สาวถึงช็อก!ขับเก๋งมาจอดริมถนนดีๆ โดนพายุซัดเสาไฟโค่นฟาดใส่รถพังยับ

201610251311519-20160805135038วันที่ 25 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเหตุเสาไฟล้มฟาดรถเก๋ง ทะเบียน บจ 4738 กระบี่ ซึ่งมีน.ส.นัยนา ชูพงศ์ อายุ 37 ปี เป็นเจ้าของ สภาพกระจกหน้าพังยับเยิน และสายไฟไดัไปพาดกับต้นไม้จนล้มอีก สาเหตุเนื่องจากฝนตกหลายวันจนทำให้ดินยุบตัว โชคดีไม่มีคนเจ็บ หน่วยกู้ภัยกระบี่พิทักษ์ประชาลำทับ เต็กก่าลำทับ เทศบาลลำทับ ไฟฟ้าลำทับ ช่วยกันรื้อถอนตัดต้นไม้และเสาไฟจนแล้วเสร็จ เป็นเหตุให้ไฟฟ้าดับในพื้นที่หลายชั่วโมง

ด้านน.ส.นัยนา กล่าวว่า หลังจากขับรถไปจอดไว้บริเวณดังกล่าวไม่นานนัก แล้วรีบกลับมาทำงาน ได้มีลมพายุแรงและได้รับแจ้งข่าวจากเพื่อนบ้านว่ามีเสาไฟโค่นใส่รถ จึงเป็นเหตุให้รถเก๋งเสียหาย

ที่มา>>>ข่าวสด

แชร์สนั่น-แห่ชื่นชม! ด.ช.ฝ่าพายุฝนเก็บธงชาติ ผอ.โรงเรียนปลื้มลูกศิษย์สำนึกไทย

วันที่ 20 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวโซเชี่ยล จ.อ่างทองต่างชื่นชมและแชร์ภาพจากเฟซบุ๊กที่ระบุชื่อ “Suriya Charoen” หลังโพสต์รูปเด็กนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาของโรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม ต.บ้านอิฐ อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง กำลังเดินฝ่าสายฝนเก็บธงชาตินับ 10 อันที่หักโค่นจากป้ายของโรงเรียน และปลิวตกลงมาบนพื้นถนน หลังจากเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาเกิดลมฝนพัดอย่างแรง ทำให้ธงพร้อมเสาที่ปักไว้ตามริมถนนและบริเวณทางเข้าโรงเรียน หักร่วงระเนระนาด เสาหักลงมาร่วงอยู่ตามถนนจำนวนมาก โดยผู้โพสต์ระบุว่า “นับถือใจเด็กคนนี้จริงๆครับ..!!วันนี้ที่โรงเรียนฝนตกหนักมากจนธงที่ปักอยู่ข้างบนป้ายหักลงมาจำนวนมาก เวลาผ่านไปนานรถหลายๆคันก็ขับผ่านไปมาเหยียบยํ่าธงชาติไทยเรากลางสายฝน จนกระทั่งมีเด็กคนนึงเดินมาเก็บธงในขณะที่ฝนตกหนักและฟ้าก็แรงมากๆ #แสดงให้เห็นถึงความรักความเคารพต่อประเทศชาติไทย” ต่อมาผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนายวัฒนชัย พันธุพร ผู้อำนวยการโรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม ซึ่งระบุว่า หลังทราบข่าวก็สั่งให้ครูตามหาเด็กนักเรียนคนดังกล่าวแล้ว วันรุ่งขึ้นจะเชิญตัวมาประกาศเชิดชูการมีจิตสำนึกความเป็นไทย รวมทั้งการทำความดี นับเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจของโรงเรียนเราเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา>>>ข่าวสด

จิตอาสา! เกษตรกรพอเพียงที่แพร่ ช่วยเก็บเศษใบไม้ตามสะพาน กันท่อตัน

เมืองแพร่ ฝนตกน้ำท่วมขังบนสะพาน เกษตรกรจิตอาสา ช่วยกวาดใบไม้เศษขยะที่อุดตันช่องระบาย ช่วยน้ำไหลผ่าน ส่วนเศษใบไม้ ก็เอากลับไปทำปุ๋ยหมัก นายก อบต.เตรียมพิจารณาเสนอให้รางวัล โซเชียลแห่แชร์ภาพประทับใจ

ฮือฮาในเมืองแพร่ หลังมีภาพชายสูงอายุคนหนึ่ง กำลังเก็บเศษไม้ใบหญ้าที่อุดท่อระบายน้ำ ในขณะที่ฝนตกน้ำท่วมขังสะพาน มีคำบรรยายว่า ขอชื่นชมชาวนาสูงอายุที่สร้างความดีโดยไม่หวังตอบแทน ผู้สื่อข่าวได้พยายามสืบเสาะหา คนในภาพดังกล่าว จนกระทั่ง ทราบว่าภาพสะพานดังกล่าว เป็นสะพานข้ามแม่น้ำยมระหว่างบ้านทุ่งแล้งหมู่ที่ 3 และบ้านทุ่งแล้งหมู่ที่ 6 ต.ทุ่งแล้ง อ.ลอง จ.แพร่ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง นางระดับ คำเขียว นายก อบต.ทุ่งแล้ง อ.ลอง จ.แพร่ เพื่อขอทราบรายละเอียดของชาวคนตามภาพดังกล่าว ซึ่งได้รับการยืนยันจากนายก อบต.ทุ่งแล้ง ว่า ก็ได้เห็นภาพดังกล่าวแล้ว และสะพานที่เห็นจำได้ว่าเป็นสะพานที่อยู่ในเขตทุ่งแล้ง จึงได้ไปสอบถามจนทราบชื่อคนที่เก็บเศษใบไม้บนสะพาน คือนายแก้ว ตันศิริ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32/5 บ้านปากจอก หมู่ที่ 3 ต.ทุ่งแล้ง อ.ลอง จ.แพร่

นายก อบต.ทุ่งแล้ง เล่าว่า  ได้สอบถามความเป็นอยู่และอาชีพ ทราบว่า นายแก้ว มีอาชีพเป็นชาวนา ทำนามาตลอด และเป็นครอบครัวที่อบอุ่นมาก มีภรรยาชื่อนางจันทร์ตา ตันศิริ อายุ 60 ปี มีบุตร 2 คน คนโต ทำงานอยู่บริษัทแห่งหนึ่งที่เชียงใหม่ อีกคนเป็นหญิง ทำงานเป็นข้าราชการครู ลูกทั้งสองจบปริญญาทั้งคู่ ด้วยน้ำพักน้ำแรงในการทำนาทำสวนเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีการทำการเกษตรพอเพียง ทุกคนขยัน ทำสวนทำนาด้วยการทำปุ๋ยใช้เองโดยไม่เคยใช้ปุ๋ยเคมี โดยจะใช้ใบไม้ใบหญ้าไปหมักเป็นปุ๋ย ส่วนการทำสวน จะทำการผสมผสานมีทั้งพืชผักและผลไม้ ด้านนายแก้ว เปิดเผยว่า เหตุผลที่มาเก็บเศษใบไม้ใบหญ้าที่สะพาน เนื่องจากขับรถผ่านสะพานในหมู่บ้านหลายสะพานในช่วงฝนตกเห็นน้ำมันขังบนสะพานก็ลงไปดู พบว่ามีใบไม้เศษขยะไหลไปอุดตันตรงท่อระบายบนสะพาน จึงได้ลงไปเก็บออกให้หมด ก่อนเอาเศษใบไม้เหล่านั้นกลับไปทำปุ๋ยหมักที่ทำไว้ใช้ทุกวันนี้ และจะออกไปเก็บใบไม้เศษไม้ที่รกตามสะพายถนนเป็นประจำ

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ทางราชการได้ทราบประวัติความเป็นมา ของครอบครัวนายแก้ว ก็ได้นำประวัติดังกล่าวมาหารือกันเพื่อที่จะเสนอต่อทางอำเภอเพื่อเตรียมมอบรางวัลให้ จะเป็นรางวัลอะไรคงต้องรอทางอำเภอว่า จะพิจารณาอย่างไร.

ที่มา>>>Thairath

เยอรมนีประกาศภาวะฉุกเฉิน ฝนตก-น้ำท่วมหนักภาคใต้

(ภาพ: AP)

รัฐบาลของประเทศเยอรมนี ประกาศภาวะฉุกเฉินในรัฐ บาวาเรีย ทางภาคใต้ของประเทศ หลังจากเผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วมรุนแรงมาหลายวัน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลของประเทศเยอรมนี ประกาศภาวะฉุกเฉินในรัฐ บาวาเรีย ทางภาคใต้ของประเทศ หลังจากเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมรุนแรง แต่ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะที่ประเทศออสเตรียและฝรั่งเศสก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้เช่นกัน

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมากที่สุดในเยอรมนีคือเขต รอตทัล อินน์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของแคว้นบาวาเรีย หลังน้ำในแม่น้ำหลายแห่งในเมืองทริฟเทิร์นเอ่อล้นตลิ่ง พัดพารถยนต์, ต้นไม้ รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ในบ้านที่ถูกน้ำท่วม ไปกับกระแสน้ำ และมีหลายพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมสูงหลายเมตรจากระดับถนน จนเจ้าหน้าที่ต้องช่วยเหลือผู้ตกค้างด้วยการขนส่งทางอากาศผ่านเฮลิคอปเตอร์ความเสียหายที่เมือง ซิมบัคอัมอินน์ หลังจากถูกน้ำท่วม (ภาพ: AFP)

นายวอลเตอร์ เช็ก นายกเทศมนตรีเมืองทริฟเทิร์น เปิดเผยในช่วงเย็นวันพุธ ตามเวลาท้องถิ่น ว่า สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างมากในช่วง 2-3 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยศูนย์กลางเมืองทั้งหมดถูกน้ำท้วม ขณะเดียวกันมีรายงานว่า นักเรียนในโรงเรียนอย่างน้อย 2 แห่งในเมืองนี้ ต้องนอนค้างคืนภายในห้องเรียน เนื่องจากถนนถูกน้ำท่วมปิดกั้นเส้นทางอพยพของพวกเขา

นอกจากนี้ ทางการเยอรมนียังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเมืองพัสเซา ในรัฐบาวาเรีย ติดชายแดนประเทศออสเตรีย ขณะที่เมืองฟาร์เคอร์เชน ที่อยู่ติดกันเผชิญฝนตกหนักกว่า 35 ลิตรต่อตารางเมตร ภายในช่วงระยะเวลา 6 ชั่วโมงเจ้าหน้าที่โรยตัวช่วยเหลือผู้ประสบภัย (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ ฝนและพายุฟ้าคะนองซึ่งถล่มเยอรมนี เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศออสเตรียในวันพุธ ทำให้เกิดน้ำท่วมหนักในรัฐซาลซ์บูร์ก ถนนหลายสายในเมือง เบราเนาอัมอินน์ ไม่สามารถผ่านได้ โดยทางการได้ส่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 750 นาย เข้าไปในพื้นที่ประสบภัยเพื่อช่วยเหลือในการป้องกันน้ำท่วมแล้ว

อีกด้านหนึ่งในพื้นที่ตอนกลางของประเทศฝรั่งเศส น้ำในแม่น้ำแซนเอ่อล้นตลิ่งในบางจุด ถนนหลายสายในกรุงปารีส ในพื้นที่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำแซน ถูกปิด ขณะที่หนึ่งในเมืองที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมากที่สุดคือเมือง เนอมัว ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงปารีส ประชาชนจำนวนมากที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ ลอง (Loing) ต้องอพยพ หลังน้ำเอ่อล้นตลิ่ง

ที่มา>>>Thairath

ฟอร์จูนเนอร์ซิ่งฝ่าสายฝนเสยท้ายเก๋ง สาวช็อก!แม่ผัวหัวกระแทกดับคาที่

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 1 มิ.ย. พ.ต.ท.เกตุชัย นาสอน รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.บางระกำ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายกันเสียหลักพลิกคว่ำ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บนถนนเส้นพิษณุโลก-นครสวรรค์ ขาเข้าเมือง ใกล้ปั๊มคอสโม่ หมู่ 4 บ้านหนองเต่าดำ ต.วังอิทก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลบางระกำ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถานที่เกิดเหตุพบรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน กน-3928 ระยอง ชนท้ายกับรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีบรอนซ์-เทา ทะเบียน 4 กก-5480 กรุงเทพ ส่งผลทำให้รถยนต์ฮอนด้า เสียหลักพลิกคว่ำตกลงไปร่องกลางถนนเสียหายพังยับเยินทั้งคัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยตรวจสอบในห้องโดยสารพบผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 3 ราย คือ น.ส.ปนัดดา บุญมั่น อายุ 26 ปี คนขับ นายเรียม สายทอง อายุ 52 ปี นั่งข้างคนขับ นางเตรียม ขอบทอง อายุ 48 ปี นั่งเบาะหลัง และมีผู้เสียชีวิตอีกจำนวน 1 ราย ทราบชื่อคือ นางอุไร สายทอง อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 451 หมู่ 2 ต.คลองยาง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย สภาพศพที่ศีรษะมีบาดแผลถูกแรงกระแทก เสียชีวิตคาที่อยู่เบาะนั่งด้านหลัง ส่วนคนขับรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์คู่กรณี ทราบชื่อคือนายวิษณุ พาติด อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89/211 หมู่ 3 ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ น.ส.ปนัดดา ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ของนางอุไร สายทอง ผู้เสียชีวิต ขับรถพาครอบครัวเดินทางกลับบ้านพักที่ จ.สุโขทัย ระหว่างทางขับมาถึงจุดเกิดเหตุ มีฝนตกลงมาอย่างหนัก จึงชะลอความเร็วรถ โดยขับมาอย่างช้าๆ ซึ่งรถยนต์คันข้างหน้าขับช้าเช่นกัน ระหว่างนั้นมีรถฟอร์จูนเนอร์ของนายวิษณุขับตามท้ายมาด้วยความเร็วสูง และไม่ทันระวังว่ารถคันข้างหน้าที่วิ่งกำลังอยู่ ประกอบกับถนนลื่นเนื่องจากฝนตกจนเป็นเหตุทำให้พุ่งชนท้ายรถฮอนด้าอย่างแรง ก่อนเสียหลักพลิกคว่ำตกลงข้างทาง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายกับนายวิษณุ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนศพของผู้เสียชีวิตได้ส่งไปผ่าชันสูตรที่โรงพยาบาลพุทธชินราช ก่อนมอบให้ญาติรับกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีศาสนาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด