2โจ๋ดักรอยิงเด็กเทคโนฯคู่อริ แต่ดันเจอสายตรวจ ชักปืนหวังยิงเปิดทางหนี..โดนตร.ยิงสวนสิ้นฤทธิ์

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 4 ส.ค. ร.ต.อ.สุเรวัช บังคมเนตร รอง สว.(สอบสวน) สน.บางเขน รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนประจำกายยิงคนร้ายจนได้รับอาการบาดเจ็บสาหัสหลังพยายามขัดขืนและใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้เพื่อหวังหลบหนีการจับกุม เหตุเกิดภายในซอยรามอินทรา 39 แยก 1 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยพล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน พ.ต.ท.อำนาจ หาญชนะ รอง ผกก.ป.สน.บางเขน พ.ต.ท.ธิติ พันธ์สวัสดิ์ สวป.สน.บางเขน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.บางเขน ด.ต.ธีรภัทร์ พงษ์เจริญธรรม ผบ.หมู่ป.สน.บางเขน ส.ต.ต.ก้องเกียรติ ทองเพ็ชร ผบ.หมู่ป.สน.บางเขน และมูลนิธิร่วมกตัญญู  ที่เกิดเหตุภายในพื้นที่รกร้างบริเวณกลางซอยดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้จำนวน 2 รายประกอบด้วยนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีชมพู-ขาว ทะเบียน 5 กท และผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อต่อมาคือนายกิตติธร กิตวิทยาเดชา อายุ 18 ปี สภาพนอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อยืดคอกลม สีขาว นุ่งกางเกงกีฬาขาสั้น สีน้ำเงิน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด.357 เข้าที่บริเวณต้นแขนขวาทะลุ จำนวน 1 นัด

ห่างออกไปพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ตกอยู่ จำนวน 1 กระบอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเข้ารับการรักษาอาการอย่างเร่งด่วนซึ่งขณะนี้พ้นขีดอันตรายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ด.ต.ธีรภัทร์ กล่าวว่า ขณะที่ตนพร้อมด้วยส.ต.ต.ก้องเกียรติกำลังออกตรวจตราเพื่อระงับเหตุอาชญากรรมภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ กระทั่งได้รับแจ้งจากทางคณะอาจารย์ของวิทยาลัยเทคโนโลยีวิบูลย์บริหารธุรกิจ รามอินทรา ว่าให้ช่วยตรวจสอบกลุ่มวัยรุ่นต้องสงสัยขี่รถจักรยานยนต์วนเวียนโดยพบท่าทางมีพิรุธเกรงว่าจะเกิดอันตราย จากนั้นเมื่อมาถึงช่วงระหว่างซอยรามอินทรา 39 แยก 1 และแยก 3 ได้พบวัยรุ่น จำนวน 2 ราย ขี่รถจักรยานยนต์และซ้อนท้ายกันมา ซึ่งมีรูปพรรณสัญฐานตรงตามกับที่ได้รับแจ้งไว้จึงขออนุญาตเพื่อเข้าตรวจค้นตามปกติ แต่ระหว่างนั้นผู้ซ้อนท้ายทราบชื่อต่อมาคือนายกิตติธร จู่ๆได้รีบวิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ตนจึงขี่รถจักรยานยนต์ของสายตรวจออกตามล่ามาจนถึงภายในพื้นที่รกร้างดังกล่าว ส่วนนายเอให้ทางส.ต.ต.ก้องเกียรติ ควบคุมตัวเอาไว้  ด.ต.ธีรภัทร์ กล่าวต่อว่า เมื่อติดตามนายกิตติธร มาจนถึงทางตันทางผู้ต้องหากลับชักอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขึ้นมาจ่อตนหวังจะยิงเปิดทางเพื่อหลบหนีไป แต่ระหว่างนั้นตนสามารถชักอาวุธปืนประจำกายได้เร็วกว่า ก่อนยิงเพื่อป้องกันตัวกระทั่งคมกระสุนไปถูกเข้าที่บริเวณต้นแขนขวาของผู้ต้องหาจนได้รับบาดเจ็บ ส่วนอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ก็ตกลงอยู่กับพื้น หลังจากนั้นตนจึงประสานให้ทางอาสาสมัครมูลนิธิปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาอาการอย่างเร่งด่วน ก่อนตรวจยึดของกลางไว้เป็นหลักฐาน

พ.ต.อ.อำนาจ กล่าวว่า จากการสอบสวนนายเอ รับสารภาพว่า ตนพร้อมด้วยนายกิตติธรมาดักรอครู่อริซึ่งศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 ภายในสถาบันดังกล่าว โดยผลัดกันซ้อนท้าย และถืออาวุธปืน เมื่อถึงเวลาเลิกเรียนขณะนั้นตนเป็นผู้ซ้อนท้ายและถืออาวุธปืน พบคู่อริเดินออกมาแต่ไม่ได้ยิงเนื่องจากมีคนพลุกพล่านเกรงว่าคนอื่นจะถูกลูกหลง จึงให้นายกิตติธรขี่รถวนออกมาก่อนเปลี่ยนให้นายกิตติธรเป็นผู้ซ้อนท้ายกระทั่งพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมได้ดังกล่าว

ด้านพล.ต.ต.เจริญ กล่าวว่า ตนขอชื่นชมการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนาย ซึ่งต้องมีความอดทนและต้องมีไหวพริบปฏิภาณในการระงับเหตุ ซึ่งในครั้งนี้หากทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถระงับเหตุได้ทันอาจเกิดเหตุสลดอย่างแน่นอน และต้องขอขอบคุณคณะอาจารย์ที่ช่วยเป็นหูเป็นตาแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบเพื่อป้องกันระงับเหตุในครั้งนี้ ทั้งนี้ตนได้มอบเงินรางวัลจำนวน 5 พันบาท แด่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฎิบัติหน้าที่อีกด้วย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนนายกิตติธร ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ในข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

คว้าปืนยิงเมีย!! นอนหายใจรวยริน ดาบตำรวจกระสุนกรอกปากตัวเองดับสยองคาแฟลต

 เมื่อเวลา 00.15 น. วันที่ 22 ก.ค. พ.ต.ท.ประจักร กรำกระโทก พนักงานสอบสวน สภ.มะเริง อ.เมือง จ.นครราชสีมา รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บที่แฟลตตำรวจ สภ.มะเริง ในห้องพัก ชั้น 5 จึงรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่บนชั้น 5 ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของนายตำรวจชั้นประทวน บริเวณห้องโถง หน้าประตูเข้าห้อง พบร่างผู้ได้รับบาดเจ็บ ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ลำตัวได้รับบาดเจ็บ นอนหายใจรวยริน ทราบชื่อ คือ นางอุษณีย์ พรมสอน อายุ 46 ปี อยู่ ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา และภายในห้องนอน พบศพดาบตำรวจสายหยุด พรมสอน อายุ 48 ปี พนักงานวิทยุสื่อสาร สภ.มะเริง สามีของนางอุษณีย์  สภาพศพนอนหงาย มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ปาก วิถีกระสุนทะลุท้ายทอย โดยมีอาวุธปืนพกสั้นขนาด .357 ตกอยู่ข้างตัว จึงรีบประสานหน่วยกู้ภัยฮุก.31 ให้รีบนำผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 มาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ตามกระบวนการ

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุพนักงานวิทยุสื่อสารได้รับโทรศัพท์จากนางอุษณีย์ ผู้เสียชีวิต ได้แจ้งขอความช่วยเหลือว่า ตนถูกสามีใช้ปืนยิง จึงรีบไปช่วยเหลือ แต่ไม่ทันเวลา สอบถามเพื่อนร่วมงาน ระบุ ด.ต.สายหยุด เพิ่งย้ายมาประจำ สภ.มะเริง ได้ไม่ถึงปี ก่อนนี้เคยมีภรรยามาก่อนมาอยู่กินกับนางอุษณีย์ สันนิษฐานน่าจะเกิดจากปัญหาครอบครัว ทำให้ทั้งสองทะเลาะเบาะแว้ง ด.ต.สายหยุด ใช้ปืนยิงภรรยา ก่อนจะใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงกรอกปากหนีความผิด

ที่มา>>>ข่าวสด

ไม่พอใจโดนจยย.ปาดหน้า หนุ่มซีอาร์วีเลือดร้อน-ไล่ยิงคู่กรณีเจ็บถึงบนโรงพัก

เมื่อเวลา 05.30 น.วันที่ 12 ก.ค. นายปรัชญา สุวรรณกุล อายุ 29 ปี หนุ่มพนักงานร้านอาหาร ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดไล่ยิงถึง 3 นัดซ้อน เหตุเกิดหน้าร้านสะดวกซื้อ ห่างจาก สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพียง 80 เมตร กระสุนถูกแขนซ้ายได้รับบาดเจ็บ จึงวิ่งหนีขึ้นไปบนโรงพักเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่คนร้ายยังตามขึ้นไปถึงบนโรงพักจนตำรวจเข้าห้ามปรามคนร้ายจึงหลบหนีไป  จากการสอบสวน นายปรัชญา เล่าเหตุการณ์ว่า ได้ขี่รถจักรยานยนต์จากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าไปทางอำเภอแม่ริม เมื่อถึงจุดกลับรถหน้ากองพลทหารราบที่ 7 ก็มีรถเก๋งฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี  กลับรถตัดหน้าตรงจุดดังกล่าว ย้อนไปทางตัวอำเภอแม่ริม ทำให้ตนต้องเบรกกระทันหันและเกิดความไม่พอใจจึงขี่จักรยานยนต์ตามไปไล่แซงรถยนต์คันดังกล่าว ทำให้ชายที่ขับรถยนต์ขับรถไล่ติดตาม

นายปรัชญาให้การว่า ตนจึงขี่รถจักรยานยนต์หนีและวนไปมาหลายรอบ แต่รถยนต์คันดังกล่าว ยังคงขับไล่ติดตามตลอด ตนจึงขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดหน้าร้านสะดวกซื้อ ใกล้กับโรงพักแม่ริม ซึ่งมีกล้องวงจรปิด แต่คนขับรถซีอาร์วีก็ยังขับตามมาและจอดรถก่อนจะลงจากรถใช้มือตบศรีษะตน  “ตอนนั้นผมเห็นว่าไม่ปลอดภัยจึงวิ่งหนี คนขับรถซีอาร์วีจึงได้ชักอาวุธปืนออกมายิงตามหลังผมถึง 3 นัด ต่อหน้าประชาชนจำนวนมาก กระสุนปืนเฉียดแขนซ้ายได้รับบาดเจ็บ ผมจึงวิ่งขึ้นไปบนโรงพักขอความช่วยเหลือจากตำรวจ แต่คนร้ายยังตามขึ้นไปถึงบนสถานีตำรวจเพื่อจะทำร้าย ตำรวจจึงเข้ามาห้ามปราบปราม ก่อนที่ชายดังกล่าวจะหลบหนีไป”นายปรัชญากล่าว

พ.ต.ต.ตรีเพชร ป่าหวาย สว.สส.สภ.แม่ริม เผยว่า คนร้ายกระทำการอุกอาจมาก ถึงขั้นพกพาอาวุธปืนขึ้นมาถึงบนโรงพักเพื่อจะทำร้ายคู่กรณี เมื่อถูกห้ามปราบยังขับรถไปจอดรอนายปรัชญาอยู่บนถนนเพื่อจะเอาเรื่องอีก ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อออกหมายจับ ซึ่งตำรวจทราบข้อมูลของคนขับรถเลือดร้อนรายนี้แล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

ลวงฆ่าหนุ่มหล่อ ปวส.เทคนิค! ยิงอกโยนสระ พุ่งปมชู้สาว

หนุ่มวัย 19 นักศึกษา ปวส.เทคนิคอุดรธานี หายออกจากบ้าน ก่อนพบเป็นศพถูกยิงตายแช่อยู่ในสระน้ำกลางไร่อ้อยต่างอำเภอ แม่แทบทรุด บอกลูกชายเป็นเด็กดี ไม่เคยเที่ยวกลางคืน ตำรวจมุ่งปมชู้สาว เพราะหน้าตาดีมีหญิงสาวติดพันหลายคน…

วันที่ 26 พ.ค. ร.ต.อ.อัศราพงษ์ ผิวขาว รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านเทื่อม จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งพบคนถูกยิงเสียชีวิตในสระน้ำ กลางไร่อ้อย บ้านโนนสะอาด หมู่ 15 ต.เขือน้ำ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ รุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.ท.ยศพนธ์ เสริมรัมย์ รอง ผกก.สส.สภ.บ้านเทื่อม เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร รพ.บ้านผือ และเจ้าหน้ามูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม

ที่เกิดเหตุเป็นไร่อ้อย อยู่ห่างจากถนนสายระหว่างบ้านโพธิ์–บ้านโนนสะอาด ประมาณ 500 เมตร มีถนนลูกรังตัดผ่านเข้าไปในกระท่อมนา ด้านในมีสระน้ำกว้างประมาณ 1 งาน ลึก 6 เมตร น้ำลึก 2 เมตร พบศพชายหนุ่มอายุประมาณ 20-25 ปี รูปร่างผอม สูง 170-175 ซม. ผิวขาว สภาพศพสวมกางเกงบ็อกเซอร์สีดำตัวเดียว กึ่งนั่งกึ่งนอนแช่น้ำในสระ จากการชันสูตรพบถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด บริเวณลิ้นปี่ 1 นัด กระสุนฝังใน ลำคอด้านขวา 1 นัด กระสุนฝังใน เสียชีวิตมาประมาณ 3 ชั่วโมง

ตรวจในที่เกิดเหตุ พบเสื้อยืดกีฬาสีฟ้า มีร่องรอยยิงเสื้อทะลุบริเวณหน้าอก มีคราบเลือดและคราบอุจจาระอยู่ข้างกอตะไคร้บนขอบสระ คาดว่าจะเป็นเสื้อของผู้ตาย ห่างไปประมาณ 100 เมตร พบกองเลือดอยู่บนถนนเข้ากระท่อมนา และมีรอยเท้าเปล่าไม่สวมรองเท้าจากกองเลือดมุ่งไปทางสระน้ำ บริเวณกองเลือดยังพบรอยยางรถยนต์ 4 ล้อ มีการเลี้ยวและถอย หน้ายางกว้าง คล้ายรถแต่งสภาพผู้เสียชีวิต ถูกลวงไปฆ่า ตร.มุ่งปมชู้สาว เนื่องจากผู้ตายหน้าตาดี มีหญิงติดพันหลายคน

สอบสวนนายวีระ ธาตุชัย อายุ 54 ปี ราษฎรบ้านโนนสะอาด ให้การว่า เมื่อคืนนี้ตนนอนอยู่ที่บ้าน พอช่วงใกล้สว่างได้ยินเสียงปืน 2 นัด แต่คิดว่าเป็นคนมายิงหนู เช้าวันนี้ได้ขี่จักรยานยนต์มาที่กระท่อมนา ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ 50 เมตร เพื่อมาคราดวัชพืช เมื่อเดินมาถึงก็พบคนนอนอยู่ในสระน้ำ นึกว่าคนมาลักปลา จึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆ จึงรู้ว่าเป็นศพคนถูกยิงตาย แต่ดูแล้วไม่ใช่คนในหมู่บ้าน หรือคนในพื้นที่ใกล้เคียง จึงได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านและแจ้งตำรวจ

ต่อมาเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน มีนางผ่องศรี อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ 1 ต.หนองไฮ อ.เมืองอุดรธานี พร้อมญาติ เดินทางมาพบ ร.ต.อ.อัศราพงษ์ ผิวขาว รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านเทื่อม แจ้งว่าเป็นแม่ผู้ตาย ชื่อนายวันชนะ ทิทึกทักษ์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ 1 ต.หนองไฮ อ.เมืองอุดรธานี ซึ่งกำลังเรียนอยู่ชั้น ปวส.ปี 1 ช่างไฟฟ้า วิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี ซึ่งลูกชายเป็นเด็กดี ไม่เคยเกเร ไม่เที่ยวกลางคืน จะเข้านอนเวลา 20.00-21.00 น. ทุกคืน แต่พอเช้านี้ปรากฏว่าผู้ตายหายออกจากบ้าน และไม่สามารถติดต่อได้ จึงออกไปตามหาลูกที่วิทยาลัย พบเพื่อนลูกชายบอกว่า มีคนถูกยิงเสียชีวิตหน้าตาคล้ายกับลูกชายตน และได้ดูรูปในโซเชียลที่แชร์ภาพมา ตนถึงกับเข่าอ่อน ตำรวจจึงได้นำตัวนางผ่องศรีไปดูศพที่โรงพยาบาล และยืนยันว่าเป็นนายวันชนะ ลูกชายแน่นอน

ด้าน พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายเป็นเด็กดี ไม่ออกจากบ้านตอนกลางคืน คาดว่าจะมีคนโทรศัพท์เรียกให้ออกมาพบ เพื่อตกลงอะไรกันบางอย่าง แต่ตกลงกันไม่ได้ จึงถูกนำมายิงทิ้ง ซึ่งตำรวจได้ตั้งประเด็นในเรื่องชู้สาว เพราะผู้ตายเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาดี มีหญิงสาวมาชอบพอหลายคน รวมถึงการแก้แค้นส่วนตัว ทะเลาะวิวาท และหักหลังในเรื่องบางอย่าง ซึ่งได้สั่งการให้ออกสืบสวนหาสาเหตุการสังหารโหด และจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีแล้ว.

ที่มา>>>Thairath

ง้อเมียไม่สำเร็จ วิศวกรยิงล้มในห้องน้ำ คิดว่าตายจ่อขมับตัวเองดับ

หนุ่มวิศวกรชลตัดใจไม่ขาด รักๆ เลิกๆ กับเมีย จนล่าสุดเมื่อช่วงสงกรานต์ได้หย่ากัน แต่เมียยังมาดูลูกสาววัย 4 ขวบ เกิดเรื่องเศร้าเมื่อผัวกลับมาเจอ ใช้ปืนลูกซองสั้นยิงเมียในห้องน้ำก่อนออกจ่อยิงหัวตัวเองสมองกระจาย ผลผัวตาย เมียรอด…

วันที่ 20 เม.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหัวค่ำวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.พูลศักดิ์ โพลังกา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันตายในบ้าน โดยเป็นเหตุยิงตัวตาย หลังยิงภรรยาได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่บ้านนาคำ ต.นาเมือง อ.เสลภูมิ เนื่องจากเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ จึงรายงานให้ พล.ต.ต.ยงเกียรติ มณปราณีต ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ทราบ และรุดไปที่เกิดเหตุ

พบว่าเป็นบ้านคอนกรีตชั้นเดียว ตกแต่งสวยงามทั้งภายในและภายนอก จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่ามือปืนที่เป็นผู้ก่อเหตุ ยิงตัวตายแล้วคือ นายวี (นามสมมติ) อายุ 43 ปี เป็นเจ้าหน้าที่วิศวกรเครื่องกลชลประทาน ทำงานอยู่ในพื้นที่ จ.ยโสธร ยิงตัวเองด้วยปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ ที่ศีรษะ สมองกระจายเสียชีวิตในห้องนอน

ทั้งนี้ ก่อนจะยิงตัวตาย นายวี ได้ยิง น.ส.นุช (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ภรรยา ที่ห้องน้ำในห้องนอนแล้วยิงตัวตาย เพราะเข้าใจว่าเมียเสียชีวิตแล้วเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนปากคำญาติที่อยู่บ้านติดกันทราบว่าสาเหตุเกิดจากความหึงหวง โดยทั้งคู่อยู่กินด้วยกันมากว่า 10 ปี มีเรื่องทะเลาะกันตลอดเวลา และเลิกรากันไปหลายครั้ง แต่ก็กลับมาคืนดีกันใหม่อยู่เรื่อยๆ ล่าสุดทั้งคู่ทะเลาะกันอีกจนต้องแยกทางและไปหย่ากันเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา แล้วให้ลูกสาว 4 ขวบอยู่กับผู้ตาย ตอนเช้าวันเกิดเหตุผู้ตายไปทำงาน ฝ่ายภรรยาได้แอบมารับลูกตอนสามีไม่อยู่ เพื่อไปอยู่ด้วยชั่วคราวที่ร้านขายเสื้อผ้าใน อ.เสลภูมิ ตกเย็นก็นำลูกมาส่ง

ปรากฏว่าเจอกับสามีที่กลับมาจากทำงานพอดี จนเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงขณะกำลังอาบน้ำให้ลูกในห้องน้ำ ก่อนที่ผู้ตายจะเดินเข้าไปหยิบปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์บรรจุกระสุนเบอร์ 20 เดินเข้ายิงเมียล้มลงในห้องน้ำ และคิดว่าเสียชีวิตแล้ว จึงออกมาบรรจุกระสุนนัดใหม่แล้วจ่อยิงสมองตัวเองกระจายตายบนที่นอน ญาติได้ยินเสียงปืนและเสียงเด็กร้องไห้ จึงวิ่งมาดู พบร่างภรรยาถูกยิงที่ข้างแก้มขวาได้รับบาดเจ็บคลานออกมาขอความช่วยเหลือให้นำส่งโรงพยาบาล จึงโทรแจ้ง รพ.เสลภูมิส่งรถกู้ชีพมารับ จากนั้นเข้าไปในห้องนอนพบว่าสามียิงตัวตายบนที่นอน จึงโทรแจ้งตำรวจมาตรวจสอบเหตุดังกล่าว

ทางด้าน พล.ต.ต.ยงเกียรติ มนประณีต ผบก.ภ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า จากการสอบสวนข้อเท็จจริง มั่นใจว่าเกิดจากความหึงหวงของฝ่ายชายที่ตัดใจไม่ขาด และมีความผูกพันกับฝ่ายหญิงที่ขอแยกทางกันไปไม่นาน จึงยังทำใจไม่ได้ ต้องการขอคืนดี แต่ฝ่ายหญิงคงไม่เอาด้วยจึงตัดสินใจยิงคนรัก จนเข้าใจว่าเสียชีวิตแล้วจึงยิงตัวเองเพื่อเป็นการฆ่าตัวตายตามคนรัก สำหรับอาการของฝ่ายหญิงปลอดภัยแล้ว เพราะกระสุนปืนไม่ถูกที่สำคัญ เพียงแต่เฉี่ยวแก้ม ไม่มีกระสุนฝังในแต่อย่างใด.

ที่มา>>>Thairath