ส่องบ้านเกิดนักปั้น “เอ ศุภชัย” อายุมากกว่า 90 ปี กลางสวนยางนครศรีธรรมราช!

เป็นอีกหนึ่งบุคคลเบื้อหลังวงการบันเทิงที่มีชื่อเสียงไม่น้อย สำหรับ “เอ ศุภชัย” นักปั้นมือทองและผู้จัดการดาราซุปตาร์จำนวนมากสำหรับ เอ ศุภชัย เป็นชาวอ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช บ้านทำยางพารา ส่วนพ่อประกอบอาชีพครู เป็นอีกหนึ่งคนดังที่รักบ้านเกิดสุดๆ และมักจะกลับไปเยี่ยมบ้านบ่อยครั้ง อย่างล่าสุดที่เอเพิ่งกลับไปที่บ้านเกิด ที่มีอายุมากกว่า 90 ปี เพื่อทำบุญอุทิศให้กับบรรพบุรุษ “ข่าวสดออนไลน์” รวบรวมภาพบ้านที่น่าอยู่ของนักปั้นชื่อดังมาฝากกัน

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดสลด!! เพลิงเผาร่างแม่เฒ่า89 ลูกกลับบ้านช็อก ไม่เหลืออะไรแล้ว-แม้แต่แม่(คลิป)

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 18 ส.ค. ร.ต.อ.สุวิทย์ ทองสุภา รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 69 ม.3 ต.ไชยมนตรี อ.เมือง มีผู้เสียชีวิตในกองเพลิง 1 ศพ รับแจ้งแล้ว จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ตามลำดับชั้น จากนั้นจึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ไพรัช ทองฉิม สว.(สอบสวน) ประสานงานกับรถดับเพลิงเทศบาลตำบลนาสาร พร้อมแพทย์เวร รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่กู้ภัยนครเข้าทำการตรวจสอบเหตุ

เมื่อไปถึงบ้านดังกล่าว พบว่าเป็นบ้านไม้โบราณยกสูงหลังใหญ่ ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหลัง ในกองซากปรักหักพัง พบผู้เสียชีวิตถูกไฟไหม้จนดำเป็นตอตะโกตายคากองเพลิง ทราบชื่อผู้ตาย คือนางพริ้ง บรรจงรักษ์ อายุ 89 ปี อยู่บ้านดังกล่าว สภาพร่างไหม้เกรียมสุดสยอง นอกจากนั้นยังพบว่าทรัพย์สินข้าวของภายในบ้านถูกไหม้จนเกลี้ยง ขณะที่ญาติพี่น้องที่มาดูเหตุการณ์อยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก จากการสอบปากคำนายปาน บรรจงรักษ์ อายุ 64 ปี ลูกชายของนางพริ้ง ผู้ตายให้การกับตำรวจว่า ที่บ้านหลังดังกล่าวอยู่กัน 3 คน คือ ตนเอง น้องชาย และแม่ คือ นางพริ้ง ผู้ตาย ก่อนเกิดเหตุตนกับน้องชายได้ออกจากบ้านไปกรีดยางพาราที่สวนห่างจากบ้านประมาณ 4 กม. โดยแม่อยู่ตามลำพังคนเดียว ปรากฏว่ามีคนโทรไปบอกว่าไฟไหม้บ้าน จึงรีบกลับมา พอมาถึง พบว่าบ้านถูกไฟไหม้ทั้งหลังแล้ว ส่วนแม่ซึ่งแก่ชราหนีออกจากบ้านไม่ทัน ถูกไฟคลอกจนเสียชีวิต ซึ่งขณะเกิดเหตุมีชาวบ้านได้ยินเสียงดังมาจากบ้านดังกล่าวเห็นเพลิงไหม้ก็ได้พยายามโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือไปยังเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เพื่อให้ส่งหน่วยดับเพลิงมาช่วยเหลือ แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่มา ก่อนจะประสานไปยังหน่วยดับเพลิงของเทศบาลตำบลนาสารของ อ.พระพรหม มาให้การช่วยเหลือ แต่ไม่ทันเวลา เนื่องจากไฟไหม้บ้านไม้เก่า ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ทำให้เสียหายทั้งหลังและคลอกแม่เฒ่าวัยชราเสียชีวิต ส่วนสาเหตุเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า น่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจรก่อนลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ขณะที่นางพริ้ง แม่เฒ่า ซึ่งเดินเหินไม่สะดวกหนีออกจากกองเพลิงไม่ได้ จึงถูกไฟคลอกตายคากองเพลิงสยองดังกล่าว โดยตำรวจได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเพื่อเข้าทำการตรวจสอบหาสาเหตุอีกครั้ง และหลังจากชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้ว จึงมอบให้กับญาตินำไปจัดการตามประเพณีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด