พสกนิกสุดปลื้มปิติ พระองค์โสมฯ เสด็จเยี่ยมราษฎรประสบภัยน้ำท่วม จ.ตรัง

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 ธันวาคม 2559 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ได้เสด็จมายัง จ.ตรัง เพื่อทรงเยี่ยมและแจกถุงยังชีพพระราชทานของมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก ให้กับราษฎรผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขต อ.เมืองตรัง จำนวน 4 ตำบล โดยมี นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน เฝ้ารับเสด็จฯ จำนวนมาก สำหรับจุดแรกที่เสด็จคือ โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยตรัง ซึ่งมีผู้ประสบภัย 2 ตำบล คือ ต.บางรัก และ ต.นาโต๊ะหมิง จำนวน 905 คน201612122022472-20021028190209จากนั้น เวลา 16.30 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ได้เสด็จไปยังเทศบาลตำบลนาตาล่วง ซึ่งมีผู้ประสบภัย 2 ตำบล คือ ต.นาตาล่วง และ ต.หนองตรุด จำนวน 1,095 คน และจุดที่ 3 เสด็จดำเนินลงเรือเพื่อไปมอบถุงยังชีพ พร้อมกับไปเยี่ยมบ้านราษฏร จำนวน 3 ครัวเรือน ที่ประสบภัยอย่างหนักจนหมดตัว เพราะข้าวของทุกอย่างถูกน้ำท่วมเสียหาย และในจำนวนนี้ 1 ราย เหลือเพียงเสื้อผ้าชุดเดียวเท่านั้น สร้างความปลื้มปิติให้แก่พสกนิกรชาวตรัง โดยเฉพาะราษฎรผู้ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้201612122022471-20021028190209

ที่มา>>>ข่าวสด

กกต. จัดสาธิต ลงทะเบียนเลือกตั้งออนไลน์ คนไทยในต่างแดนที่ซิดนีย์

กกต.สาธิตการลงทะเบียนเลือกตั้งออนไลน์ สำหรับคนไทยในต่างประเทศ ที่นครซิดนีย์ พร้อมจัดทำแอพพลิเคชั่น “ดาวเหนือ” อำนวยความสะดวกให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรับทราบข้อมูลที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งของตัวเอง…

นายประสิทธิ์ นิเวศน์ทอง ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย รายงานเมื่อ วันที่ 29 พ.ค. เมื่อเวลา 11.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่ ร้าน Siam House ย่าน Thai Town นครซิดนีย์ นายณัฐพล ขันธหิรัญ กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ พร้อมด้วยสื่อมวลชนไทยในซิดนีย์ ให้การต้อนรับ นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล ผอ.สำนักบริหารการเลือกตั้ง พร้อมด้วยคณะผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งและหน่วยราชการไทย และนายดำรง พุฒตาล อดีต สว. ที่เดินทางมาประเทศออสเตรเลีย เข้าพบ กกต. ออสเตรเลีย และ กกต.รัฐนิว เซาท์เวลส์ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการพัฒนาการอำนวยความสะดวกและเข้าถึงการลงคะแนน รวมถึงการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร พร้อมรับฟังบรรยายสรุปประสบการณ์ของออสเตรเลีย ในเรื่อง iVote ที่เปิดให้ประชาชนในรัฐได้ลงคะแนนเลือกตั้งออนไลน์ในการเลือกตั้งภายในรัฐ เมื่อปีที่ผ่านมา และได้มาจัดทดสอบระบบการลงทะเบียนออนไลน์สำหรับคนไทยในต่างประเทศ ให้สื่อมวลชนและประชาชนได้ทราบถึงขั้นตอนการลงทะเบียนเลือกตั้งออนไลน์นอก ราชอาณาจักร ก่อนจะมีการนำไปใช้จริงนายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล ผอ.สำนักบริหารการเลือกตั้ง กล่าวว่า ที่มาในครั้งนี้ได้ไปเดินทางไปสองแห่งคือ ที่แคนเบอร์รา และซิดนีย์ เพื่อติดตามการทดลองใช้ระบบการลงทะเบียนเลือกตั้งออนไลน์ ของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงนอกราชอาณาจักร ครั้งนี้เป็นการทดลองเพื่อเตรียมจะนำไปใช้ในการเลือกตั้ง ส.ส. ที่จะมีขึ้นในประเทศไทย ผลที่ออกมาค่อนข้างน่าพอใจ พี่น้องชาวไทยที่อยู่ที่นี่ให้ความสนใจและให้ข้อมูลที่จะได้นำไปปรับปรุง ไม่ว่าจะเป็นตัวข้อมูลสำหรับการบันทึกข้อมูลในเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้นเป็นต้น

นายณัฏฐ์ กล่าวต่อไปว่า วันนี้ได้มีการให้สื่อมวลชน และประชาชนที่อยู่ในซิดนีย์ได้ทดสอบลงทะเบียนออนไลน์ ผ่านทางเว็บไซต์ www.khonthai.com/election ทั้งแบบที่ให้ลงทะเบียนด้วยตัวเอง และแบบที่มีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำ เพื่อให้ทราบว่า หากลงทะเบียนเองประชาชนจะสามารถดำเนินการเองได้หรือไม่ และมีความเข้าใจมากน้อยเพียงใด พร้อมทั้งให้สื่อและประชาชนที่มาทดสอบในวันนี้ ได้กรอกแบบประเมินเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นต่อไป“สิ่งที่ต้องใช้ในการลงทะเบียนออนไลน์ ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนอกราชอาณาจักรคือ บัตรประจำตัวประชาชน กับพาสปอร์ต เพราะต้องกรอกหมายเลขที่ระบุอยู่ในบัตรและพาสปอร์ตลงไป จึงจะสามารถลงทะเบียนได้ สำหรับผู้ที่ทำบัตรประชาชน หรือพาสปอร์ตหาย หรือหมดอายุ สามารถไปทำใหม่ได้ที่สถานกงสุลใหญ่ นครซิดนีย์ ซึ่งการทำบัตรประชาชนใช้เวลาเพียงไม่ถึง 15 นาที ก็ได้บัตรใบใหม่ทันที ส่วนพาสปอร์ตจะต้องจะใช้เวลารอสักหน่อย แต่ไม่ยุ่งยาก สถานกงสุลฯ พร้อมให้บริการทุกคนอยู่แล้ว จึงขอเชิญชวนพี่น้องที่อยู่ที่ซิดนีย์หรือในออสเตรเลีย เมื่อถึงเวลาจะลงทะเบียนก็ขอให้มาลงทะเบียน และใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้มากที่สุด

นอกจากนี้ กกต.ยังจัดทำแอพพลิเคชั่น “ดาวเหนือ” เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ที่จะสามารถทราบข้อมูลที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยเลือกตั้ง ที่ตั้งหน่วย ลำดับการใช้สิทธิ์ และแผนที่นำทางไปยังหน่วยเลือกตั้งที่บุคคลนั้นมีสิทธิ์ ได้อย่างง่ายดาย ทั้งระบบ ios และ android อีกด้วย” นายณัฏฐ์ กล่าวด้าน นายฉัตรชัย วิริยเวชกุล รองกงสุลใหญ่ นครซิดนีย์ กล่าวว่า คณะ กกต.ที่มา ได้มาพบกับชุมชนชาวไทยในซิดนีย์ ในส่วนของสถานกงสุลฯ ก็จะได้ประโยชน์ในแง่ที่ได้มาช่วยดูแลระบบการลงทะเบียนเลือกตั้ง ได้มาพูดคุยถึงปัญหาในการเลือกตั้งในอนาคต และจะได้ช่วยกันสร้างความตื่นตัวให้กับคนไทยที่นี่ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก และได้นำระบบใหม่ๆ ที่ประเทศไทยจะนำมาใช้ในอนาคต มาให้คนไทยในซิดนีย์ได้รับทราบ

นายฉัตรชัย กล่าวต่อไปว่า ที่ กกต.มาทดลองให้ดูในวันนี้คือ การลงทะเบียนเลือกตั้งออนไลน์สำหรับคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ อันนี้ถือว่าเป็นการทดสอบ เรียกว่าเป็นการลงทะเบียน ไม่ใช่การเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งนั้นยังคงเป็นแบบเดิมในปัจจุบัน ที่จะต้องมาเลือกตั้งยังสถานที่จัดเตรียมไว้ และทางไปรษณีย์ ส่วนระบบลงทะเบียนออนไลน์ที่เราพูดถึงกันขณะนี้คือ อดีตจะต้องมากรอกแบบฟอร์ม แล้วเอาฟอร์มมายื่นกับทางราชการ เพื่อให้ทางราชการลงทะเบียนให้ แต่ด้วยระบบนี้ ทุกคนจะสามารถเข้าไปลงทะเบียนได้ด้วยตัวเอง และสามารถตัวสอบสิทธิ์ของตัวเองได้ว่า ชื่อของเราอยู่ในเขตเลือกตั้งที่ไหน เมื่อถึงเวลาใช้งานจริงความสะดวกก็จะเกิดกับสถานกงสุลด้วย เราก็จะสามารถปริ้นท์รายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในรัฐนิวเซาท์เวลส์ออกมาได้ทันที ถือเป็นความสะดวกที่เรานำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการปรับปรุงระบบการเลือกตั้งในอนาคต.

ที่มา>>>Thairath

พายุพัด 10 นาที ทำบ้านเรือนนครพนมพังกว่า 20 หลัง หนักสุดรอบ 5 ปี

ถล่มอีก พายุฤดูร้อนพัดแค่ 10 นาที บ้านเรือนที่นครพนมพังไปกว่า 20 หลัง พบเดือนเดียวพังกว่า 500 หลัง ชาวบ้านผวา หนักสุดรอบ 5 ปี

เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 2 พ.ค. 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ได้เกิดพายุฤดูร้อน ฝนตกลงมาอย่างหนัก และมีลมกระโชกแรง ส่งผลให้บ้านเรือนของชาวบ้านในพื้นที่บ้านดงบาก หมู่ 4 ต.โพนทอง อ.เรณูนคร จ.นครพนม ได้รับความเสียหายจากลมพายุ พัดหลังคาบ้านเรือนที่อยู่อาศัยพังเสียหาย นับ 20 หลัง มีเสียหายหนัก ลมพัดหลังคาบ้านเสียหายเกือบทั้งหลัง มากถึง 10 หลัง รวมถึงต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นทับบ้านเรือน สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีทรัพย์สิน เครื่องใช้ไฟฟ้า ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ จะต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้านเรือน บางรายมีมูลค่าความเสียหายนับแสนบาท

เช่นเดียวกับบ้านเรือนของ นายหาญ คำกรลือชา อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 บ้านดงบาก หมู่ 4 ต.โพนทอง อ.เรณูนคร จ.นครพนม ได้รับความเสียหายจากลมพายุอย่างหนัก โดยเจ้าของบ้าน ระบุว่า เหตุเกิดประมาณแค่ 10 นาที เป็นลักษณะพายุหมุนพัดบ้านเรือนหลังคาปลิวหายทั้งหลัง รวมถึงบ้านเรือนของชาวบ้านในหมู่บ้านอีก รวม ประมาณ 20 หลัง ซึ่งถือว่ามีความรุนแรงมาก ทำให้สิ่งของเครื่องใช้ในบ้านเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้าได้รับความเสียหาย ขนหนีไม่ทัน คาดว่าจะต้องใช้งบซ่อมแซมบ้านเกือบ 1 แสนบาทหลังคาปลิวว่อน จากฤทธิ์พายุฤดูร้อน ที่นครพนม หนักสุดรอบ 5 ปี

เบื้องต้น ทางด้าน พ.ต.ผดุง ทิพย์วงษ์ อายุ 63 ปี นายก อบต.โพนทอง อ.เรณูนคร จ.นครพนม ได้ประสานงานร่วมกับ นายเหม กุลวงษ์ อายุ 52 ปี เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.โพนทอง นายประเสริฐ คำกรลือชาย อายุ 52 ปี ผู้ใหญ่บ้านดงบาก หมู่ 4 ต.โพนทอง ลงพื้นที่ตรวจสอบให้การช่วยเหลือ ป้องกันอันตรายจากปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร รวมถึงช่วยเหลือในการซ่อมแซม จัดหาที่พักอาศัยเบื้องต้น และประสานไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานทหาร ฝ่ายปกครอง ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือน บรรเทาความเดือดร้อน พร้อมจัดสรรงบประมาณเข้าไปดูแลช่วยเหลือตามระเบียบทางราชการ ตามสภาพความเสียหาย รายละเกือบ 30,000 บาท

นอกจากนี้ ยังได้ประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวังการเกิดพายุในช่วงนี้ หมั่นตรวจสอบบ้านเรือนให้มั่นคงแข็งแรง รวมถึงตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ ที่เสี่ยงอันตรายโค่น ทับบ้านเรือน เมื่อเกิดพายุฤดูร้อน ซึ่งการเกิดพายุฤดูร้อนครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 3 ในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ที่ได้รับผลกระทบในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือว่าหนักสุดในรอบ 5 ปี โดยในส่วนของ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นครพนม ได้สรุปสถิติความเสียหายจากปัญหาพายุฤดูร้อน ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ จากพายุฤดูร้อน จำนวน 10 อำเภอ 26 ตำบล 83 หมู่บ้าน มีบ้านเรือนของชาวบ้านเสียหายรวม มากกว่า 550 หลังคาเรือน หนักสุด คือ อำเภอธาตุพนม และ อ.นาหว้า ได้รับผลกระทบ 2 ครั้ง รวมมีบ้านเรือนเสียหาย มากกว่า 300 หลังคาเรือน ซึ่งทางจังหวัดนครพนม จะได้เร่งให้การดูแลช่วยเหลือต่อเนื่อง พร้อมประกาศเตือนให้ประชาชน เฝ้าระวังในช่วงนี้

ที่มา>>>Thairath

พท. ไม่เห็นด้วย เก็บภาษีที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ชี้ ศก.ยังแย่

‘เพื่อไทย’ ไม่เห็นด้วย เก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในตอนนี้ ห่วงเพิ่มภาระให้ประชาชน เหตุ เศรษฐกิจย่ำแย่ จนมีข่าวอาจมีการปรับเปลี่ยน รมต.บางกระทรวง

วันที่ 21 เม.ย. นางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า คณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ไม่เห็นด้วยกับทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่จะนำ พ.ร.บ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาจัดเก็บ เพราะจะเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนอย่างมาก ทั้งนี้ เพราะปัจจุบันปัญหาเศรษฐกิจย่ำแย่ได้ส่งผลกระทบกับประชาชนในทุกระดับชั้นจนพูดกันไม่ออกแล้ว โดยเฉพาะเกษตรกร ที่ต้องประสบกับปัญหาภัยแล้ง และการช่วยเหลือจากรัฐยังไม่เพียงพอ อีกทั้งการค้าขายยิ่งฝืดเคือง โดยเห็นได้จากหนี้เสียในระบบธนาคารของบริษัท SME ได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และจะส่งผลกระทบต่อระบบธนาคารในอนาคตได้ รายได้ของผู้ใช้แรงงานก็ลดลงมาก เพราะไม่มีโอที รายได้ของทุกบริษัทลดลง ซึ่งหากรัฐบาลมาเพิ่มภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้กับประชาชนอีก ประชาชนจะไม่สามารถรับได้ แม้ว่ารัฐจะลดภาษีเงินได้บุคคลให้กับประชาชนแล้วก็ตาม เพราะประชาชนที่ได้รับผลกระทบอาจจะเป็นคนละกลุ่มกับผู้ที่ได้รับประโยชน์

ภาษีที่ดิน

ที่ผ่านมา การบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลไม่ได้ผลเท่าที่ควร อาจถึงขั้นล้มเหลว และเริ่มมีการปล่อยข่าวลือว่าอาจมีการปรับเปลี่ยน รมต.บางกระทรวงหลัก ซึ่งเกิดจากความขัดแย้งภายใน เป็นการตอกย้ำว่าเศรษฐกิจเละถึงกับจะหาแพะกันแล้ว และยังมีข่าวในทางลบกระจายออกไปทั่วโลก ยิ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยทรุดลงไปอีก จึงอยากให้รัฐบาลได้ทบทวน อย่าได้เพิ่มภาระให้กับประชาชนในช่วงนี้ เพราะทุกวันนี้ก็จะลำบากมากอย่างแสนสาหัสและไม่สามารถหาทางออกกันได้แล้ว

ที่มา>>>Thairath

จนท.สิ่งแวดล้อม เก็บตัวอย่างน้ำทะเลเปลี่ยนสีป่าตอง รอผลแล็บ 10 วัน

นักวิชาการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ภูเก็ตเก็บตัวอย่างน้ำทะเลที่เปลี่ยนสีริมหาดป่าตองส่งตรวจ เบื้องต้นคาดเกิดจากธาตุอาหารของสาหร่ายบางชนิดที่อยู่ในน้ำได้รับ แสงแดด-อุณหภูมิที่เหมาะสมรอยืนยันผลจากห้องแล็บอีก 10 วัน…

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 18 เม.ย.2559 สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ภูเก็ต นายอัครวัฒน์ หิรัญพันธุ์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ เก็บตัวอย่างน้ำในลำคลองปากบาง บริเวณปากอ่าวก่อนที่จะไหลลงทะเล รวมทั้งบริเวณในทะเลห่างจากชายฝั่งราว 100 เมตร บริเวณในทะเลตอนกลางของชายหาดป่าตอง ถ.ทวีวงศ์ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต โดยมีการแพร่กระจายของน้ำที่มีสีน้ำตาลเข้มไปถึง โดยเน้นพื้นที่ที่เป็นโซนว่ายน้ำ เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ในห้องปฎิบัติ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว เบื้องต้นจากการตรวจสอบความขุ่นของน้ำบริเวณคลองปากบาง พบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ค่าออกซิเจนค่อนข้างต่ำ ทั้งนี้ต้องรอการยืนยันผลจากห้องปฎิบัติการอีกครั้งนายอัครวัฒน์ กล่าวว่า จากการดูด้วยสายตาพบว่าความขุ่นของน้ำเริ่มลดน้อยลง โดยในการเก็บตัวอย่างทั้งในส่วนของน้ำผิวดินและน้ำทะเลจำนวน 4 จุด โดยแบ่งเป็นน้ำผิวดิน 2 จุด ได้แก่ บริเวณทางด้านเหนือและด้านใต้ของระบบบำบัดน้ำของเทศบาลเมืองป่าตองกับน้ำ ทะเล 2 จุด ได้แก่ บริเวณปากอ่าวคลองปากบางและในทะเลระยะห่างจากชายหาดไป 100 เมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตโซนเล่นน้ำและทำกิจกรรมทางน้ำ รวมถึงบริเวณในทะเลตอนกลางของแนวชายหาด โดยจุดนี้เมื่อปีที่ผ่านมา สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ได้รับงบประมาณจากจังหวัดภูเก็ตในการเก็บตัวอย่างน้ำทะเลไปทำการตรวจสอบ คุณภาพน้ำทะเลมาแล้ว

“ส่วนสาเหตุที่น้ำมีสีขุ่นหรือสีน้ำตาลนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดได้ ซึ่งต้องรอผลการตรวจจากห้องปฎิบัติการว่าเป็นอย่างไร แต่เบื้องต้นอาจเกิดจากธาตุอาหารของสาหร่ายบางชนิดที่อยู่ในน้ำได้รับแสงแดด และอุณหภูมิที่เหมาะสม จึงทำให้เกิดการเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งจากการสำรวจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่าสาหร่ายดังกล่าวไม่ได้เป็น ชนิดที่เป็นอันตรายต่อการเล่นน้ำแต่อย่างใด” นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ กล่าว

นายอัครวัฒน์ กล่าวถึงผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ที่จัดเก็บว่า เนื่องจากทางหน่วยไม่มีห้องปฎิบัติการในการตรวจวิเคราะห์น้ำเค็ม จึงต้องส่งไปตรวจวิเคราะห์ในห้องปฎิบัติการของเอกชนที่รับจ้างวิเคราะห์ คุณภาพน้ำทะเลที่กรุงเทพฯ คาดว่าจะทราบผลภายใน 10 วัน ส่วนของน้ำจืดสามารถส่งตัวอย่างน้ำเข้าสู่ห้องปฎิบัติการของสำนักงานสิ่ง แวดล้อมภาค เพื่อตรวจวิเคราะห์ได้โดยตรงส่วนประเด็นที่ประชาชนสงสัยว่าน้ำที่มีสีขุ่นข้นหรือ สีน้ำตาลนั้นเกิดจากการปล่อยน้ำเสียของเทศบาลเมืองป่าตอง นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ กล่าวอีกว่า เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้น ซึ่งโดยพื้นฐานทางเทศบาลมีโรงบำบัดน้ำเสียอยู่แล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดของงบประมาณ จึงทำให้อาจจะยังไม่มีท่อในการรวบรวมน้ำเสียได้ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ซึ่งทราบว่าในปีงบประมาณ 59 นี้ทางเทศบาลเมืองป่าตองได้รับงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมในการดำเนินส่วน ของการเพิ่มขีดความสามารถในการบำบัดน้ำเสียในเฟสที่ 4 ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะทำให้ปัญหาดังกล่าวทุเลาเบาบางได้.

ที่มา>>>Thairath