ร้อนจัด 42 องศา! สาวออสซี่เหยียบผืนทรายจนฝ่าเท้าพุพองสองข้าง

เว็บไซต์ เดอะ เวสต์ ออสเตรเลียน รายงานว่า น.ส.โจแอน ฮอลล์ นักศึกษาสาววัย 25 ปี บาดเจ็บอย่างรุนแรงที่ฝ่าเท้า หลังจากเดินเท้าเปล่าผ่านชายหาดที่นครเพิร์ท รัฐออสเตรเลียตะวันตก ท่ามกลางอากาศร้อนระอุ อุณหภูมิ 42.4 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ที่ผ่านมาb88337516z-1_20161223103131_000g1jqiqec-1-1น.ส.โจแอนรีบวิ่งไปเล่นน้ำทะเล โดยเหยียบผืนทรายบนชายหาดร้อนจัด และไม่ได้สวมรองเท้าป้องกัน จนฝ่าเท้าสองข้างโดนลวก จากนั้นได้แช่เท้าในน้ำเย็นนานครึ่งชั่วโมง ก่อนที่ครอบครัวและเพื่อนๆ มาหามขึ้นกลับมาชายหาดขึ้นรถส่งรักษาที่ศูนย์รักษาแผลพุพองb88337516z-1_20161223103131_000gpiqiqtf-1-1ทีมแพทย์ลอดผิวหนังที่โดนลวกออกแล้ว ตอนนี้น.ส.โจแอนต้องนั่งเก้าอี้รถเข็นตลอดฤดูร้อน และโพสต์ภาพถ่ายสภาพฝ่าเท้าชวนคลื่นไส้ลงบนเฟซบุ๊ก พร้อมแชร์ประสบการณ์ให้เพื่อนๆ โดยเตือนให้สวมรองเท้าก่อนลงชายหาดทุกครั้งb88337516z-1_20161223103131_000gpiqis1b-1-0

ทั้งนี้ อุณหภูมิเฉลี่ยที่นครเพิร์ทเดือนธันวาคมจะอยู่ที่ 29.1 องศาเซลเซียส ซึ่งน้อยกว่าปีนี้เกือบ 1.5 เท่า

ที่มา>>>ข่าวสด

จนท.สิ่งแวดล้อม เก็บตัวอย่างน้ำทะเลเปลี่ยนสีป่าตอง รอผลแล็บ 10 วัน

นักวิชาการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ภูเก็ตเก็บตัวอย่างน้ำทะเลที่เปลี่ยนสีริมหาดป่าตองส่งตรวจ เบื้องต้นคาดเกิดจากธาตุอาหารของสาหร่ายบางชนิดที่อยู่ในน้ำได้รับ แสงแดด-อุณหภูมิที่เหมาะสมรอยืนยันผลจากห้องแล็บอีก 10 วัน…

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 18 เม.ย.2559 สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ภูเก็ต นายอัครวัฒน์ หิรัญพันธุ์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ เก็บตัวอย่างน้ำในลำคลองปากบาง บริเวณปากอ่าวก่อนที่จะไหลลงทะเล รวมทั้งบริเวณในทะเลห่างจากชายฝั่งราว 100 เมตร บริเวณในทะเลตอนกลางของชายหาดป่าตอง ถ.ทวีวงศ์ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต โดยมีการแพร่กระจายของน้ำที่มีสีน้ำตาลเข้มไปถึง โดยเน้นพื้นที่ที่เป็นโซนว่ายน้ำ เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ในห้องปฎิบัติ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว เบื้องต้นจากการตรวจสอบความขุ่นของน้ำบริเวณคลองปากบาง พบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ค่าออกซิเจนค่อนข้างต่ำ ทั้งนี้ต้องรอการยืนยันผลจากห้องปฎิบัติการอีกครั้งนายอัครวัฒน์ กล่าวว่า จากการดูด้วยสายตาพบว่าความขุ่นของน้ำเริ่มลดน้อยลง โดยในการเก็บตัวอย่างทั้งในส่วนของน้ำผิวดินและน้ำทะเลจำนวน 4 จุด โดยแบ่งเป็นน้ำผิวดิน 2 จุด ได้แก่ บริเวณทางด้านเหนือและด้านใต้ของระบบบำบัดน้ำของเทศบาลเมืองป่าตองกับน้ำ ทะเล 2 จุด ได้แก่ บริเวณปากอ่าวคลองปากบางและในทะเลระยะห่างจากชายหาดไป 100 เมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตโซนเล่นน้ำและทำกิจกรรมทางน้ำ รวมถึงบริเวณในทะเลตอนกลางของแนวชายหาด โดยจุดนี้เมื่อปีที่ผ่านมา สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ได้รับงบประมาณจากจังหวัดภูเก็ตในการเก็บตัวอย่างน้ำทะเลไปทำการตรวจสอบ คุณภาพน้ำทะเลมาแล้ว

“ส่วนสาเหตุที่น้ำมีสีขุ่นหรือสีน้ำตาลนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดได้ ซึ่งต้องรอผลการตรวจจากห้องปฎิบัติการว่าเป็นอย่างไร แต่เบื้องต้นอาจเกิดจากธาตุอาหารของสาหร่ายบางชนิดที่อยู่ในน้ำได้รับแสงแดด และอุณหภูมิที่เหมาะสม จึงทำให้เกิดการเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งจากการสำรวจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่าสาหร่ายดังกล่าวไม่ได้เป็น ชนิดที่เป็นอันตรายต่อการเล่นน้ำแต่อย่างใด” นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ กล่าว

นายอัครวัฒน์ กล่าวถึงผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ที่จัดเก็บว่า เนื่องจากทางหน่วยไม่มีห้องปฎิบัติการในการตรวจวิเคราะห์น้ำเค็ม จึงต้องส่งไปตรวจวิเคราะห์ในห้องปฎิบัติการของเอกชนที่รับจ้างวิเคราะห์ คุณภาพน้ำทะเลที่กรุงเทพฯ คาดว่าจะทราบผลภายใน 10 วัน ส่วนของน้ำจืดสามารถส่งตัวอย่างน้ำเข้าสู่ห้องปฎิบัติการของสำนักงานสิ่ง แวดล้อมภาค เพื่อตรวจวิเคราะห์ได้โดยตรงส่วนประเด็นที่ประชาชนสงสัยว่าน้ำที่มีสีขุ่นข้นหรือ สีน้ำตาลนั้นเกิดจากการปล่อยน้ำเสียของเทศบาลเมืองป่าตอง นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ กล่าวอีกว่า เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้น ซึ่งโดยพื้นฐานทางเทศบาลมีโรงบำบัดน้ำเสียอยู่แล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดของงบประมาณ จึงทำให้อาจจะยังไม่มีท่อในการรวบรวมน้ำเสียได้ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ซึ่งทราบว่าในปีงบประมาณ 59 นี้ทางเทศบาลเมืองป่าตองได้รับงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมในการดำเนินส่วน ของการเพิ่มขีดความสามารถในการบำบัดน้ำเสียในเฟสที่ 4 ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะทำให้ปัญหาดังกล่าวทุเลาเบาบางได้.

ที่มา>>>Thairath