สาวฉุนน้องชายโดนครูตบหน้าเหตุเพราะดื้อแก้มแตก เอาเรื่องโดนตอกกลับหาว่าไม่ไว้หน้า!!

14721755191472175961lโลกโซเชี่ยลมีการแชร์เรื่องราวจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Kullanan  โดยนำภาพเด็กชายในชุดนักเรียนพร้อมร่องรอยที่แก้มและคราบเลือดมาลงไว้ พร้อมระบุว่า “น้องคนนี้คือน้องของหมอก ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2559 เรียนอยู่โรงเรียนในใจกลางเมือง ได้โดนครูวิชาคณิต ตบหน้าจนเลือดฝอยตรงแก้มแตก เหตุเพราะ คุยกัน หรือดื้อตามภาษาเด็ก มันไม่ควรที่จะเอามือมาตบคุณตีไปสิมือก้น ไม่ใช่มาทำแบบนี้ พอเรื่องได้ใหญ่ขึ้น ผอ. ของโรงเรียนได้โทรมาหา พูดเป็นทำนองคุณไม่ไว้หน้า ผมเลยผมเลือกเวลาอีก 2 เดือน ก็จะเกษียญแล้ว เอะนี้คุณห่วงอะไรคะ? คุณห่วงชื่อเสียงโรงเรียนห่วงชื่อเสียงตัวเองคุณนี่น้า มันไม่ใช่คะ น้องใคร พ่อแม่ใครใครก็รัก ถ้าลูกคุณโดนตบบ้างจะเป็นอย่างไรคะ ส่วนอ.คนที่ตบก็ไม่มีท่าทางที่ไม่สำนึกผิดเลย แต่พอเอาเรื่องนี้ไปแจ้งความที่โรงพักทองหล่อถึงได้โทรมาขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อไปถามเด็กๆที่เรียนอยู่ในห้องนั้นได้รู้ว่าครูคนนี้ไม่ได้ตบแค่น้องหมอกเพียงคนเดียวจากปากของเด็กๆครูคนนี้ได้ทำแบบนี้กับเด็กคนอื่นๆด้วย ฝากเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ ฝากไว้ด้วยนะคะ ฝากแชร์ๆกันด้วยนะคะ”

ที่มา>>>ข่าวสด

วอนช่วย “น้องจ๋อมแจ๋ม” เด็ก 7 ขวบ ดูแลแม่ป่วยอัมพาต

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 59 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนางยุพิน  ชื่นอารมณ์ คุณครูผู้ดูแลระบบช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านร้องยุ้งข้าว ต.ดอนทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ว่า มีเด็กนักเรียนหญิงวัย 7 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีพฤติกรรมขาดเรียนอยู่เป็นประจำ เนื่องจากต้องแบกรับภาระดูแลแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 210 หมู่ 9 ต.ดอนทอง พบเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวสภาพเก่าชำรุดทรุดโทรม ฝาบ้านตีแปะด้วยไม้แผ่น และมุงหลังคาสังกะสีที่มีแต่รอยรั่ว พบ ด.ญ.จันทภา  ไชยมนต์ หรือ น้องจ๋อมแจ๋ม อายุ 7 ปี ที่สวมใส่ชุดนักเรียนเก่ามอมแมมกำลังดูแลช่วยเหลือปรนนิบัติ นางลั่นทม  ไชยมนต์ อายุ 53 ปี ผู้เป็นแม่ อยู่บริเวณเตียงไม้เก่าหน้าบ้านเพียงลำพัง ทั้งคอยพยุงตัวให้ลุกนั่งป้อนข้าว ป้อนน้ำ บีบนวดตามแขนตามขาและเนื้อตัว เป็นภาพที่น่าเวทนาสงสารแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก เพราะไม่น่าเชื่อว่าเด็กหญิงตัวเล็กๆ จะมีความรับผิดชอบดูแลผู้เป็นแม่ได้ดีถึงเพียงนี้จากการสอบถาม นางยุพิน  ชื่นอารมณ์ คุณครูผู้ดูแลระบบช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านร้องยุ้งข้าว เปิดเผยว่า ด.ญ.จันทภา  ไชยมนต์ หรือน้องจ๋อมแจ๋ม ขาดเรียนอยู่เป็นประจำ ทำให้เรียนหนังสือไม่ทันเพื่อน จึงแจ้งนายสัมฤทธิ์  กุลคง ผู้อำนวยการโรงเรียน และคณะครู เดินทางไปสำรวจที่บ้านของเด็กนักเรียน จึงทำให้ทราบสาเหตุว่า น้องจ๋อมแจ๋มขาดเรียนบ่อยเพราะต้องดูแลแม่ ซึ่งนอนป่วยอยู่บนเตียงนอน ด้วยอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงและเป็นอัมพาต ไม่สามารถขยับตัวช่วยเหลือตัวเองได้มาเป็นเวลานานกว่า 2 ปี โดยมีนายวัย  ไชยมนต์ อายุ 52 ปี ผู้เป็นพ่อซึ่งมีอาชีพรับจ้างก่อสร้างเป็นกำลังหลักของครอบครัว แต่ต้องออกจากบ้านไปทำงานหาเงินทุกวัน ทำให้ไม่สามารถดูแลภรรยาได้อย่างเต็มที่ ภาระหนักจึงตกอยู่กับน้องจ๋อมแจ๋มที่ยังไร้เดียงสา ต้องสละเวลาเรียนช่วงพักเที่ยงหลังจากเรียนหนังสือ ก็จะขออนุญาตคุณครูประจำชั้นขี่รถจักรยานกลับบ้าน ซึ่งมีระยะทางไกลกว่า 1 กม. เพื่อมาคอยดูแลทำกับข้าวให้แม่กิน และยังช่วยล้างจาน ซักผ้าถุงให้แม่ คอยช่วยพยุงตัวแม่ให้ลุกนั่งขับถ่าย ส่วนหลังเลิกเวลาเรียนก็จะรีบกลับบ้านมาดูแลแม่อย่างใกล้ชิด ไม่ได้ออกไปเล่นกับเพื่อนในวัยเดียวกัน จนทำให้เป็นเด็กซึมเศร้าไม่ค่อยพูดจากับใครมากนัก ส่วนผู้เป็นพ่อออกไปรับจ้างทุกวัน จึงไม่มีเวลาดูแลครอบครัวหลังจากคณะครูทราบเรื่องทั้งหมดของครอบครัวของน้องจ๋อมแจ๋มแล้ว สร้างความน่าเห็นใจเป็นอย่างมากที่คอยทำหน้าที่ของลูกกตัญญูได้อย่างน่าชื่นชม เมื่อถึงเวลาพักเที่ยงคุณครูก็จะเตรียมอาหารกลางวันของโรงเรียน นำใส่ปิ่นโตให้น้องจ๋อมแจ๋มแขวนติดรถจักรยานนำกลับไปให้แม่กินอีกด้วย นอกจากนี้บ้านที่อยู่อาศัยก็ปลูกสร้างอยู่บนที่ดินของญาติ ไม่ทราบว่าจะถูกเจ้าของไล่ที่เมื่อไร จึงอยากขอวิงวอนขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ใจบุญมีจิตเมตตา เพื่อให้ความช่วยเหลือครอบครัวของน้องจ๋อมแจ๋มให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม หรือหากผู้ใดที่อยากช่วยเหลือสามารถติดต่อสอบถามได้ที่นางยุพิน  ชื่นอารมณ์ คุณครูผู้ดูแลระบบช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านร้องยุ้งข้าว โทร. 081-2838317

ที่มา>>>ข่าวสด

ร้านปักเสื้อขอนแก่นเงินสะพัด คนเอาชุด นร.เก่า มาแก้วันละร้อยตัว

ร้านปักเสื้อที่ขอนแก่น เงินสะพัดรับช่วงใกล้เปิดเทอม มีงานมาให้ทำกว่าวันละ 100 ตัว โดย 90% เป็นการแก้ไขเสื้อเก่าจากพี่สู่น้อง ขณะที่ยอดขายชุด นร.ใหม่ลดลง เพราะสภาพเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้ผู้ปกครองต้องประหยัดค่าใช้จ่าย…

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 พ.ค.2559 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจการเลือกซื้อเสื้อผ้าชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียน รวมไปถึงการให้บริการรับปักจักร เพื่อให้บริการแก่ผู้ปกครองและนักเรียน ในช่วงของการเปิดภาคเรียนประจำปี 2559 โดยพบว่าส่วนใหญ่ยังคงมีลูกค้ามาใช้บริการกันแน่นร้าน โดยเฉพาะร้านรับปักจักรที่เปิดให้บริการอยู่ริมถนนหน้าเมือง ก่อนถึงสี่แยกเตียวฮง (หน้าเมืองตัดศรีจันทร์) พบว่าผู้ปกครองจำนวนมากมายืนรอต่อคิวเพื่อขอรับบริการปักชื่อให้กับเสื้อนักเรียนของบุตรหลาน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดภาคเรียนที่กำลังจะมาถึง โดยจะมีการจองคิวล่วงหน้า แต่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ต่างพากันจองคิวทิ้งไว้เพื่อให้แล้วเสร็จภายในวันเดียวนางสายสมร ผาหล้า อายุ 39 ปี เจ้าของร้านปักจักรขอนแก่นกล่าวว่า ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมาต่อเนื่องมาจนถึงขณะนี้ และเชื่อว่าจะไปจนถึงช่วงของการเปิดภาคเรียนที่โรงเรียนต่างๆ จะเปิดทำการเรียนการสอนในวันที่ 16 พ.ค.นั้น ผู้ปกครองต่างพากันนำเสื้อนักเรียนทั้งแบบเสื้อสีขาวและเสื้อพละ มารอรับบริการปักจักร ด้วยการปักชื่อ นามสกุล ชั้นปี รวมไปถึงอักษรย่อโรงเรียนและรหัสประจำตัวนักเรียนกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยต่อวันจะอยู่ที่วันละประมาณ 100 ตัว ทางร้านรับให้บริการทั้งหมด โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.30 น.ทุกวัน โดยให้บริการปักจักรแบบคอมพิวเตอร์ ที่เป็นการให้บริการที่รวดเร็ว สวยงาม และราคาไม่แพง

ส่วนอัตราการให้บริการจะไม่แตกต่างไปจากร้านอื่นๆ ที่เปิดให้บริการอยู่บริเวณใกล้เคียงมากนัก โดยสนนราคาอยู่ที่ปักชื่อ-นามสกุล อักษรย่อโรงเรียน ระดับชั้น และรหัสเลขประจำตัวนักเรียนทั้งด้านซ้ายและด้านขวา จะอยู่ที่ราคาตัวละ 50 บาท โดยลูกค้าจะต้องจองคิวและมีการนัดรับเสื้อ โดยการปักในลักษณะเช่นนี้จะเป็นเสื้อใหม่ทั้งหมด ใช้เวลาปัก 1 วัน สามารถมาติดต่อขอรับกลับคืนได้“ทางร้านยังคงให้บริการเลาะเสื้อเดิม คิดราคาตัวละ 20 บาท ซึ่งหากลูกค้านำเสื้อเก่าของพี่มาเลาะป้ายชื่อออกเพื่อให้กับน้อง ก็จะคิดราคาเพิ่มอีกตัวละ 20 บาท ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่ามากกว่าร้อยละ 90 ของลูกค้าที่มาใช้บริการกันนั้น จะเป็นการนำเสื้อเก่าของปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเสื้อจากพี่สู่น้อง มาขอรับปักจักรเพิ่มขึ้น ทั้งนี้สาเหตุน่าจะเกิดจากสภาพเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองในระยะนี้ ประกอบกับต้องประหยัดค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดภาคเรียน ที่จะต้องชำระเงินในด้านต่างๆ อีกจำนวนมาก ทำให้สิ่งใดประหยัดได้ก็ควรที่จะประหยัด” เจ้าของร้านปักจักรขอนแก่นกล่าว

ขณะที่ร้านแสงสุวรรณ ที่เป็นร้านจำหน่ายชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนรายใหญ่ของ จ.ขอนแก่น พบว่ามีผู้ปกครองนำบุตรหลานมาหาซื้อชุดนักเรียนจนแน่นร้านจนแทบไม่มีที่ยืน ทางร้านจึงต้องจัดระบบบัตรคิวและจัดแถวยาว สำหรับการให้บริการแก่ลูกค้าให้ครบทุกคน ซึ่งยอดขายในปีนี้ลดลงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และยังซื้อจำนวนน้อยลง อาจเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น โดยการซื้อขายชุดนักเรียนในปีนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองซื้อสินค้าแค่ที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นซื้อเสื้อนักเรียนที่จำกัดการซื้อเหลือเพียง 1-2 ตัว ขณะที่บางคนเดิมที่เคยซื้อทั้งเสื้อและกางเกง หรือ กระโปรงยกชุด ก็จำกัดการซื้อลงเหลือเพียง 1-2 ชุดเช่นกัน สำหรับราคาชุดนักเรียนปีนี้ยังคงเท่ากับราคาที่ขายปีก่อน แต่จะมีเฉพาะอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ผ้าพันคอ เข็มขัด ถุงเท้า รองเท้า ที่ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย.

ที่มา>>>Thairath