พายุพัด 10 นาที ทำบ้านเรือนนครพนมพังกว่า 20 หลัง หนักสุดรอบ 5 ปี

ถล่มอีก พายุฤดูร้อนพัดแค่ 10 นาที บ้านเรือนที่นครพนมพังไปกว่า 20 หลัง พบเดือนเดียวพังกว่า 500 หลัง ชาวบ้านผวา หนักสุดรอบ 5 ปี

เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 2 พ.ค. 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ได้เกิดพายุฤดูร้อน ฝนตกลงมาอย่างหนัก และมีลมกระโชกแรง ส่งผลให้บ้านเรือนของชาวบ้านในพื้นที่บ้านดงบาก หมู่ 4 ต.โพนทอง อ.เรณูนคร จ.นครพนม ได้รับความเสียหายจากลมพายุ พัดหลังคาบ้านเรือนที่อยู่อาศัยพังเสียหาย นับ 20 หลัง มีเสียหายหนัก ลมพัดหลังคาบ้านเสียหายเกือบทั้งหลัง มากถึง 10 หลัง รวมถึงต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นทับบ้านเรือน สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีทรัพย์สิน เครื่องใช้ไฟฟ้า ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ จะต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้านเรือน บางรายมีมูลค่าความเสียหายนับแสนบาท

เช่นเดียวกับบ้านเรือนของ นายหาญ คำกรลือชา อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 บ้านดงบาก หมู่ 4 ต.โพนทอง อ.เรณูนคร จ.นครพนม ได้รับความเสียหายจากลมพายุอย่างหนัก โดยเจ้าของบ้าน ระบุว่า เหตุเกิดประมาณแค่ 10 นาที เป็นลักษณะพายุหมุนพัดบ้านเรือนหลังคาปลิวหายทั้งหลัง รวมถึงบ้านเรือนของชาวบ้านในหมู่บ้านอีก รวม ประมาณ 20 หลัง ซึ่งถือว่ามีความรุนแรงมาก ทำให้สิ่งของเครื่องใช้ในบ้านเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้าได้รับความเสียหาย ขนหนีไม่ทัน คาดว่าจะต้องใช้งบซ่อมแซมบ้านเกือบ 1 แสนบาทหลังคาปลิวว่อน จากฤทธิ์พายุฤดูร้อน ที่นครพนม หนักสุดรอบ 5 ปี

เบื้องต้น ทางด้าน พ.ต.ผดุง ทิพย์วงษ์ อายุ 63 ปี นายก อบต.โพนทอง อ.เรณูนคร จ.นครพนม ได้ประสานงานร่วมกับ นายเหม กุลวงษ์ อายุ 52 ปี เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.โพนทอง นายประเสริฐ คำกรลือชาย อายุ 52 ปี ผู้ใหญ่บ้านดงบาก หมู่ 4 ต.โพนทอง ลงพื้นที่ตรวจสอบให้การช่วยเหลือ ป้องกันอันตรายจากปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร รวมถึงช่วยเหลือในการซ่อมแซม จัดหาที่พักอาศัยเบื้องต้น และประสานไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานทหาร ฝ่ายปกครอง ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือน บรรเทาความเดือดร้อน พร้อมจัดสรรงบประมาณเข้าไปดูแลช่วยเหลือตามระเบียบทางราชการ ตามสภาพความเสียหาย รายละเกือบ 30,000 บาท

นอกจากนี้ ยังได้ประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวังการเกิดพายุในช่วงนี้ หมั่นตรวจสอบบ้านเรือนให้มั่นคงแข็งแรง รวมถึงตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ ที่เสี่ยงอันตรายโค่น ทับบ้านเรือน เมื่อเกิดพายุฤดูร้อน ซึ่งการเกิดพายุฤดูร้อนครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 3 ในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ที่ได้รับผลกระทบในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือว่าหนักสุดในรอบ 5 ปี โดยในส่วนของ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นครพนม ได้สรุปสถิติความเสียหายจากปัญหาพายุฤดูร้อน ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ จากพายุฤดูร้อน จำนวน 10 อำเภอ 26 ตำบล 83 หมู่บ้าน มีบ้านเรือนของชาวบ้านเสียหายรวม มากกว่า 550 หลังคาเรือน หนักสุด คือ อำเภอธาตุพนม และ อ.นาหว้า ได้รับผลกระทบ 2 ครั้ง รวมมีบ้านเรือนเสียหาย มากกว่า 300 หลังคาเรือน ซึ่งทางจังหวัดนครพนม จะได้เร่งให้การดูแลช่วยเหลือต่อเนื่อง พร้อมประกาศเตือนให้ประชาชน เฝ้าระวังในช่วงนี้

ที่มา>>>Thairath

พท. ไม่เห็นด้วย เก็บภาษีที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ชี้ ศก.ยังแย่

‘เพื่อไทย’ ไม่เห็นด้วย เก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในตอนนี้ ห่วงเพิ่มภาระให้ประชาชน เหตุ เศรษฐกิจย่ำแย่ จนมีข่าวอาจมีการปรับเปลี่ยน รมต.บางกระทรวง

วันที่ 21 เม.ย. นางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า คณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ไม่เห็นด้วยกับทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่จะนำ พ.ร.บ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาจัดเก็บ เพราะจะเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนอย่างมาก ทั้งนี้ เพราะปัจจุบันปัญหาเศรษฐกิจย่ำแย่ได้ส่งผลกระทบกับประชาชนในทุกระดับชั้นจนพูดกันไม่ออกแล้ว โดยเฉพาะเกษตรกร ที่ต้องประสบกับปัญหาภัยแล้ง และการช่วยเหลือจากรัฐยังไม่เพียงพอ อีกทั้งการค้าขายยิ่งฝืดเคือง โดยเห็นได้จากหนี้เสียในระบบธนาคารของบริษัท SME ได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และจะส่งผลกระทบต่อระบบธนาคารในอนาคตได้ รายได้ของผู้ใช้แรงงานก็ลดลงมาก เพราะไม่มีโอที รายได้ของทุกบริษัทลดลง ซึ่งหากรัฐบาลมาเพิ่มภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้กับประชาชนอีก ประชาชนจะไม่สามารถรับได้ แม้ว่ารัฐจะลดภาษีเงินได้บุคคลให้กับประชาชนแล้วก็ตาม เพราะประชาชนที่ได้รับผลกระทบอาจจะเป็นคนละกลุ่มกับผู้ที่ได้รับประโยชน์

ภาษีที่ดิน

ที่ผ่านมา การบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลไม่ได้ผลเท่าที่ควร อาจถึงขั้นล้มเหลว และเริ่มมีการปล่อยข่าวลือว่าอาจมีการปรับเปลี่ยน รมต.บางกระทรวงหลัก ซึ่งเกิดจากความขัดแย้งภายใน เป็นการตอกย้ำว่าเศรษฐกิจเละถึงกับจะหาแพะกันแล้ว และยังมีข่าวในทางลบกระจายออกไปทั่วโลก ยิ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยทรุดลงไปอีก จึงอยากให้รัฐบาลได้ทบทวน อย่าได้เพิ่มภาระให้กับประชาชนในช่วงนี้ เพราะทุกวันนี้ก็จะลำบากมากอย่างแสนสาหัสและไม่สามารถหาทางออกกันได้แล้ว

ที่มา>>>Thairath