เละเหลือแต่ซาก!! หนุ่มซิ่งกระบะชนสนั่นคณะครูไปแข่งทักษะวิชาการ ตาย-เจ็บ 6 งัดซากรถช่วยครู

เวลา 05.30 น. วันที่ 7 ธ.ค. ร.ต.อ.จตุพร โพธิ์ขุนทด รองสว.(สอบสวน) สภ.หนองบัวระเหว พร้อม จนท.อาสาฯ กู้ภัยสว่างคุณธรรม รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ191 กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิว่า มีเหตุรถยนต์กระบะชนประสานงากับรถยนต์กระบะมีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุจำนวนหลายราย บนถนนชัยภูมิ-นครสวรรค์ ช่วงหลัก กม.ที่211 หน้าหมู่บ้านดอนกอก หมู่ที่7 ต.โนนสะอาด อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ จึงรุดไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมจนท.กู้ภัยจุดหนองบัวระเหว201612070807581-20161102133648201612070807584-20161102133648ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะเชฟโรเลต 4 ประตู สีดำ ป้ายทะเบียน บพ 1151 ชัยภูมิ โดยมีนายศรายุทธ พิรมชม อายุ 25 ปี อยู่ ต.โคกสะอาด อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ เสียชีวิตกระดูกหักหลายท่อนนอนติดคาซากรถที่สภาพพังยับเยินพลิกคว่ำอยู่กลางถนน และพบรถกระบะโตโยต้าวีโก้ แค็ป สีบรอนซ์ทอง ป้ายทะเบียน บบ 8016 บุรีรัมย์ ซึ่งมีคณะครูอาจารย์จากโรงเรียนบ้านวังกะทะ จ.ชัยภูมิ ที่กำลังจะออกเดินทางไปแข่งทักษะวิชาการที่จังหวัดหนองคาย จำนวน 5 คน ติดภายในรถ201612070807583-20161102133648จนท.เร่งช่วยนำออกมา และเร่งนำตังส่งรพ.หนองบัวระเหว ซึ่งคณะครูทั้งหมดเบื้องต้นได้รับบาดเจ็บทั้งคัน จำนวน 5 คน ทราบชื่อต่อมาคือ 1.นายพงษ์พันธ์ จรรยาประเสริฐ อาจารย์โรงเรียนบ้านวังกะทะ 2.นายอภิวัติ อาจอาสา อายุ 25 ปี อยู่ ต.โคกสะอาด อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ อาจารย์โรงเรียนบ้านวังกะทะ 3.นายไพบูรณ์ คำมี อายุ 39 ปี อาจารย์โรงเรียนบ้านวังกะทะ 4.นายวิสิทย์ จันทร์ณรงค์ อายุ 39 ปี อาจารย์โรงเรียนบ้านวังกะทะ และ 5.นายนิกร ชัยภิมล อายุ 26 ปี อาจารย์โรงเรียนบ้านวังกะทะ201612070807585-20161102133648จากคำให้การของคณะครูที่ได้ขับรถติดตามมาด้วย เล่าว่า ขณะที่คณะของครูได้ขับรถตามกันมาจำนวน 2 คัน ซึ่งเส้นทางถนนเป็นทางตรง เห็นแสงไฟจากรถดังกล่าวขับส่ายไปส่ายมาแล้วเข้ามาพุ่งชนรถคณะครูคันหน้าเข้าอย่างจัง

ด้าน ร.ต.อ.จตุพรโพธิ์ขุนทด รองสว.(สอบสวน)สภ.หนองบัวระเหว จะได้รวบรวมพยานหลักฐานและจะขอให้คณะครูดังกล่าวมาให้ปากคำเพิ่มเติมต่อไป ส่วนร่างผู้เสียชีวิต คือ นายศรายุทธ พิรมชม อายุ 25 ปี จนท.นำส่งโรงพยาบาลหนองบัวระเหว เพื่อทำการชันสูตรและตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ โดยทางจนท.จะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ก่อนที่จะมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ญาติดำเนินการทางศาสนาตามประเพณีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ตามหาเจ้าของ! โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ตกบนทางด่วนขาเจ็บไม่ขยับไปไหน จนท.ช่วยไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชี่ยลมีการแชร์เรื่องราวจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Sakon Jaengsaengthong ได้แชร์เรื่องราวเกี่ยวกับสุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ โดยระบุว่า “สุนัข ตกหล่นบนทางด่วน ช่วงช้างสามเศียร เวลาประมาณ 08.15 ของท่านใด มารับด้วยน่ะครับ….ช่วยกันแชร์หน่อยอาจถึงเจ้าของ ขณะนี้อยู่ที่ด่านจ่ายบัตร ปากน้ำ 2 เบอร์โทร ติดต่อที่ด่าน 024420952-53”

โดยจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ประจำด่านที่นำตัวสุนัขไปดูแล เปิดเผยว่า สุนัขตัวดังกล่าวน่าจะตกลงมาจากหลังรถกระบะ โดยสุนัขนั่งนิ่งไม่ยอมขยับตัวไปไหน คาดว่าจะเป็นเพราะตกลงมาจากรถทำให้เจ็บขา หัวหน้าด่านจึงนำตัวไปที่โรงพยาบาลสัตว์แล้ว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ประจำด่านเป็นผู้ไปพบตัวสุนัขนั่งอยู่บนทางด่วนวงแหวนอุตสาหกรรมช่วงช้างสามเศียร ด้านที่จะมุ่งหน้าไปบางนา-ตราด ซึ่งตั้งแต่ประกาศออกไป ก็ยังไม่มีใครติดต่อกลับมา ส่วนคนที่มาดูก็บอกว่ายังไม่ใช่สุนัขของตนเองscreenshot-2630เบอร์ผิดและมีการแก้ไขในเนื้อข่าวแล้ว

14492555_1262783243753575_1844898059055389729_n14520572_1262783373753562_4654000790750799808_n

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มวัยเบญจเพส ซิ่งจยย.ฝ่าสายฝน ถูกปิกอัพเลี้ยวตัดหน้า เบรกไม่ทันพุ่งชนดับสยอง

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 20 ก.ย. พ.ต.ต.เอกชัย มูลลี สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนรถกระบะ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย บริเวณหน้าตลาดรัตนากร ถนนเทพประสิทธิ์ หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา รุดไปตรวจสอบ201609202241152-20041019161308ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังมุงดูศพนายศิริชัย แซ่ตั้ง อายุ 25 ปี นอนคว่ำหน้าจมกองเลือด ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย ใกล้กันพบรถจยย.ยามาฮ่า มีโอ สีดำ ทะเบียน คขว 887 ระยอง เฉี่ยวชนกับรถกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ ทะเบียน 1ฒฉ 863 กรุงเทพมหานคร จอดขว้างถนนลักษณะเลี้ยวตัดหน้า โดยมีนายปราชญา ตันไชยยา อายุ 30 ปี เป็นคนขับ201609202241154-20041019161308จากการสอบถามน.ส.สมปอง เพชรดี อายุ 44 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะเกิดเหตุเห็นรถจยย.ขี่ฝ่าสายฝน มุ่งหน้าสี่แยกแกรนด์ คอนโดมิเนียม เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้มีรถกระบะคู่กรณี เลี้ยวตัดหน้าออกจากซอยตลาดรัตนากรในระยะกระชั้นชิด จึงทำให้รถจยย.เบรกไม่ทันพุ่งชนรถกระบะเข้ากลางลำ อจนเป็นเหตุดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้สอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ พยานแวดล้อม รวมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนคุมตัวนายปราชญา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ชนสยองปั๊ม! กระบะซิ่งเสยจยย.ตายอนาถ-รถลอยพุ่งใส่ปิกอัพจอดเติมน้ำมันพังยับ

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 9 ส.ค. ร.ต.อ.รหัสชัย ศรีสุมล รอง สว.(สอบสวน) สน.คันนายาว รับแจ้งเหตุรถกระบะเสียหลักพุ่งชนรถจักรยานยนต์ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณแยกนวลจันทร์ ถ.รามอินทรา (ขาออก) แขวงและเขตคันนายาว กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 เลนอยู่เลยแยกนวลจันทร์มา 50 เมตร ฝั่งมุ่งหน้ามีนบุรี โดยบนถนนเลนที่ 2 จากฝั่งฟุตปาธพบศพนายลวน ไกรกิจราษฎร์ อายุ 46 ปี สภาพศพนอนหงาย สวมเสื้อเชิ้ตแขนขาว สีดำ กางเกงยีนส์ขายาว นอนเสียชีวิตจมกองเลือด ใกล้กันพบรถจยย. ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่มสปาร์คนาโน สีขาว ทะเบียน ขฉน 645 กาญจนบุรี ล้มอยู่ ห่างจากจุดพบศพ 20 เมตร ภายในปั๊มเอสโซ่ สาขารามอินทรา กม.7 พบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สีเทา ทะเบียน บจ 9396 น่าน สภาพรถฝั่งขวาพังยับเยิน ด้านหน้าตัวรถชนตู้เก็บเงิน ตู้หัวจ่ายน้ำมันที่ 1 ได้รับความเสียหาย ใกล้กันพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีขาว ทะเบียน ฒฆ 7320 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังยับเยิน พุ่งชนกับรถกระบะอีซูซุฝั่งด้านคนขับ โดยมีนายอนุชา อินทรโอสถ อายุ 51 ปี เป็นผู้ขับขี่ ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาล สอบสวน น.ส.เสรียน เทาศิริ อายุ42 ปี พนักงานเก็บเงินปั๊ม กล่าวสีหน้าตื่นตระหนกว่า ก่อนเกิดเหตุรถกระบะสีเทากำลังเติมน้ำมันอยู่ที่หัวจ่ายที่ 2 ขณะนั้นตนได้ยินเสียงเบรกรถยนต์ดังสนั่น ก่อนจะพบรถกระบะสีขาวพุ่งปีนข้ามฟุตปาธเข้ามาภายในปั๊ม และชนกับกระบะสีเทาที่กำลังจอดรถเพื่อเติมน้ำมัน โชคดีที่รถไม่พุ่งชนหัวจ่ายน้ำมัน มิเช่นนั้นอาจเกิดการระเบิดได้

ร.ต.อ.รหัสชัย กล่าวว่า จากการสอบสวนพยานแวดล้อมพบว่ารถกระบะสีขาวพุ่งชนกับรถจยย. ก่อนจะเสียหลักพุ่งปีนฟุตปาธเข้าไปภายในปั๊มและชนเข้ากับรถกระบะสีเทาอีกหนึ่งคัน จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 คน และเสียชีวิต 1 คน เบื้องต้นจะนำตัวนายอนุชาตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด และสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนแจ้งข้อหาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ผัวคลั่งพกปืนตามง้อเมียไม่สำเร็จขับกระบะพุ่งชนรถตร.กลางสนามกอล์ฟ ระทึก!ยิงปะทะเจ็บสาหัส

 เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 5 ส.ค. ร.ต.อ.ประมาณ ยวนยี ร้อยเวรสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุหนุ่มคลั่งพกปืนทะเลาะกับแฟน เมื่อตำรวจเข้าระงับเหตุจึงขับรถหนีชนรถจักรยานยนต์สายตรวจ จนเกิดการยิงปะทะกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดภายในสนามกอล์ฟ ริเวอร์เดล กอฟ แอนด์ คันทรี คลับ หมู่ 1 ต.บางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.สรัลพัฒน์ ยศสมบัติ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต, เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน, เจ้าหน้าที่วิทยาการกองพิสูจน์หลักฐาน เขต 1 และเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมวิทยุประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสกัดจับเพื่อเข้าระงับเหตุ ในที่เกิดเหตุบนถนนภายในสนามกอล์ฟ พบรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ถูกชนได้รับความเสียหาย ที่หน้ารถพบเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ 2 นายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ห่างไปประมาณ 500 เมตร พบรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ 4 ประตู สีบรอนด์หมายเลขทะเบียน ศฉ3998 กรุงเทพมหานคร สภาพรถยางหลังซ้ายแตก กระจกหลังแตก กระจกด้านคนขับแตก ชนติดอยู่กับรถตำรวจยี่ห้อ อีซูซุ สีเลือดหมู หมายเลขทะเบียน ญษ1735กรุงเทพมหานคร จนได้รับความเสียหายรถตกลงไปอยู่ไหล่ทาง ข้างกันพบเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งอยู่ระหว่างควบคุมตัวนายวีระชัย เปล่งอรุณ อายุ 42 ปี ถูกยิงเข้าที่แก้มอาการสาหัส ถูกนำตัวส่งรพ.ปทุมธานี ภายในรถยังพบอาวุธปืนยังไม่ทราบขนาดตกอยู่จำนวน 1 กระบอก ร.ต.อ.ชูชีพ วดงาม รองสวป.สภ.ปากคลองรังสิต เปิดเผยว่า ช่วงรุ่งเช้าที่ผ่านมาผู้เสียหาย ซึ่งเป็นภรรยาเก่าของผู้ก่อเหตุโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า อดีตสามีเข้ามาก่อกวนทะเลาะวิวาทและนำอาวุธมาข่มขู่ ที่เกิดเหตุภายในซอยอำภา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สายตรวจจึงเข้าไประงับเหตุ แต่ผู้ต้องหาขับรถกระบะหลบหนีไปอย่างรวดเร็วภายในสนามกอล์ฟ ริเวอร์เดล กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ เจ้าหน้าที่สายตรวจจึงขับจักรยานยนต์ไล่ติดตามกระทั่งถูกชนจนรถล้มได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่สายตรวจจึงตัดสินใจยิงยางหลังซ้าย เพื่อป้องกันการหลบหนี แต่คนร้ายยังเร่งเครื่องหลบหนีต่อเนื่อง ตนจึงวิทยุประสานงานกับเจ้าหน้าที่สายตรวจพบว่า คนร้ายหลบหนีมาทางตนเองที่สวนทางมา จึงเปิดสัญญาณไซเรนและนำรถยนต์เข้าปิดทางหลบหนี ก่อนแสดงตัวให้คนร้ายยอมลงจากรถ แต่คนร้ายไม่มีท่าทีจะยอมจำนน จึงใช้กระบองไม้ตีเข้าที่กระจกหลังจนแตก ในเวลาต่อมาคนร้ายซึ่งอยู่ภายในรถกับขับรถพุ่งชนรถเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จอดขวางหน้า จนรถลงไปอยู่ไหล่ทาง ตนและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาด้วยจึงพยายามจับกุมคนร้าย แต่กลับถูกคนร้ายชักอาวุธปืนใส่ จึงตัดสินใจยิงใส่คนร้ายจำนวน 1 นัด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ และสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ ซึ่งเป็นพนักงานภายในสนามกอล์ฟ คาดว่าผู้ก่อเหตุพกพาอาวุธปืนมาด้วย ขณะเข้ามาหาภรรยาเก่าที่บ้าน แต่เมื่อพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาระงับเหตุที่บ้าน จึงกลัวความผิดขับรถหนีการตรวจค้นจับกุม และก่อเหตุดังกล่าว ส่วนอาการของผู้ก่อเหตุที่บาดเจ็บ อยู่ระหว่างการรักษาของแพทย์ อย่างไรก็ตาม จะต้องรอดูอาการและจะได้สอบสวนพร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มพาสาวเข้าม่านรูดก้าวลงจากเตียงหมดแรงช็อกดับคาห้อง

 เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 13 ก.ค. ร.ต.อ.วิจารณ์ คำอ่อง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองลำปาง ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตภายในโรงแรมแห่งหนึ่งใน ต.บ่อแฮ้ว อ.เมือง จ.ลำปาง หลังรับแจ้งจึงประสานสายตรวจตำบลบ่อแฮ้ว แพทย์เวรโรงพยาบาลลำปาง เจ้าหน้าที่บรรเทาภัย 3 จากนั้นจึงเดินทางไปที่เกิดเหตุร่วมกัน ที่เกิดเหตุเปิดเป็นโรงแรมม่านรูด 2 ชั้น มีทั้งหมดจำนวน 12 ห้อง ส่วนห้องที่เกิดเหตุเป็นห้องพักหมายเลข 2 หน้าห้องชั้นล่างพบรถกระบะ ยี่ห้อมิซูบิชิ ไทรทัน 4 ประตู สีเทา หมายเลขทะเบียน กฉ 6607 ลำปาง จอดอยู่ เข้าไปด้านในต้องเดินขึ้นบันไดขึ้นไปชั้น 2 ภายในห้องนอนพบศพชายนอนเสียชีวิตอยู่ข้างเตียง สภาพสวมเสื้อยืดสีเทา สวมกางเกงในตัวเดียว ทราบชื่อต่อมาคือ นายไก่ (นามสมมติ) อายุ 36 ปี ชาว อ.เมือง จ.ลำปาง นอกจากนั้นยังพบ น.ส.พร (นามสมมติ) อายุ 24 ปี อยู่ที่ อ.เมือง จ.ลำปาง เพื่อนสาวของนายไก่รออยู่ในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนทราบ นายไก่และน.ส.พร มาเปิดห้องพักตั้งช่วงเวลา 02.00 น. ของวันที่ 13 ก.ค. กระทั่งช่วงก่อนเกิดเหตุทั้งคู่มีเพศสัมพันธ์กันแล้วจึงนอนพัก จากนั้นนายไก่บอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำ แต่ว่าไม่มีเรี่ยวแรง น.ส.พรจึงเข้ามาช่วยพยุงตัว เพื่อที่จะพาไปส่งที่ห้องน้ำ แต่เมื่อก้าวขาลงจากเตียงนายไก่ก็ล้มลงนอนอยู่ที่พื้นและแน่นิ่งไป จึงเอาหมอนมาให้หนุน และพยายามเรียกแต่ก็ไม่มีเสียงตอบโต้ น.ส.พรเกิดตกใจ ทำอะไรไม่ถูก จึงได้เรียกพนักงานดูแลโรงแรมมาดู ก็พบว่านายไก่เสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวน.ส.พร ขึ้นรถไปทำการสอบสวนที่ สภ.เมืองลำปาง โดยไม่ให้ข้อมูลใดๆ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตของนายไก่ในเบื้องต้น คาดว่าเกิดจากโรคประจำตัว ซึ่งทางแพทย์ต้องทำการชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

สลดหนุ่มขับรถตกเหวไฟไหม้เหลือแต่โครงกระดูก ญาติแจ้งหายนับเดือนกว่าจะพบ

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 13 พ.ค. พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภาค 5 พล.ต.ต.มนตรี สัมบุญณานนท์ ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ ได้รับรายงานจาก สภ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ว่า พบโครงกระดูกในซากรถกระบะที่ถูกไฟไหม้ และพบว่ามีการไปแจ้งความคนสูญหายจากบ้านไปนานนับเดือน พร้อมรถ คาดว่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกันและทางตำรวจ สภ.แม่แจ่ม กำลังเร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อความกระจ่างในเรื่องนี้โดยคดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 พ.ค. เวลาประมาณ 15:15 น. พ.ต.ท.มานพ จิตต์จรูญพันธุ์ รอง ผกก. (สอบสวน) ปฎิบัติหน้าที่ร้อยเวรสอบสวน ได้รับแจ้งมีผู้พบซากรถยนต์ตกไหล่เขา บริเวณถนนสายแม่นาจร-ปางอุ๋ง ระหว่าง กม.75-76 บ้านแม่นาจร หมู่ที่ 16 ต.แม่นาจร. อ.แม่แจ่ม และพบโครงกระดูกมนุษย์ในซากรถยนต์คันดังกล่าว จึงได้รายงานให้ พ.ต.อ.ณัฐสิทธิ์. บุญมาก ผกก.สภ.แม่แจ่ม กับพวกเดินทางไปที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบซากรถยนต์กระบะซึ่งมีรอยไหม้และมีคราบสนิมจับติด ตรวจสอบพบเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน. ผย.-5342 เชียงใหม่ สภาพรถยนต์มีลักษณะตกกระแทกมาจากที่สูงมีร่องรอยของการถูกไฟไหม้และคาบสนิมจับติดโดยทั่ว  ในรถยนต์พบโครงกระดูกมนุษย์ไม่ทราบเพศ จากการตรวจสอบทะเบียนรถยนต์ดังกล่าวพบผู้ถือกรรมสิทธิ์และครอบครองชื่อนายสุรเดช จุฬาลักษณ์นาถ อายุ 32 ปี ซึ่งได้มีญาติไปแจ้งบุคคลสูญหายว่าได้ออกจากที่พักในเขตพื้นที่ สภ.แม่ปิง เมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2558 เพื่อเดินทางกลับบ้านที่อำเภอแม่แจ่ม แล้วหายไป

จากการสอบสวนเบื้องต้น สันนิษฐานว่าโครงกระดูกดังกล่าวเป็นโครงกระดูกของนายสุรเดช จุฬาลักษณ์นาถ ที่ขับรถยนต์คันดังกล่าวเดินทางกลับบ้านมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งแล้วเสียหลักตกลงไปในไหล่เขาซึ่งมีความลึกประมาณ 50 เมตร แล้วถึงแก่ความตายโดยไม่มีผู้ใดทราบ. จนกระทั่งได้มีผู้มาพบและแจ้งเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ จึงได้บันทึกตรวจ สถานที่เกิดเหตุร่วมกับแพทย์ตรวจชันสูตรพลิกศพและจัดเก็บโครงกระดูกเพื่อทำการส่งเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับทางญาติของผู้ตายต่อไป

ที่มา>>>Thairath

สุดสลดใจ RIP คู่บ่าว-สาว ดับสยอง หลังวิวาห์แค่วันเดียว…รู้สาเหตุทำเอาโคตรหลอน !!!!

เรียกได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่เห็นแล้วสลดใจสุดๆ ข่าววันนี้ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 พ.ค. เหตุเกิดที่ ถนนหลวงสาย 348. อรัญประเทศ-ตาพระยา ที่บ้านเหล้าอ้อย โค้งสุดท้าย โค้ง 100 ศพ. พบศพชายหนุ่มกับหญิงสาวที่ขับรถจักรยานยนต์ เสียชีวิตคาที่ สาเหตุน่าจะมาจากขี่รถจักรยานยนต์แหกโค้งแล้วชนเข้ากับรถกระบะ และที่น่าเศร้ายิ่งกว่าเมื่อรู้ว่าทั้งคู่เพิ่งจะเสร็จจากงานแต่งงานเพียงแค่วันเดียว และกำลังเอาชุดไปคืนที่ร้าน แต่กลับประสบอุบัติเหตุซะก่อน…

ความสุขสุดท้ายของชีวิตสภาพรถหญิงสาวเสียชีวิตคาที่ชายหนุ่มหลับให้สบายนะครับ

จุดเกิดเหตุเสียใจด้วยครับ

ที่มา>>>baabin

เชียงใหม่ รถกระบะ ตกดอยอินทนนท์ ตาย 2 เจ็บ 5

รถกระบะ แหกโค้งหักศอก ตกดอยอินทนนท์ ชนต้นไม้ ที่เชียงใหม่ ดับ 2 เจ็บ 5 ราย เจ้าหน้าที่ลำเลียงศพขึ้นมาจากเหวลึก ประมาณ 30 ม. ขณะ ตร.เร่งสอบสาเหตุ พร้อมคุมตัวคนขับดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เวลาประมาณ 22.10 น. วันที่ 25 เม.ย.นี้ พ.ต.ท.ศิริพงษ์ สิงหราช รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเกิดเหตุรถยนต์ตกเขาที่ ถนนสายอินทนนท์–แม่แจ่ม ประมาณ กม.ที่ 9 หมู่ที่ 17 บ้านสันพัฒนา ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตาย หลายราย จึงได้รายงานให้พ.ต.อ.ณัชทสิษฐ์ บุญมาก ผกก.สภ.แม่แจ่ม พ.ต.ท.มังกร ดอกทุเรียน รอง ผกก.ป. พร้อมกับแพทย์ รพ.เทพรัตน์เวชชานุกุล ฝ่ายปกครองอำเภอแม่แจ่ม อส. และกู้ชีพเวียงพิงค์เชียงใหม่ เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ จนท.กู้ภัยฯ ลำเลียงร่างผู้เสียชีวิต จากอุบัติเหตุ รถกระบะตกดอยอินทนนท์ เชียงใหม่ ตาย 2 เจ็บ 5 ราย

ที่เกิดเหตุ เป็นทางลาดชันลึก ประมาณ 30 เมตร ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ลงไปตรวจสอบ พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ผว1771 เชียงใหม่ และมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย และบาดเจ็บ จำนวน 4 คน จึงได้ลำเลียงทั้งคนเจ็บคนตายขึ้นมาก่อน ทราบชื่อผู้เสียชีวิต นางจารี คันที อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 2 ต.แม่ศึก และนายสุพัฒน์ พลตรี อายุ 63 ปี เป็นชาว อ.ศรีชมพู จ.ขอนแก่น ส่วนผู้บาดเจ็บ จำนวน 5 ราย มี นายกิตติพร แสนหาญ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90 หมู่ 3 ต.น้ำโสม อ.น้ำโสม เป็นคนขับรถยนต์ น.ส.วิภาพร วิจิตรโยธิน อายุ 15 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74 หมู่ 2 ต.แม่ศึก น.ส.นวรัฐ ดาราฐิติกุล อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2 หมู่ 2 ต.แม่ศึก นายหนูกัน คันที อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 121 หมู่ 2 ต.แม่ศึก ด.ญ.พิชญา คันที อายุ 3 ปี นายบุญทิน ยางราช อายุ 52 ปี อยู่ บ้านท่าโสม ต.ศรีสำราญ อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ถูกนำส่ง รพ.เทพรัตน์เวชชานุกุล

ส่วนสาเหตุทางตำรวจสอบสวนผู้บาดเจ็บ ทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.10 น. ได้นั่งรถมา นายกิตติพร เป็นคนขับ ได้มุ่งหน้าจาก อำเภอจอมทอง จะไปยังอำเภอแม่แจ่ม ช่วงเส้นทางดอยอินทนนท์ เข้า แม่แจ่ม เป็นช่วงทางโค้งหักศอกลงเขา ทำให้คนขับไม่สามารถบังคับรถได้ จึงเสียหลักพุ่งตกไปลงไปข้างทางเป็นทางลาดชันชนต้นไม้ระเนระนาด ทำให้ผู้ที่นั่งหลังรถกระบะถูกเหวี่ยงออกจากรถได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตาย ส่วนตัวรถตกลงเขาไปประมาณ 30 เมตร จึงชนกับต้นไม้ใหญ่จนสงบนิ่งในสภาพพังยับ ซึ่งทางตำรวจ จะได้ควบคุมตัวคนขับไว้สอบสวนดำเนินคดีต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

รถตู้แซงซ้ายชนกระบะจอดริมทางพลิกคว่ำ คนขับดับ ผู้โดยสารเจ็บ 7

ภาพจาก มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

หนุ่มใหญ่ขับรถตู้รับผู้โดยสารจาก กทม. มุ่งหน้าลพบุรี ถึงช่วงวังน้อย เร่งเครื่องแซงซ้ายเจอกระบะจอดริมทาง เฉี่ยวชนเสียหลักพลิกคว่ำ ร่างโชเฟอร์ถูกอัดก๊อบปี้เสียชีวิตคาที่ ส่วนผู้โดยสารสาหัส 1 บาดเจ็บ 6

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 59 ร.ต.อ.เนติภูมิ โคตรศรี รอง สว.สส.สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า มีอุบัติเหตุรถตู้โดยสารเฉี่ยวชนกับรถกระบะ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ที่ถนนพหลโยธิน กม.ที่ 68-69 ต.ชะแมบ อ.วังน้อย มุ่งหน้า จ.สระบุรี จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพ รพ.วังน้อย และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จุดวังน้อย รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถตู้โดยสาร ป.2 เส้นทางกรุงเทพฯ-ลพบุรี ทะเบียน 10-2749 ลพบุรี เฉี่ยวชนกับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ แค็บ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บธ 972 แพร่ สภาพรถตู้พลิกตะแคงด้านหน้าพังยับเยินยุบถึงเบาะคนขับ ส่วนคนขับถูกอัดก๊อบปี้เสียชีวิตคาที่ ทราบชื่อ นายพัลลภ ประธานภรณ์กุล อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/10 ต.บ้านหมี่ อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี และผู้โดยสารนั่งคู่คนขับติดภายใน เจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างออกมาได้ ทราบชื่อ นางกรกมล ผาน้ำคำ อายุ 54 ปี อาการสาหัส ส่งต่อ รพ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บปานกลางและเล็กน้อยจำนวน 6 ราย ทราบชื่อ น.ส.เปรมหทัย จ้อยโชติ อายุ 23 ปี น.ส.ทวี แก้วอ่อนศรี อายุ 54 ปี นายอำพันธ์ โพธิ์น้ำเที่ยง อายุ 59 ปี นายวีรภัทร หาญยุทธ อายุ 23 ปี น.ส.พรชิตา หาญนิโรจน์รัมย์ อายุ 20 ปี และ นายจีรวัฒน์ ควรเขียน อายุ 17 ปี รักษาตัว รพ.วังน้อยจนท.กู้ภัย เร่งนำเครื่องมือตัดถ่างช่วยผู้บาดเจ็บติดภายใน ที่ยังรอดชีวิต

จากการสอบสวนทราบว่า รถตู้รับผู้โดยสารมาจากกรุงเทพฯ ไปส่งที่ จ.ลพบุรี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถตู้เร่งเครื่องแซงซ้าย แต่ขณะนั้นมีรถกระบะคู่กรณีจอดอยู่ริมถนน ทำให้รถตู้มาด้วยความเร็วเกิดเสียหลักและเฉี่ยวชนท้ายรถกระบะอย่างแรงจนพลิกคว่ำ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว.

ที่มา>>>Thairath