาวบ้านจะสามารถนำน้ำมาเล่นสาดกันในวันสงกรานต์ได้อย่างชุ่มฉ่ำ ขณะที่กิจกรรมต่างๆ ก็ดำเนินการตามปกติเหมือนกับทุกๆ ปี จะแตกต่างไปก็คือ ห้ามเล่นน้ำคูเมืองเท่านั้น เพราะ หากฝืนเอาน้ำในคูเมืองมาสาดเล่นกัน เกรงจะไม่สะอาด อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันคนดื้อมักจะฝ่าฝืน เราจะมีเจ้าหน้าที่คอยสอดส่องดูแล อีกทั้งจะเติมน้ำยาฆ่าเชื้อป้องกันไว้ก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของเทศบาลเมืองลำพูนได้นำป้ายมาติดไว้รอบคูเมืองลำพูน ห้ามลงเล่นน้ำ และงดใช้น้ำคูเมืองโดยเด็ดขาด อ้างว่าอยู่ในระหว่างปรับปรุง

ที่มา>>>Thairath