วอนช่วยตาวัย 73 โชคร้าย ถูกผึ้งตัวเดียวต่อย แผลลุกลาม เนื้อเน่าจนหลุดเหลือแต่กระดูก ไร้เงินรักษา

วันที่ 12 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีครอบครัวผู้เดือดร้อนโดนผึ้งต่อยแล้วกลายเป็นแผลเน่าเปื่อยจนเหลือแต่กระดูก จึงลงพื้นที่ตรวจสอบพบนายหลี ดีทา อายุ 73 ปี บ้านเลขที่ 95 หมู่ 1 ต.ขุนฝาง อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ โดยพบว่าที่ขาข้างขวาถูกพันด้วยผ้า มีเพียงปลายเท้าสีดำคล้ำโผล่ออกมา ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งนายหลี เล่าให้ฟังว่าเมื่อเดือน พ.ย.59 ใกล้บ้านมีการเพาะเลี้ยงผึ้ง และมักบินมาหาอาหารที่บริเวณใกล้เคียงรวมถึงที่บ้านตนเป็นจำนวนมาก ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน เช้าวันเกิดเหตุตนเดินไปเข้าห้องน้ำ จะสวมรองเท้า ก็ถูกผึ้ง 1 ตัวต่อยที่นิ้วโป้งเท้า มีอาการบวม แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอวันที่ 2 เท้าบวมและเป็นหนอง จึงใช้เล็บหยิกแล้วบีบเอาหนองออก ต่อมาเริ่มมีสีดำคล้ำ บวม และมีหนองลุกลาม ใช้น้ำมันเหลืองทาก็ไม่หาย กระทั่งเดือน ธ.ค. จึงไปหาหมอที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ หมอบอกว่าเส้นเลือดอุดตัน ต้องผ่าตัดออก แต่ตนเป็นโรคหัวใจโต และความดันโลหิตสูง หมอแจ้งว่าน่าจะไม่พร้อมรับการผ่าตัด มีโอกาสรอด 50/50 จึงกลับมาบ้าน

“ต่อมาก็เริ่มเดินไม่ได้ จนกระทั่งช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื้อบริเวณช่วงขาเน่าเปื่อยหลุดออกจากกระดูก ลูกสาวจึงใช้กรรไกรตัดออก และใช้น้ำเกลือล้างแผล ส่วนบริเวณเท้ายังมีเนื้อติดอยู่ แต่ก็เป็นสีดำคล้ำและเกือบจะหลุดออกจากกระดูกด้วยเช่นกัน มีอาการเจ็บปวดที่แผลเป็นระยะ เครียดมาก อยากหาย แต่ไม่รู้จะรักษาอย่างไร” นายหลี กล่าว

ด้านน.ส.นิรันดร์ ดีทา อายุ 40 ปี ลูกสาวคนที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ดูแลนายหลี เล่าทั้งน้ำตาว่า สงสารพ่อมาก กลัวแผลที่ขาจะลุกลามมากกว่าเดิม พ่อไม่เคยมีประวัติแพ้ผึ้ง เคยโดยผึ้งต่อยแต่ไม่เคยมีอาการรุนแรงแบบนี้ ครั้งนี้ไม่รู้เกิดจากอะไร ทุกวันนี้ทำได้เพียงแค่ล้างแผล อยากให้พ่อได้ผ่าตัดรักษา แต่มีค่าใช้จ่ายสูง เพราะต้องมีแพทย์เฉพาะทางดูแล ทั้งโรคหัวใจ และการผ่าตัดที่ขา ซึ่งครอบครัวตนไม่มีเงิน ทุกวันนี้มีอาชีพทำไร่ข้าวโพด ก็แทบไม่พอใช้จ่ายอยู่แล้ว ตนก็ไม่สามารถไปทำงานได้ เพราะต้องคอยดูแลพ่ออย่างใกล้ชิด เนื่องจากแม่แก่มากแล้วไม่สามารถดูแลพ่อได้ไหว ทั้งอุ้มไปเข้าห้องน้ำ เข้านอน ดูแลเรื่องอาหาร และทำความสะอาดแผลวันละ 2 ครั้ง มีหมออนามัยเข้ามาดูแลและนำน้ำเกลือล้างแผลมาให้ แต่ก็ไม่เพียงพอ เพราะต้องใช้ปริมาณมาก และยังต้องซื้อแผ่นผ้าอ้อมสำเร็จรูปมาพันแผลเพื่อป้องกันความชื้นด้วย ส่วนเจ้าของผึ้งไม่เคยมาดูแล แต่กำนัน ต.ขุนฝาง ได้สั่งให้เลิกเลี้ยงผึ้งแล้ว

สำหรับผู้ประสงค์บริจาคเงินช่วยเหลือค่าผ่าตัดรักษา นายหลี ดีทา สามารถบริจาคเงินได้ที่บัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาวังสีสูบ ชื่อบัญชี น.ส.นิรันดร์ ดีทา บัญชีเลขที่ 565-2-30808-7

ที่มา>>>ข่าวสด

เละเหลือแต่ซาก!! หนุ่มซิ่งกระบะชนสนั่นคณะครูไปแข่งทักษะวิชาการ ตาย-เจ็บ 6 งัดซากรถช่วยครู

เวลา 05.30 น. วันที่ 7 ธ.ค. ร.ต.อ.จตุพร โพธิ์ขุนทด รองสว.(สอบสวน) สภ.หนองบัวระเหว พร้อม จนท.อาสาฯ กู้ภัยสว่างคุณธรรม รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ191 กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิว่า มีเหตุรถยนต์กระบะชนประสานงากับรถยนต์กระบะมีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุจำนวนหลายราย บนถนนชัยภูมิ-นครสวรรค์ ช่วงหลัก กม.ที่211 หน้าหมู่บ้านดอนกอก หมู่ที่7 ต.โนนสะอาด อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ จึงรุดไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมจนท.กู้ภัยจุดหนองบัวระเหว201612070807581-20161102133648201612070807584-20161102133648ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะเชฟโรเลต 4 ประตู สีดำ ป้ายทะเบียน บพ 1151 ชัยภูมิ โดยมีนายศรายุทธ พิรมชม อายุ 25 ปี อยู่ ต.โคกสะอาด อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ เสียชีวิตกระดูกหักหลายท่อนนอนติดคาซากรถที่สภาพพังยับเยินพลิกคว่ำอยู่กลางถนน และพบรถกระบะโตโยต้าวีโก้ แค็ป สีบรอนซ์ทอง ป้ายทะเบียน บบ 8016 บุรีรัมย์ ซึ่งมีคณะครูอาจารย์จากโรงเรียนบ้านวังกะทะ จ.ชัยภูมิ ที่กำลังจะออกเดินทางไปแข่งทักษะวิชาการที่จังหวัดหนองคาย จำนวน 5 คน ติดภายในรถ201612070807583-20161102133648จนท.เร่งช่วยนำออกมา และเร่งนำตังส่งรพ.หนองบัวระเหว ซึ่งคณะครูทั้งหมดเบื้องต้นได้รับบาดเจ็บทั้งคัน จำนวน 5 คน ทราบชื่อต่อมาคือ 1.นายพงษ์พันธ์ จรรยาประเสริฐ อาจารย์โรงเรียนบ้านวังกะทะ 2.นายอภิวัติ อาจอาสา อายุ 25 ปี อยู่ ต.โคกสะอาด อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ อาจารย์โรงเรียนบ้านวังกะทะ 3.นายไพบูรณ์ คำมี อายุ 39 ปี อาจารย์โรงเรียนบ้านวังกะทะ 4.นายวิสิทย์ จันทร์ณรงค์ อายุ 39 ปี อาจารย์โรงเรียนบ้านวังกะทะ และ 5.นายนิกร ชัยภิมล อายุ 26 ปี อาจารย์โรงเรียนบ้านวังกะทะ201612070807585-20161102133648จากคำให้การของคณะครูที่ได้ขับรถติดตามมาด้วย เล่าว่า ขณะที่คณะของครูได้ขับรถตามกันมาจำนวน 2 คัน ซึ่งเส้นทางถนนเป็นทางตรง เห็นแสงไฟจากรถดังกล่าวขับส่ายไปส่ายมาแล้วเข้ามาพุ่งชนรถคณะครูคันหน้าเข้าอย่างจัง

ด้าน ร.ต.อ.จตุพรโพธิ์ขุนทด รองสว.(สอบสวน)สภ.หนองบัวระเหว จะได้รวบรวมพยานหลักฐานและจะขอให้คณะครูดังกล่าวมาให้ปากคำเพิ่มเติมต่อไป ส่วนร่างผู้เสียชีวิต คือ นายศรายุทธ พิรมชม อายุ 25 ปี จนท.นำส่งโรงพยาบาลหนองบัวระเหว เพื่อทำการชันสูตรและตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ โดยทางจนท.จะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ก่อนที่จะมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ญาติดำเนินการทางศาสนาตามประเพณีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ดักจับโจร!! หลังไก่ชนหายทีละตัว ย่องแอบดู ตะลึงงูเหลือมใหญ่-รัดไก่กระดูกแหลก

 เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 16 มิ.ย. ศูนย์วิทยุมูลนิธิทัพพระยา 2310 จ.ชลบุรี รับแจ้งว่ามีงูเหลือมพยายามเข้าไปเขมือบไก่ชนของชาวบ้าน เหตุเกิดขึ้นบริเวณบ้านเลขที่ 223/10 ชุมชนบ้านล่าง ม.6 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้มีความเชี่ยวชาญ เดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงบริเวณภายในเล้าไก่ พบไก่ชนเพศผู้ อายุประมาณ 3 เดือน นอนตายสภาพกระดูกแหลก หลังจากถูกเจ้างูเหลือมขนาดใหญ่ ความยาวประมาณ 4 เมตร แอบเลื้อยเข้ามารัดแล้วพยายามจะเขมือบไก่ชน แต่เจ้างูเหลือมต้องปล่อยเหยื่อทิ้ง เพราะว่ามีเจ้าของไก่มาพบเสียก่อน ทำให้เจ้างูเหลือมเลื้อยหนีขึ้นไปขดตัวอยู่บริเวณคานไม้เล้าไก่ เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันใช้อุปกรณ์จับอสรพิษ ล้อมจับเจ้างูเหลือมค่อนข้างยาก เพราะมีอาการดุร้าย และขดตัวรัดอยู่กับคานไม้เล้าไก่อย่างแน่น โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 30 นาที จึงสามารถจับเจ้างูเหลือมไว้ได้ จากการชั่งน้ำหนัก พบว่างูเหลือมตัวดังกล่าวมีน้ำหนักประมาณ 25-30 กิโลกรัม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงนำไปปล่อยป่าคืนสู่ธรรมชาติ นายสำภาศ ใจกล้า อายุ 39 ปี เจ้าของไก่ชน เล่าให้ฟังว่า เลี้ยงไก่ชนจำนวน 10 ตัว อยู่ในเล้าไก่ แต่ระยะหลัง พบว่าไก่ชนเริ่มหายไปทีละตัว จึงสงสัยว่าอาจจะถูกขโมยไป หลังจากเลิกงานจึงแอบย่องมาดูปรากฏว่า ไก่ชนถูกเจ้างูเหลือมรัดอยู่แน่น และพยายามจะเขมือบเหยื่อ เลยให้เพื่อนบ้านมาช่วยกันจับ แต่เจ้างูเหลือมได้เลื้อยหนีขึ้นไปขดตัวบนเล้าไก่ จึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด