ฟ้าผ่าเฉียด พญาเต่างอย!! ชาวบ้านฮือฮา-เฝ้าไม่ถอย ยกมือท่วมหัว-เชื่ออภินิหาร

 เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 29 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศความคืบหน้า ที่บริเวณสวนสาธารณะ “พญาเต่างอย” บ้านเต่างอย อ.เต่างอย จ.สกลนคร ตั้งแต่ช่วงเช้า มีประชาชนเดินทางมากราบไหว้และขอโชคจาพพญาเต่างอย จำนวมาก ท่ามกลางอากาศที่มีฝนตกปรอยๆ ตลอดวัน แต่ก็ไม่ทำให้นักแสวงโชค แสวงบุญ ถือเป็นอุปสรรคในการเดินทางมา โดยพบว่ามีประชาชนมากมายจากทั่วสารทิศของประเทศ นายบุญเตรียม งอยผาลา นายก อบต.เต่างอย กล่าวว่า แม้ฝนจะตกหนักบางช่วงก็ไม่ทำให้ผู้ศรัทธา “พญาเต่างอย” ท้อถอย ยังคงเดินทางมาเป็นระยะ เป็นกลุ่มละ 20-30 คน โดยจัดเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ไม่สะดวกแต่พระสงฆ์เท่านั้น เนื่องจากยังไม่มีสถานที่รองรับ หากพญาเต่างอยให้โชคอีกครั้งนี้ จะมีการหารือกันในเรื่องศาลาที่พักด้วย และในส่วนตู้ที่มาตั้งรับบริจาคนั้น ไม่มีการบังคับเนื่องจากทาง อบต.ได้จัดหาธูปเทียนมาให้ผู้คนกราบไหว้ฟรีๆ หากจะทำบุญก็ทำได้ตามศรัทธา เพื่อนำเงินไปพัฒนาบริเวณนี้ต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายขณะที่ประชาชนเดินทางมากันจำนวนมาก ได้เกิดฝนตกถล่มอย่างหนัก แต่นักเสี่ยงโชคทั้งหลายก็ไม่ยอมถอยหรือหาที่หลบฝน บางรายนั่งตากฝนจนกระทั่งฝนหยุดตกไม่กลัวหนาว ซึ่งระหว่างนั้นได้เกิดฟ้าร้องและฟ้าผ่าลงมา ห่างจากพญาเต่างอยประมาณ 500 เมตร ทำเอาพระสงฆ์ ชาวบ้านถึงกับก้มหัวลงและยกมือไหว้ว่า เป็นอภินิหารของพญาเต่างอยที่มายืนยันให้โชคแก่ประชาชนทั่วไป แต่ประชาชนก็ยังไม่ยอมถอยไปไหน ยังคงเดินทางมากราบไหว้เรื่อยๆ และคาดว่าจะมากันจนถึงวินาทีสุดท้ายของการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือ ลอตเตอรี่เหมือนงวดที่ผ่าน

ที่มา>>>ข่าวสด

พบพระมาลา”สมเด็จพระนเรศวรฯ” มียันต์แปดทิศอายุกว่า 400 ปี ที่วัดพระธาตุเวียงแหงเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.นายมนตรี ปิยากูล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ นำเจ้าหน้าที่และตัวแทนหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวออกทำกิจกรรมเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน AEC พื้นที่แนวชายแดน มีชายแดนกิ่วผาวอก อ.เชียงดาว ตะเข็บชายแดนหลักแต่ง อ.เวียงแหง และตะเข็บชายแดนสันต้นดู่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ตามโครงการ “ท่องดินแดน 3 ด่าน เมืองผ่านสู่เมียนมา” พบว่าที่วัดพระธาตุเวียงแหง (วัดกองมู) บ้านป่าไผ่ ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง พบมีพระมาลาของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จำนวน 1 ใบ จากที่มีทั้งหมดในภาคเหนือจำนวน 3 ใบ นายบุญชัย บุญสุข อายุ 65 ปี กล่าวว่า ตนในอดีตบวชเรียนเป็นพระสงฆ์ในพื้นที่มาก่อน แล้วศึกออกมาสร้างครอบครัวอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ ตนได้ศึกษาค้นคว้าและตามหาพระมาลามานานหลายสิบปีจนกระทั่งเจ้าหน้าที่หลายภาคส่วนร่วมทั้งเจ้าหน้าที่ทหารมี กอ.รมน.ร่วมมือกันค้นหาพระมาลาของสมเด็จพระนเรศวร จนพบพระมาลาแล้วนำมาประดิษฐานไว้ที่วัดพระธาตุเวียงแหง หรือวัดกองมูแห่งนี้ในปัจจุบัน นายบุญชัย กล่าวอีกว่า การค้นหาเริ่มต้นจากที่เก็บข้อมูลในพื้นที่ พบที่วัดกองมูแห่งนี้มีสิ่งปลูกสร้าง และศิลปะที่เหมือนและคล้ายกับสมัยอยุธยา อายุของโบราณวัตถุพบอายุมากกว่า 400 ปี  เมื่อเริ่มค้นหาก็พบว่าพระมาลา โบราณนั้นอยู่กับครอบครัวผู้ใหญ่สน หรือชาวบ้านเรียกพ่อหลวงสน ไม่ทราบนามสกุล ได้ถ่ายภาพพระมาลาไว้ จนกระทั่งพบพระมาลา ทางกรมศิลปากรได้นำมาตรวจสอบแล้วยืนยันว่าเป็นของจริงและของแท้ในอดีต พร้อมกันนั้นทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ (ม.แม่โจ้) นำไปตรวจสอบลวดลายของพระมาลา พบว่ามียันต์แปดทิศ เป็นยัตน์นักรบอดีตโราณ และพระมาลาของพระนเรศวรก็มียันต์แปดทิศด้วยเช่นกัน” เมื่อพบพระมาลาและได้รับการยืนยันจากนักวิชาการแล้ว ได้นำพระมาลาไปประดิษฐานที่วัดเวียงแหง ในปี พ.ศ.2544  ต่อมา พ.ศ.2555 ได้นำมาประดิษฐานที่วัดกองมูแห่งนี้ อย่างไรก็ตามผู้สนใจเดินทางท่องเที่ยวสามารถติดต่อประสานงานได้ที่ผู้ประสานโครงการ “ท่องดินแดน 3 ด่าน เมืองผ่านสู่เมียนมา” ได้ที่เบอร์ 087-6602772 ได้ทุกวัน

ที่มา>>>ข่าวสด