เตือนภัย! พายุถล่ม”วังเวียง” ประเทศลาว แม่น้ำซองทะลักต่อเนื่อง

วันที่ 19 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่งเผยแพร่ภาพล่าสุดจากเมืองวังเวียง แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศลาว ที่มีคนไทยและชาวต่างชาติไปเที่ยวจำนวนมาก โดยขณะนี้ที่วังเวียง มีพายุฝนตกทั้งวัน และปริมาณน้ำในแม่น้ำซองเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กดังกล่าวระบุว่า     แจ้งเตือนนะครับ ใครที่จะมาเที่ยววังเวียง ช่วงนี้ ควรงดไว้ก่อนนะครับ ฝนตกทั้งวัน โดนพายุ แม่น้ำซอง มีระดับน้ำเพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็ว ผมต้องขึ้นเรือ จากรีสอร์ท ขึ้นฝั่งแทบไม่ทัน น้ำเชี่ยว ไหลแรกมาก 2 ชม. น้ำขึ้นเกือบ 2 เมตร

ที่มา>>>ข่าวสด

ช็อกทั้งคอนโด!! หนุ่มใหญ่ต่างชาติร่ำลากลับประเทศ-โดดทะลุหลังคาดับสยองพัทยา

 เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 17 ส.ค. ร.ต.อ.นิวัติน์ เพ็งแคน รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุ มีชาวต่างชาติพลัดตกจากที่สูงเสียชีวิต เหตุเกิดขึ้นที่คอนโดมิเนียม ตั้งอยู่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้ง จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นคอนโดสูง 15 ชั้น ใจกลางเมืองพัทยา ตรวจสอบบริเวณหลังคาทางเข้าห้องน้ำของสระว่ายน้ำเป็นรูโหว่ หลังจาก MR.CALCULL RUSSELL JOHN อายุ 59 ปี นักท่องเที่ยวสัญชาติออสเตรเลีย พลัดตกลงมา จนอยู่ในสภาพนอนจมกองเลือด กะโหลกศีรษะแตก แขนและขาหักผิดรูป อยู่ในสภาพที่น่าสยดสยอง โดยมีผู้ที่พักอาศัยอยู่ภายในคอนโด และชาวต่างชาติที่นั่งอยู่บริเวณสระน้ำอยู่ในอาการตื่นตระหนกตกใจ สอบถาม เพื่อนสัญชาติเดียวกันกับผู้ตาย ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้ไปนั่งดื่มสุรากับตนเองและแฟนสาวชาวไทย จนกระทั่งผู้ตายขอแยกตัวกลับก่อน พร้อมกล่าวอำลาว่าพรุ่งนี้จะเดินทางกลับประเทศบ้านเกิด โดยมีท่าทางปกติ ก่อนเดินจากไปอย่างช้าๆ จนกระทั่งมาทราบข่าวอีกทีว่าเพื่อนรักกระโดดตึกเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สันนิษฐานว่า ผู้ตายน่าจะมีความเครียดอะไรบางอย่าง ก่อนจะอาศัยช่วงจังหวะไม่มีผู้คน แอบขึ้นไปยังคอนโดแล้วตัดสินใจกระโดดลงมาเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนส่งศพผู้ตายไปชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

แชร์ว่อน แท็กซี่ใจร้อน กระโดดเหยียบฝากระโปรงรถก่อนขับรถดันคู่กรณี(คลิป)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการแชร์คลิปจากสมาชิกเฟซบุ๊ก “ร้านสวยถูกดี ขายส่งเสื้อผ้า ยกกระสอบ” โดยผู้โพสต์ระบุว่า เหตุการณ์เกิดที่บริเวณอ่อนนุช 30 พร้อมเขียนข้อความว่า หลังจากส่งคุณลูกไปโรงเรียนเสร็จเวลา 7.30น เจอแท็กซี่ใจร้อน? สงสารเด็กครับ”

14661331151466133520l

โดยภาพจากคลิปดังกล่าว เห็นว่ารถทางตรงคันสีขาวอยู่ในเลนตัวเอง ส่วนแท็กซี่สีชมพูนั้นต้องการจะเลี้ยวเข้าซอยด้านขวา ในขณะที่รถคันสีขาวเกือบจะพ้นซอยแล้วทำให้แท็กซี่ไปไม่พ้น โดยในช่วงต้นคลิปจะเห็นได้ว่า แท็กซี่ได้อุ้มเด็กคนหนึ่งลงมาด้วยและถีบที่ข้างรถ ก่อนส่งขึ้นรถไป จากนั้นคนขับแท็กซี่ก็ได้ลงมากระโดดเหยียบกระโปรงรถคันสีขาว ทำให้คนขับรถคันสีขาวซึ่งลักษณะเป็นชาวต่างชาติ ลงมาจากรถยืนขวางไว้ก่อนที่จะโดนแท็กซี่ขับดันชนไปเรื่อยๆ และลงมามีปากเสียงกันอีกครั้ง ก่อนที่แท็กซี่จะขับรถไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ล้วงคอตำรวจคาซัคฯ กะเทยพัทยาปรี่กอด ฉกเงินเกลี้ยงกระเป๋า

ตำรวจยศร้อยเอก ชาวคาซัคสถาน เดินริมถนนกลางดึก ซื้อยาให้แม่นอนป่วยระหว่างเที่ยวพัทยา ถูกกะเทยแสบปรี่เข้ามากอด ก่อนล้วงกระเป๋าเกลี้ยง หนีลอยนวล…

เมื่อเวลา 03.40 น. วันที่ 11 พ.ค. ร.ต.อ.ธานินทร์ กันภัย รอง.สว. ( สอบสวน ) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งว่ามีชาวต่างชาติถูกกะเทยล้วงกระเป๋า หน้าร้านสะดวกซื้อ โลตัส เอ็กซ์เพลส ภายในซอยนาเกลือ 16 (ซอยโพธิ์สัมพันธ์ ) ม.5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังชุดสืบสวนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบชาวต่างชาติ ทราบชื่อคือ นายเอสเซ็ต เซอร์กาซี่ (Mr.asset sergazy) อายุ 33 ปี ตำรวจ ยศร้อยเอก ชาวคาซัคสถาน ยืนรอให้กับตำรวจ โดยให้การเบื้องต้นว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังเดินออกจากที่พัก ห่างจากจุดเกิดประมาณ 500 เมตร เพื่อซื้อยาให้แม่ ซึ่งนอนป่วยอยู่ภายในห้องพัก ถึงที่เกิดเหตุ มีคนร้ายลักษณะเป็นผู้ชายแต่งกายเป็นหญิง สวมชุดสีดำ สูงประมาณ 180 ซม. ผมยาว ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อมาประกบข้าง แล้วทำทีพูดทักทาย พอตนส่งยิ้มกลับ คนร้ายก็จอดรถจักรยานยนต์เดินปรี่เข้ามาโอบกอด ตนพยายามสะบัดตัวเองหนี พอสะบัดหลุด คนร้ายก็รีบวิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไปทันที จากนั้นตรวจสอบทรัพย์สินในตัว พบว่าเงินสด 4,000 บาท ที่เตรียมมาซื้อยาให้แม่ ถูกล้วงไปจนหมดเกลี้ยงนายตำรวจคาซัคสถาน ยังให้การต่ออีกว่า ตนเพิ่งเดินทางมาเที่ยวพักร้อนในพื้นที่เมืองพัทยาพร้อมกับผู้เป็นแม่ ได้เพียง 5 วัน และมีกำหนดเดินทางกลับในวันที่ 14 พ.ค.นี้ เหตุการณ์ในครั้งนี้รู้สึกแย่มาก และอยากให้ตำรวจไทยเร่งติดตามจับกุม คนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ อีกทั้งเชื่อว่าบริเวณจุดเกิดเหตุมีกล้องวงจรปิดจำนวนมาก อาจเป็นหลักฐานมากพอในการติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้

เบื้องต้นตำรวจได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน พร้อมประสานให้ฝ่ายสืบสวนออกหาเบาะแสจากพยานแวดล้อม และติดต่อขอดูกล้องวงจรปิดจากสถานที่รอบๆ บริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อเป็นแนวทางในการเร่งติดตามกะเทยแสบรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath