หนุ่มโดนอุ้มมายิงทะลุอก-ทิ้งศพในป่าหญ้าริมแม่น้ำชี

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 31 ก.ค. พ.ต.ท กิตติ วินทะไชย สว.สอบสวน สภ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด รับแจ้งว่ามีชาวบ้านพบศพคนถูกยิงเสียชีวิตที่ป่าหญ้าข้างถนนกั้นพนังแม่น้ำชีบริเวณบ้าน งิ้ว  หมู่ที่ 2 ต.พลับพลา อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด จึงพร้อมด้วยพ.ต.อ วุฒิชัย แช่มช้อย ผกก.สภ.เชียงขวัญ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด แพทย์เวรจากโรงพยาบาลเชียงขวัญ และเจ้าหน้าที่กู้ชีพนครสาเกตุตรวจสอบที่เกิดเหตุ  ที่เกิดเหตุเป็นถนนกั้นพนังแม่น้ำชีฝั่งในด้านทิศเหนือของหมู่บ้านบ้านงิ้ว พบชาวบ้านจำนวนมากยืนมุ่งดูเหตุการณ์อยู่บริเวณป่าหญ้าริมถนน พบศพชายอายุประมาณ 35-40 ปี ในสภาพนอนคว่ำหน้าสวมเสื้อคอกลมแขนยาวสีดำมีตัวอักษรสีเหลือพิมพ์คำว่าส่งอากาศนาวิกโยธิน นุ่งกางเกงยีนขายาวสีดำ สวมรองท้าแตะแบบสวมสีดำ ที่ข้อมือแขนด้านซ้ายฝั่งนอกสักรูปดอกไม้ และตัวอักษรสีดำคำว่าแค่ได้รักเธอ  นอกจากนี้บริเวณข้อมือทั้ง 2 ข้างมีรอยซ้ำคล้ายกับถูกมัดมือ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ชายโครงด้านขวาทะลุชายโครงด้านซ้ายไปโดนแขนด้านซ้ายจำนวน 1 นัด ตรวจสอบภายในตัวไม่พบเอกสารระบุว่าเป็นใครมาจากไหน และสอบถามชาวบ้านก็ยืนยันว่าไม่ใช้คนในพื้นที่แถวนั้น เจ้าหน้าที่จึงนำศพไปเก็บไว้ที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ดเพื่อตามหาญาติของผู้ตายต่อไป

สอบสวนนายสมาน เทพบาน อายุ 50 ปี ซึ่งมาพบศพคนแรก เล่าว่า ก่อนจะพบศพตนเองก็ขับรถจยย.ตระเวณหาตัดหญ้าริมถนนเพื่อนำไปเลี้ยงวัวจนกระทั้งมาถึงที่เกิดเหตุเหตุหญ้าขึ้นสูงจึงจอดรถเพื่อที่จะลงมาตัดหญ้า แต่เมือเดินลงไปก็พบศพชายคนดั่งกล่าวนอนเสียชีวิตอยู่ในป่าหญ้า ตนเองจึงรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ

พ.ต.อ.วุฒิชัย กล่าวว่าจากการสอบสวนในเบื้องต้นยังไม่ทราบว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหน แต่จากการคาดการน่าจะถูกฆ่ามาจากที่อื่นแล้วนำศพมาทิ้งเพื่ออำพรางคดี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้เร่งติดตามตัวญาติของผู้เสียชีวิตมาสอบปากคำ เพื่อหาสาเหตุและคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ใครท้าต่อย!! น้องชายเจ้าของบริษัทไม่ฟังคำตอบ-โผล่ยิงหนุ่มวัย17 ดับ ฆ่าตัวตายตาม

 เมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. วันที่ 15 มิ.ย. พ.ต.ท.เอื้อ จันทร์กล้า รองผกก.สอบสวน สภ.ย่อยบางน้ำจืด ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงที่อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ตั้งอยู่ หมู่ที่ 3 ต.บางน้ำจืด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับ พ.ต.อ.สุระพรรณ นาทวรทัต ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร พ.ญ.อภิสรา กุลวงศ์ธนโรจน์ แพทย์ชันสูตร ประจำโรงพยาบาลสมุทรสาคร เจ้าหน้าที่วิทยาการ กองพิสูจน์หลักฐานฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร ที่เกิดเหตุในห้องนอนชั้น 2 พบศพเป็นชายนอนอยู่บนฟูก ทราบชื่อต่อมา คือ นายธูวนัย ธุตกิจ อายุ 33 ปี อยู่หมู่ที่ 2 ต.ทุ่งกวาว อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ สภาพศพ ไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขาสั้น มีรอยถูกยิงเข้าที่หน้าอกซ้าย 1 รู ข้างมือซ้ายของผู้ตาย พบอาวุธปืนลูกซองพกสั้นขนาดเบอร์ 12 ตกอยู่ 1 กระบอก และยังพบปลอกกระสุนปืนขนาดเดียวกันตกอยู่ที่พื้นห้อง ตรงปลายเท้าของผู้ตาย 1 ปลอก นอกจากนี้ยังมีขวดสุราขาวที่ถูกดื่มจนหมดตั้งอยู่ 1 ขวด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เก็บรวบรวมสิ่งของทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามนายภูชิชย์ ธุตกิจ อายุ 35 ปี เจ้าของบริษัท รุ่งมงคล เอ็นจิเนียริ่ง และเป็นพี่ชายของนายธุวนัย ผู้เสียชีวิต เล่าว่า ผู้ตายทำงานเป็นช่างเชื่อมโลหะให้กับตนเอง โดยปกติผู้ตายจะชอบดื่มสุราก่อนนอนเป็นประจำทุกคืน ซึ่งก่อนเกิดเหตุ ตนเองกำลังนอนพักอยู่ในห้องนอนชั้น 3 อาคารเดียวกันกับห้องของผู้ตาย ขณะที่กำลังจะนอนหลับคนงาน 2 คน ที่พักอยู่ห้องข้างๆ กับห้องของตน ก็มาเคาะประตูเรียกบอกว่า น้องชายใช้ปืนยิงหลังของนายวริศ หรือ นายตั้ว อายุ 17 ปี คนงานที่เพิ่งรับเข้ามาฝึกหัดงาน กระสุนทะลุหน้าท้องได้รับบาดเจ็บสาหัส ตนและคนงานทั้งสอง จึงรีบพานายวริศ ส่งโรงพยาบาลเอกชัย ทิ้งให้นายธุวนัย น้องชายอยู่ที่ห้องพักเพียงลำพัง โดยนายวริศ ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่แพทย์กำลังให้การช่วยเหลือ ทั้งนี้พอตนกลับเข้ามาที่ห้องพัก ก็ขึ้นไปหานายธุวนัย แต่ก็พบว่า นายธุวนัย น้องชาย ได้ใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันกับที่ยิงนายวริศ ยิงตัวเองเสียชีวิตไปแล้ว

ด้านนายธวัชชัย อายุ 19 ปี กับ นายชวกร อายุ 20 ปี เล่าให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุ นายวริศ ที่ถูกยิงแล้วไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลนั้น เป็นเพื่อนในหมู่บ้านเดียวกันที่ตำบลศรีชมพู อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งนายวริศ เพิ่งจะเดินทางมาอยู่กับพวกตนได้ไม่นาน และยังเป็นคนงานฝึกหัดอยู่เลย ก่อนเกิดเหตุพวกตนทั้ง 3 คน ได้นอนเล่นโทรศัพท์กันอยู่ แต่จู่ๆ นายธุวนัย น้องชายของนายจ้าง ก็ถือปืนลูกซองพกสั้นเข้ามา แล้วถามว่า “เมื่อวานใครท้าต่อยกับกู” ซึ่งยังไม่ทันที่ใครจะพูดอะไร นายธุวนัย ก็ยิงใส่นายวริศทางด้านหลังทันที แล้วก็เดินกลับลงไปที่ห้องนอน

พวกตนจึงรีบไปเคาะประตูเรียกนายจ้างให้พาเพื่อนไปส่งโรงพยาบาล แต่ก็เสียชีวิตลง โดยพวกตนก็ไม่รู้ว่า นายธุวนัย คนยิง ไม่พอใจนายวริศ ด้วยเรื่องอะไร เพราะทั้งสองคนก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนและแทบจะไม่เคยได้พูดคุยกันด้วยซ้ำ ส่วนที่นายธุวนัย มาถามว่าใครท้าต่อยนั้น ก็ไม่เคยมีใครไปพูดจาท้าต่อยกับนายธุวนัย

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ส่งศพไปยังสถาบันนิติเวช ทำการชันสูตรพลิกศพอีกครั้งหนึ่ง เพื่อหาวิถีกระสุนที่ชัดเจนต่อไป ส่วนสาเหตุก็คาดว่า นายธุวนัย เกิดความเครียดหลังจากก่อเหตุยิงนายวริศ ประกอบกับอาการเมาสุรา จึงตัดสินใจยิงตัวเองตายเพื่อหนีความผิด

ที่มา>>>ข่าวสด

ลวงฆ่าหนุ่มหล่อ ปวส.เทคนิค! ยิงอกโยนสระ พุ่งปมชู้สาว

หนุ่มวัย 19 นักศึกษา ปวส.เทคนิคอุดรธานี หายออกจากบ้าน ก่อนพบเป็นศพถูกยิงตายแช่อยู่ในสระน้ำกลางไร่อ้อยต่างอำเภอ แม่แทบทรุด บอกลูกชายเป็นเด็กดี ไม่เคยเที่ยวกลางคืน ตำรวจมุ่งปมชู้สาว เพราะหน้าตาดีมีหญิงสาวติดพันหลายคน…

วันที่ 26 พ.ค. ร.ต.อ.อัศราพงษ์ ผิวขาว รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านเทื่อม จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งพบคนถูกยิงเสียชีวิตในสระน้ำ กลางไร่อ้อย บ้านโนนสะอาด หมู่ 15 ต.เขือน้ำ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ รุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.ท.ยศพนธ์ เสริมรัมย์ รอง ผกก.สส.สภ.บ้านเทื่อม เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร รพ.บ้านผือ และเจ้าหน้ามูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม

ที่เกิดเหตุเป็นไร่อ้อย อยู่ห่างจากถนนสายระหว่างบ้านโพธิ์–บ้านโนนสะอาด ประมาณ 500 เมตร มีถนนลูกรังตัดผ่านเข้าไปในกระท่อมนา ด้านในมีสระน้ำกว้างประมาณ 1 งาน ลึก 6 เมตร น้ำลึก 2 เมตร พบศพชายหนุ่มอายุประมาณ 20-25 ปี รูปร่างผอม สูง 170-175 ซม. ผิวขาว สภาพศพสวมกางเกงบ็อกเซอร์สีดำตัวเดียว กึ่งนั่งกึ่งนอนแช่น้ำในสระ จากการชันสูตรพบถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด บริเวณลิ้นปี่ 1 นัด กระสุนฝังใน ลำคอด้านขวา 1 นัด กระสุนฝังใน เสียชีวิตมาประมาณ 3 ชั่วโมง

ตรวจในที่เกิดเหตุ พบเสื้อยืดกีฬาสีฟ้า มีร่องรอยยิงเสื้อทะลุบริเวณหน้าอก มีคราบเลือดและคราบอุจจาระอยู่ข้างกอตะไคร้บนขอบสระ คาดว่าจะเป็นเสื้อของผู้ตาย ห่างไปประมาณ 100 เมตร พบกองเลือดอยู่บนถนนเข้ากระท่อมนา และมีรอยเท้าเปล่าไม่สวมรองเท้าจากกองเลือดมุ่งไปทางสระน้ำ บริเวณกองเลือดยังพบรอยยางรถยนต์ 4 ล้อ มีการเลี้ยวและถอย หน้ายางกว้าง คล้ายรถแต่งสภาพผู้เสียชีวิต ถูกลวงไปฆ่า ตร.มุ่งปมชู้สาว เนื่องจากผู้ตายหน้าตาดี มีหญิงติดพันหลายคน

สอบสวนนายวีระ ธาตุชัย อายุ 54 ปี ราษฎรบ้านโนนสะอาด ให้การว่า เมื่อคืนนี้ตนนอนอยู่ที่บ้าน พอช่วงใกล้สว่างได้ยินเสียงปืน 2 นัด แต่คิดว่าเป็นคนมายิงหนู เช้าวันนี้ได้ขี่จักรยานยนต์มาที่กระท่อมนา ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ 50 เมตร เพื่อมาคราดวัชพืช เมื่อเดินมาถึงก็พบคนนอนอยู่ในสระน้ำ นึกว่าคนมาลักปลา จึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆ จึงรู้ว่าเป็นศพคนถูกยิงตาย แต่ดูแล้วไม่ใช่คนในหมู่บ้าน หรือคนในพื้นที่ใกล้เคียง จึงได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านและแจ้งตำรวจ

ต่อมาเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน มีนางผ่องศรี อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ 1 ต.หนองไฮ อ.เมืองอุดรธานี พร้อมญาติ เดินทางมาพบ ร.ต.อ.อัศราพงษ์ ผิวขาว รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านเทื่อม แจ้งว่าเป็นแม่ผู้ตาย ชื่อนายวันชนะ ทิทึกทักษ์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ 1 ต.หนองไฮ อ.เมืองอุดรธานี ซึ่งกำลังเรียนอยู่ชั้น ปวส.ปี 1 ช่างไฟฟ้า วิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี ซึ่งลูกชายเป็นเด็กดี ไม่เคยเกเร ไม่เที่ยวกลางคืน จะเข้านอนเวลา 20.00-21.00 น. ทุกคืน แต่พอเช้านี้ปรากฏว่าผู้ตายหายออกจากบ้าน และไม่สามารถติดต่อได้ จึงออกไปตามหาลูกที่วิทยาลัย พบเพื่อนลูกชายบอกว่า มีคนถูกยิงเสียชีวิตหน้าตาคล้ายกับลูกชายตน และได้ดูรูปในโซเชียลที่แชร์ภาพมา ตนถึงกับเข่าอ่อน ตำรวจจึงได้นำตัวนางผ่องศรีไปดูศพที่โรงพยาบาล และยืนยันว่าเป็นนายวันชนะ ลูกชายแน่นอน

ด้าน พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายเป็นเด็กดี ไม่ออกจากบ้านตอนกลางคืน คาดว่าจะมีคนโทรศัพท์เรียกให้ออกมาพบ เพื่อตกลงอะไรกันบางอย่าง แต่ตกลงกันไม่ได้ จึงถูกนำมายิงทิ้ง ซึ่งตำรวจได้ตั้งประเด็นในเรื่องชู้สาว เพราะผู้ตายเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาดี มีหญิงสาวมาชอบพอหลายคน รวมถึงการแก้แค้นส่วนตัว ทะเลาะวิวาท และหักหลังในเรื่องบางอย่าง ซึ่งได้สั่งการให้ออกสืบสวนหาสาเหตุการสังหารโหด และจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีแล้ว.

ที่มา>>>Thairath