จับแล้ว! ที่แท้หนุ่มข้างบ้านฆ่าขืนใจดญ.7ขวบ หลังผลดีเอ็นเอมัด เพิ่งพ้นโทษคดีข่มขืน

จากกรณีเหตุคนร้ายบุกเข้าไปข่มขืนเด็กหญิงวัย 7 ขวบภายในบ้านพักที่ ต.สินเจริญ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี โดยคนร้ายอาศัยจังหวะที่พ่อของเด็กออกไปกรีดยางนอกบ้าน และปล่อยให้เด็กผู้เสียหายนอนอยู่บ้านเพียงลำพัง กระทั่งเมื่อพ่อของเด็กเสร็จงานแล้วก็จะกลับเข้ามาที่บ้าน จนมาพบสิ่งผิดปกติ เพราะได้ยินเสียงเด็กร้องของความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่สามารถเปิดประตูเข้าไปในบ้านได้ เนื่องจากประตูถูกล็อคจากด้านใน และได้ยินเสียงคนวิ่งหนีออกไปทางหลังบ้าน ส่วนในบ้านพบบุตรสาวนอนสลบแน่นิ่งในสภาพเปลือย จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลพระแสง ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 ต.ค. ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น 201610171601062-20050615140928ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากเกิดเหตุ เจ้าหน้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระแสง ได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยจำนวน 13 ราย ซึ่งส่วนใหญ่พักอาศัยใกล้เคียงกับจุดที่เกิดเหตุ มาสอบสวนพร้อมกับขอเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับหลักฐานดีเอ็นเอของคนร้ายที่เก็บได้ สำหรับใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการหาตัวคนร้ายที่แท้จริง14786837_1285342771490673_767165394_oล่าสุดมีรายงานว่า ผลตรวจเทียบเคียงดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยทั้ง 13 รายนั้นมีผลออกมาแล้ว ปรากฏว่าผลตรวจน้ำอสุจิที่เก็บได้ในช่องคลอดของเด็กผู้ตายไปตรงกันกับดีเอ็นเอของนายชัยนรินทร์ หรือหนึ่ง กลิ่นกลอย อายุ 27 ปี ชาวบ้านซึ่งพักอาศัยอยู่ใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ201610171601061-20050615140928-696x476หลังทราบผลตรวจแล้ว พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. ได้รีบสั่งการให้ชุดสืบสวนของ กก.5 บก.ปคม.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พระแสง ไปเชิญตัวนายชัยนรินทร์มาสอบปากคำทันที พร้อมกับเก็บหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมด้วย โดยขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างนำหลักฐานทั้งหมดไปขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อจะได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาต่อไป

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า จากการตรวจสอบประวัติของนายชัยนรินทร์ยังพบอีกว่า ผู้ต้องหารายนี้เพิ่งจะพ้นโทษคดีบุกรุกและพยายามข่มขืน โดยคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี2553 ในพื้นที่ของ สภ.พระแสง เช่นเดียวกัน และถูกปล่อยตัวออกมาจากเรือนจำ มาเมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา กระทั่งมาก่อคดีซ้ำขึ้นอีก

ที่มา>>>ข่าวสด

2โจ๋ดักรอยิงเด็กเทคโนฯคู่อริ แต่ดันเจอสายตรวจ ชักปืนหวังยิงเปิดทางหนี..โดนตร.ยิงสวนสิ้นฤทธิ์

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 4 ส.ค. ร.ต.อ.สุเรวัช บังคมเนตร รอง สว.(สอบสวน) สน.บางเขน รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนประจำกายยิงคนร้ายจนได้รับอาการบาดเจ็บสาหัสหลังพยายามขัดขืนและใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้เพื่อหวังหลบหนีการจับกุม เหตุเกิดภายในซอยรามอินทรา 39 แยก 1 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยพล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน พ.ต.ท.อำนาจ หาญชนะ รอง ผกก.ป.สน.บางเขน พ.ต.ท.ธิติ พันธ์สวัสดิ์ สวป.สน.บางเขน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.บางเขน ด.ต.ธีรภัทร์ พงษ์เจริญธรรม ผบ.หมู่ป.สน.บางเขน ส.ต.ต.ก้องเกียรติ ทองเพ็ชร ผบ.หมู่ป.สน.บางเขน และมูลนิธิร่วมกตัญญู  ที่เกิดเหตุภายในพื้นที่รกร้างบริเวณกลางซอยดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้จำนวน 2 รายประกอบด้วยนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีชมพู-ขาว ทะเบียน 5 กท และผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อต่อมาคือนายกิตติธร กิตวิทยาเดชา อายุ 18 ปี สภาพนอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อยืดคอกลม สีขาว นุ่งกางเกงกีฬาขาสั้น สีน้ำเงิน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด.357 เข้าที่บริเวณต้นแขนขวาทะลุ จำนวน 1 นัด

ห่างออกไปพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ตกอยู่ จำนวน 1 กระบอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเข้ารับการรักษาอาการอย่างเร่งด่วนซึ่งขณะนี้พ้นขีดอันตรายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ด.ต.ธีรภัทร์ กล่าวว่า ขณะที่ตนพร้อมด้วยส.ต.ต.ก้องเกียรติกำลังออกตรวจตราเพื่อระงับเหตุอาชญากรรมภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ กระทั่งได้รับแจ้งจากทางคณะอาจารย์ของวิทยาลัยเทคโนโลยีวิบูลย์บริหารธุรกิจ รามอินทรา ว่าให้ช่วยตรวจสอบกลุ่มวัยรุ่นต้องสงสัยขี่รถจักรยานยนต์วนเวียนโดยพบท่าทางมีพิรุธเกรงว่าจะเกิดอันตราย จากนั้นเมื่อมาถึงช่วงระหว่างซอยรามอินทรา 39 แยก 1 และแยก 3 ได้พบวัยรุ่น จำนวน 2 ราย ขี่รถจักรยานยนต์และซ้อนท้ายกันมา ซึ่งมีรูปพรรณสัญฐานตรงตามกับที่ได้รับแจ้งไว้จึงขออนุญาตเพื่อเข้าตรวจค้นตามปกติ แต่ระหว่างนั้นผู้ซ้อนท้ายทราบชื่อต่อมาคือนายกิตติธร จู่ๆได้รีบวิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ตนจึงขี่รถจักรยานยนต์ของสายตรวจออกตามล่ามาจนถึงภายในพื้นที่รกร้างดังกล่าว ส่วนนายเอให้ทางส.ต.ต.ก้องเกียรติ ควบคุมตัวเอาไว้  ด.ต.ธีรภัทร์ กล่าวต่อว่า เมื่อติดตามนายกิตติธร มาจนถึงทางตันทางผู้ต้องหากลับชักอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขึ้นมาจ่อตนหวังจะยิงเปิดทางเพื่อหลบหนีไป แต่ระหว่างนั้นตนสามารถชักอาวุธปืนประจำกายได้เร็วกว่า ก่อนยิงเพื่อป้องกันตัวกระทั่งคมกระสุนไปถูกเข้าที่บริเวณต้นแขนขวาของผู้ต้องหาจนได้รับบาดเจ็บ ส่วนอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ก็ตกลงอยู่กับพื้น หลังจากนั้นตนจึงประสานให้ทางอาสาสมัครมูลนิธิปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาอาการอย่างเร่งด่วน ก่อนตรวจยึดของกลางไว้เป็นหลักฐาน

พ.ต.อ.อำนาจ กล่าวว่า จากการสอบสวนนายเอ รับสารภาพว่า ตนพร้อมด้วยนายกิตติธรมาดักรอครู่อริซึ่งศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 ภายในสถาบันดังกล่าว โดยผลัดกันซ้อนท้าย และถืออาวุธปืน เมื่อถึงเวลาเลิกเรียนขณะนั้นตนเป็นผู้ซ้อนท้ายและถืออาวุธปืน พบคู่อริเดินออกมาแต่ไม่ได้ยิงเนื่องจากมีคนพลุกพล่านเกรงว่าคนอื่นจะถูกลูกหลง จึงให้นายกิตติธรขี่รถวนออกมาก่อนเปลี่ยนให้นายกิตติธรเป็นผู้ซ้อนท้ายกระทั่งพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมได้ดังกล่าว

ด้านพล.ต.ต.เจริญ กล่าวว่า ตนขอชื่นชมการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนาย ซึ่งต้องมีความอดทนและต้องมีไหวพริบปฏิภาณในการระงับเหตุ ซึ่งในครั้งนี้หากทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถระงับเหตุได้ทันอาจเกิดเหตุสลดอย่างแน่นอน และต้องขอขอบคุณคณะอาจารย์ที่ช่วยเป็นหูเป็นตาแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบเพื่อป้องกันระงับเหตุในครั้งนี้ ทั้งนี้ตนได้มอบเงินรางวัลจำนวน 5 พันบาท แด่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฎิบัติหน้าที่อีกด้วย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนนายกิตติธร ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ในข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ตำรวจครึ่งร้อยตรึงกำลัง นำตัวมือยิงถล่มลูกชายผู้ใหญ่บ้านทำแผน หวั่นรุมประชาทัณฑ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 06.00 น. วันที่ 11 มิ.ย. เวลา 06.00 น. พ.ต.อ.จิระวัฒน์ พยุงธรรม รองผบก.ภ.จว.สตูล , พ.ต.อ.นิพล เหมสลาหมาด รองผบก.พร้อม พ.ต.อ.วิชชภัณฑ์ จันทราภรณ์ ผกก.สส.ภ.จว.สตูล พร้อมกำลังตำรวจชุด นปพ. , ชุดสภ.มะนัง ร่วม 50 นาย ควบคุมตัวนายกิตติศักดิ์ หรือม่อน ช่อปั้น อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่5 ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 3 จุด ตั้งแต่จุดเดินทางเข้าก่อเหตุด้านหน้าบ้าน จุดก่อเหตุยิงถล่มด้วยอาวุธปืน 3 กระบอก และจุดหลบหนีไปเส้นทางถ้ำโกบ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของกำลังตำรวจอย่างรัดกุม และเพื่อเป็นการไม่ประมาทในการทำแผนในครั้งนี้จึงเลือกใช้เวลาเช้ามืดในการวางแผน มาร์คจุดเกิดเหตุเพื่อใช้เวลาอยู่ในที่เกิดเหตุให้น้อยที่สุดและครบถ้วน ป้องกันการรุมประชาทันจากความแค้นเคือง หลังเสร็จสิ้นได้นำตัวผู้ต้องหาส่งศาลทหาร มณฑลทหารบก ที่ 42 จ.สงขลา  ทันทีสำหรับ นายกิตติศักดิ์ หรือม่อน ช่อปั้น ก่อเหตุพร้อมพวก คือนายปิยะศักดิ์ หรือกาย ดำสินธุ์ ยิงถล่มที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน เลขที่ 149 ม.9 บ้านถ้ำโกบ ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล ซึ่งเป็นของ นายจำรูญ สงด้วง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 เป็นเหตุให้บุตรชายวัย 13 ปี ซึ่งนอนดูทีวีอยู่ภายในบ้านเสียชีวิตทันที บุตรสาววัย 14 ปี ซึ่งนอนพักอยู่ในห้องนอน และภรรยาอายุ 44 ปี อยู่ภายในห้องน้ำได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2559 ทางด้าน นายจำรูญ สงด้วง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 หลังทราบข่าวการจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุสังหารบุตรชายของตนได้ เมื่อวานนี้ 10 มิ.ย.2559 ได้ทำบุญ 100 วันให้บุตรชาย และขอให้คนร้ายที่ยังหลบหนี คือ นายปิยศักดิ์ หรือกาย ดำสินธุ์ (มือปืน) และนายนพดล หรือ ชา สันเต๊ะ ผู้ต้องหาตามหมายจับสามารถจับกุมได้เร็วไว

ที่มา>>>ข่าวสด

ล้วงคอตำรวจคาซัคฯ กะเทยพัทยาปรี่กอด ฉกเงินเกลี้ยงกระเป๋า

ตำรวจยศร้อยเอก ชาวคาซัคสถาน เดินริมถนนกลางดึก ซื้อยาให้แม่นอนป่วยระหว่างเที่ยวพัทยา ถูกกะเทยแสบปรี่เข้ามากอด ก่อนล้วงกระเป๋าเกลี้ยง หนีลอยนวล…

เมื่อเวลา 03.40 น. วันที่ 11 พ.ค. ร.ต.อ.ธานินทร์ กันภัย รอง.สว. ( สอบสวน ) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งว่ามีชาวต่างชาติถูกกะเทยล้วงกระเป๋า หน้าร้านสะดวกซื้อ โลตัส เอ็กซ์เพลส ภายในซอยนาเกลือ 16 (ซอยโพธิ์สัมพันธ์ ) ม.5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังชุดสืบสวนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบชาวต่างชาติ ทราบชื่อคือ นายเอสเซ็ต เซอร์กาซี่ (Mr.asset sergazy) อายุ 33 ปี ตำรวจ ยศร้อยเอก ชาวคาซัคสถาน ยืนรอให้กับตำรวจ โดยให้การเบื้องต้นว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังเดินออกจากที่พัก ห่างจากจุดเกิดประมาณ 500 เมตร เพื่อซื้อยาให้แม่ ซึ่งนอนป่วยอยู่ภายในห้องพัก ถึงที่เกิดเหตุ มีคนร้ายลักษณะเป็นผู้ชายแต่งกายเป็นหญิง สวมชุดสีดำ สูงประมาณ 180 ซม. ผมยาว ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อมาประกบข้าง แล้วทำทีพูดทักทาย พอตนส่งยิ้มกลับ คนร้ายก็จอดรถจักรยานยนต์เดินปรี่เข้ามาโอบกอด ตนพยายามสะบัดตัวเองหนี พอสะบัดหลุด คนร้ายก็รีบวิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไปทันที จากนั้นตรวจสอบทรัพย์สินในตัว พบว่าเงินสด 4,000 บาท ที่เตรียมมาซื้อยาให้แม่ ถูกล้วงไปจนหมดเกลี้ยงนายตำรวจคาซัคสถาน ยังให้การต่ออีกว่า ตนเพิ่งเดินทางมาเที่ยวพักร้อนในพื้นที่เมืองพัทยาพร้อมกับผู้เป็นแม่ ได้เพียง 5 วัน และมีกำหนดเดินทางกลับในวันที่ 14 พ.ค.นี้ เหตุการณ์ในครั้งนี้รู้สึกแย่มาก และอยากให้ตำรวจไทยเร่งติดตามจับกุม คนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ อีกทั้งเชื่อว่าบริเวณจุดเกิดเหตุมีกล้องวงจรปิดจำนวนมาก อาจเป็นหลักฐานมากพอในการติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้

เบื้องต้นตำรวจได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน พร้อมประสานให้ฝ่ายสืบสวนออกหาเบาะแสจากพยานแวดล้อม และติดต่อขอดูกล้องวงจรปิดจากสถานที่รอบๆ บริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อเป็นแนวทางในการเร่งติดตามกะเทยแสบรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

สลด! ฆ่ายกครัวมะกัน 8 ศพที่โอไฮโอ คนร้ายสุดเหี้ยม จ่อยิงหัว

ฆาตกรรมสะเทือนขวัญ…ยิงสังหารโหด จ่อศรีษะ คนในตระกูลเดียวกันดับสยองถึง 8 ศพ ที่รัฐไอไฮโอ ในสหรัฐฯ ตร.เร่งไล่ล่าติดตามจับกุมคนร้าย เบื้องต้นยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจ

เมื่อวันที่ 23 เม.ย.59 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเกิดเหตุสุดสลด พบศพชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นสมาชิกในตระกูลเดียวกันโดนฆาตกรรม จ่อยิงเข้าที่ศีรษะเสียชีวิตถึง 8 ศพ ในพื้นที่ 4 แห่งใกล้ๆกัน ในเขตเมืองไปค์ตัน ทางตอนใต้ของเมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐฯ เมื่อ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐฯชี้ว่าในจำนวนเหยื่อทั้ง 8 ราย บางคนถูกยิงอย่างเหี้ยมโหดขณะพวกเขานอนหลับ และขณะนี้ เจ้าหน้าที่กำลังติดตามจับกุมคนร้าย หรืออาจเป็นกลุ่มคนร้ายที่ร่วมมือก่อเหตุ ซึ่งเชื่อว่ามีอาวุธปืนอยู่ในครอบครอง และจะเป็นอันตรายกับสมาชิกในครอบครัวนี้ที่ยังมีชีวิตรอด

ข่าวแจ้งว่า ในจำนวนเหยื่อเคราะห์ร้ายที่ถูกฆาตกรรม 8 คน นั้น ประกอบด้วยผู้ใหญ่ 7 คน และอีกคนเป็นวัยรุ่นวัย 16 ปี อีกทั้งผู้เสียชีวิตยังมีหญิงที่เป็นแม่ของเด็กวัย 4 ขวบรวมอยู่ด้วย และเธอถูกยิงเสียชีวิตขณะลูกน้อยกำลังนอนอยู่เคียงข้างเธอ โดยเด็กวัย 4 ขวบ เป็นหนึ่งในเด็กรวม 3 ราย อีก 2 ราย อายุ 6 เดือน และ 3 ขวบที่รอดตายจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น นายชาร์ลส์ รีดเดอร์ นายอำเภอไปค์เคาตี้ ไม่ได้เปิดเผยชื่อผู้ต้องสงสัยลงมือก่อเหตุ หรือมูลเหตุจูงใจในการก่อฆาตกรรม เพียงแค่ระบุว่า เหยื่อที่เสียชีวิต เป็นคนในตระกูลโรเดน พร้อมกับแนะนำให้สมาชิกในตระกูลนี้ควรระวังตัวอย่างมากและเฝ้าระวังอันตรายเป็นพิเศษ.

ที่มา>>>Thairath