เปรียบเทียบคนเมืองตามหาโปเกมอน-ทหารชายแดนตามหาระเบิด ชาวเน็ตถามเกี่ยวกันตรงไหน!?

เป็นอีกหนึ่งดราม่าตามกระแส โปเกมอนโกฟีเวอร์ ในประเทศไทย หลังเริ่มมีกระแสต่อต้านเกมดังบ้างแล้ว ล่าสุด เฟซบุ๊กเพจ “รั้วของชาติ” โพสต์ภาพเกมโปเกมอน ฉากที่เทรนเนอร์กำลังเดินตามหาโปเกมอน คู่กับภาพเหล่าทหารที่กำลังตามหาระเบิดในพื้นที่ชายแดน ระบุว่าเป็น”ความแตกต่างกัน” ระหว่าง คนในเมืองกับคนชายแดน สื่อความหมายว่าขณะที่ประชาชนกำลังเล่นเกม ทหารชายแดนก็เสี่ยงภัยเพื่อรักษาความมั่นคง ปรากฏว่าชาวเน็ตเข้ามาวิจารณ์รูปภาพดังกล่าวจำนวนมาก ส่วนมากแสดงความไม่เห็นด้วยกับการเปรียบเทียบแบบนี้ เพราะสองเรื่องไม่เกี่ยวข้องกัน หากคนไม่เล่นโปเกมอนก็ไปเล่นเกมอื่นอยู่ดี คนเล่นเกมไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของทหารอยู่แล้ว หน้าที่รับใช้ชาติคือหน้าที่ ไม่เกี่ยวกับเกม

ที่มา>>>ข่าวสด

ตีกันเละ! ศูนย์ฝึกอบรมเด็กสุราษฎร์ฯ เยาวชนสองแก๊งเปิดศึกแย่งน้องใหม่เข้าพวก

เกิดเหตุทะเลาะวิวาทและชุลมุนตะลุมบอนกันเป็นเวลากว่าครึ่งชั่วโมงในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานีจนมีเด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกได้รับบาดเจ็บหลายราย เสียชีวิต 1 รายเมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 14 มิ.ย.59 เกิดเหตุทะเลาะวิวาทและชุลมุนตะลุมบอนกันเป็นเวลากว่าครึ่งชั่วโมง ขึ้นในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานีจนมีเด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกได้รับบาดเจ็บหลายรายต่อมา นายวงศศิริ พรหมชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พ.ต.อ. สนธิชัย วัฒนากุลเทพ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร กองกำลังอาสา เข้าควบคุมเหตุการณ์ และสามารถควบคุมเหตุไว้ได้14659157831465915812lโดยเบื้องต้นเด็กและเยาวชนภายในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ก่อเหตุยกพวกตะลุมบอนกันโดย ใช้อาวุธที่หาได้ภายในศูนย์ฝึก ประทะกันอย่างรุนแรงจนเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ ต้องขอกำลังเสริม จาก ตำรวจ ทหาร อส.และมูลนิธิกู้ภัยกุศลศรัทธา  และหลังจากคุมสถานการณ์ได้ ได้นำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลซึ่งมีทั้งบาดเจ็บได้รับบาดแผล เนื่องจากถูกของมีคม ก้อนหิน ไม้ ท่อน อลูมิเนียม จอบเสียม และ อุปกรณ์ต่างๆที่หาได้ภายใน ดัดแปลงเป็นอาวุธ และบางส่วนยังได้รับบาดเจ็บตามร่างกายจำนวนมากเบื้องต้นตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บ นำส่งโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี และรพ.ค่ายวิภาวดีรังสิตจำนวน 81 ราย เสียชีวิตที่โรงพยาบาล 1 ราย

จากการสอบถามเบื้องต้นสาเหตุ ของการปะทะเกิดจาก กลุ่มเยาวชนสองฝ่ายจากส่วนของจังหวัดสุราษฎร์ธานี และฝ่ายจังหวัดนครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ตและกระบี่ เกิดมีปากเสียงกันเนื่องจากแย่งเยาวชนน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาให้ไปอยู่เป็นพวกของกลุ่มตนซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

พิษณุโลกยังอ่วม! ถูกพายุฤดูร้อนซัด โกดังข้าวเสียหายนับ 10 ล้าน

พายุฤดูร้อนยังโหมพัดกระหน่ำ สร้างความเสียหายหลายพื้นที่ของ จ.พิษณุโลก โดยเฉพาะที่ อ.บางระกำ โกดังข้าวถล่มเสียหายร่วม 10 ล้าน โรงเรียน บ้าน หลังคาเปิดหลายแห่ง ขณะที่ อ.เมือง บ้านพังเสียหายจำนวนมาก ทหารต้องเร่งเข้าช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ 5 พ.ค.2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลจากพายุลมกระโชกแรงเมื่อช่วงเวลาประมาณ 18.00-18.30 น. ของวันที่ 4 พ.ค.59 ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายให้กับหลายพื้นที่ในจังหวัดพิษณุโลก โดยเฉพาะที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก วานนี้ ต้นไม้ริมทางหลวงหมายเลข 117 หรือ ถ.พิษณุโลก-นครสวรรค์ บริเวณหลัก กม. 10 ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ต้นไม้ริมถนนล้มขวางเส้นทางจราจร ได้มีการเคลียร์ออกไปช่วงค่ำวานนี้แล้ว ขณะที่เสาไฟฟ้าแรงสูงฝั่งขาเข้าตัวเมืองพิษณุโลก แรงลมได้พัดหักโค่นหลายสิบต้น ส่วนบ้านเรือนของประชาชนเสียหายมากที่สุดเกือบ 200 หลังคาเรือน ที่ ต.พันเสา อ.บางระกำพื้นที่หมู่ 2 ต.พันเสา อ.บางระกำ ได้รับความเสียหายหลังคาเปิดจำนวน 91 ครัวเรือน

พ.ท.บุริม เครือเป็งกุล ผบ.หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มทบ.39 นำกำลังพลลงไปช่วยประชาชนซ่อมแซมบ้าน เปิดเผยว่า ในส่วนของบ้านหมู่ 2 ต.พันเสา อ.บางระกำ ได้รับความเสียหายหลังคาเปิดจำนวน 91 ครัวเรือน และมี 1 ครัวเรือนของนายนเรศ สุขเมือง ที่ต้องรื้อทั้งหลังเพราะสร้างไว้ตรงกับร่องลมพอดี เจ้าของบ้านกลัวโดนพายุถล่มซ้ำอีก จึงร้องขอให้ช่วยรื้อทั้งหลัง สำหรับวัสดุอุปกรณ์นั้นทางเทศบาลตำบลพันเสาจะเป็นผู้สนับสนุน ในส่วนของทหารจะสนับสนุนด้านกำลังพล ส่วนที่โกดังข้าวเปรมศิริไรซ์ เลขที่ 111/1 หมู่ 2 บ้านวังเป็ด ต.บางระกำ อยู่ริมถนนพิษณุโลก-นครสวรรค์ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก แรงของลมได้พัดตัวอาคารโกดังเก็บข้าวเสียหายโดยสิ้นเชิงจำนวน 1 หลังโกดังข้าวเปรมศิริไรซ์ ถูกลมพัดอาคารที่สร้างใหม่ไว้สำหรับเก็บข้าวเปลือกเสียหายหมด

ภาพจากมุมสูง
ความเสียหายของโกดังข้าวผลจากพายุลมกระโชกแรง เมื่อมองจากมุมสูง

นายวิเชียร จาดเปรม อายุ 62 ปี เจ้าของโรงสีดังกล่าว เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุ ตนไม่อยู่ที่โรงสีแต่มีคนงานโทรไปบอกว่าได้เกิดลมพายุฝนกระหน่ำและมีลมกระโชกแรง ทำให้อาคารที่สร้างใหม่ไว้สำหรับเก็บข้าวเปลือกพังลงมาจนเสียหายทั้งหมด จึงได้รีบมาตรวจสอบ ก็พบว่าอาคารเสียหายทั้งหลัง นอกจากนี้บ้านพักและสำนักงานโรงสี ยังถูกพายุพัดกระหน่ำจนได้รับความเสียหายอีก เบื้องต้นคาดความเสียหายไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาทโรงเรียนคลองวัดไร่ ต.บางระกำ หลังคาก็หาย

ด้าน นายวิษณุ รักดี ผู้อำนวยการโรงเรียนคลองวัดไร่ ต.บางระกำ เผยว่า แรงลมได้หอบหลังคาของอาคารห้องสมุดและอาคารเรียนของชั้น ป.5 ปลิวหายไป และมีฝนตกใส่อุปกรณ์การเรียน สมุด หนังสือ และเครื่องคอมพิวเตอร์ในห้องได้รับความเสียหาย ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 200,000 บาท เช่นเดียวกับโรงเรียนบ้านท่าโก ต.บางระกำ ที่อยู่ใกล้กัน แรงลมได้พัดหลังคาอาคารเรียนชั้น 2 ของชั้น ป.5 หลังคาสังกะสีปลิวไปไกลกลางทุ่งนาร่วม 500 เมตร ทรัพย์สินภายในห้องเรียนได้รับความเสียหายจำนวนหนึ่ง รวมถึงบริเวณใกล้เคียง บ้านเรือนราษฎรในบ้านท่าโก อ.บางระกำ ได้รับความเสียหายหลายหลัง สำหรับเขต อ.เมืองพิษณุโลก ลมพายุฤดูร้อนทำให้บ้านเรือนเสียหายเบื้องต้น 48 หลังคา ประกอบด้วย หมู่ที่ 12 และหมู่ที่ 6 ต.วัดพริก 4 หลัง หมู่ 2 ต.งิ้วงาม 1 หลัง หมู่ที่ 10 ต.บ้านกร่าง 15 หลัง หมู่ที่ 10 ต.ท่าโพธิ์ 27 หลัง และหมู่ที่ 1 ต.หัวรอ 1 หลัง รวมทั้งหมด 48 หลัง กำลังพลจาก พล.ร.4 และ ม.พัน 9 กองทัพภาคที่ 3 ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนแล้ว.

ที่มา>>>Thairath