ครู-นร. รุมแช่งคนใจร้าย! วางยาเบื่อหมา-แมวตายทั้งโรงเรียน นกเอี้ยงยังไม่เว้น

หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า “ดำขาวผู้ภักดี เป็นที่รักของทุกคน น้ำท่วมก็ไม่ทิ้งโรงเรียน กลับสิ้นชีวิตด้วยน้ำมือของคนที่มีจิตต่ำกว่าเดรัจฉานมีแต่ความเบียดเบียนข้าวสักเม็ดไม่เคยเอามาให้ มาวันนี้เอาข้าวไก่ต้มที่เหลือจากไหว้เจ้าคลุกด้วยยาเบื่อ มาให้กินจนสิ้นใจพร้อมกันทั้ง 2 ตัว และนกเอี้ยงอีกสองตัว ขอให้ผู้ที่กระทำจงชดใช้กรรมต่อไป ดำกับขาวสู่สุคติ” เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์การกระทำของคนใจร้ายต่างๆ นานา

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านซอยสอง ต.ขุนทะเล อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อสอบถามสาเหตุที่เกิดขึ้น และได้พบกับนายสฤษดิ์ สุขสวัสดิ์ อายุ 59 ปี ครูประจำโรงเรียนบ้านซอยสอง เปิดเผยว่า เฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นของผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งวันนี้เดินทางไปประชุม สำหรับโพสต์ข้อความหลังจากที่สุนัขที่เลี้ยงไว้ภายในโรงเรียน ชื่อเจ้าดำและเจ้าขาว พร้อมกับนกเอี้ยงอีก 2 ตัว ตายจากการกินอาหารผสมยาพิษ ที่มีคนเห็นว่ามีชายและหญิงขี่รถจักรยานยนต์นำมาวางไว้ให้บริเวณที่จอดรถในโรงเรียน แต่ไม่ทราบสาเหตุที่ลงมือ ซึ่งนำความเสียใจมาสู่ ผอ.ครู และนักเรียนเป็นอย่างมาก

 หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ก็มีสุนัขโดนวางยาอีก 4 ตัว พร้อมแมว 1 ตัว และนกเอี้ยงอีก 1 ตัวตาย ในลักษณะเอาอาหารมาโยนไว้ให้ ซึ่งครูนักเรียนก็นำไปฝังอีก และล่าสุดเช้าวันนี้ 7 ก.พ. ได้มีสุนัขของชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่ละแวกโรงเรียน เดินมาตายที่สนามในโรงเรียนอีก 1 ตัว อาการและสาเหตุเดียวกัน จึงช่วยกันฝังอีก

นายสฤษดิ์ กล่าวอีกว่า ทั้งเจ้าดำและเจ้าขาว เป็นสุนัขที่ไม่ดุร้าย เป็นมิตรกับทุกคน จะคอยระวังคนแปลกหน้าให้กับโรงเรียนแต่ไม่เคยทำร้ายใคร ส่วนสุนัขและแมวที่ตายเป็นของชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้โรงเรียน ที่วนเวียนมากินอาหารเป็นประจำ ซึ่งมาตายบริเวณโรงเรียน ทั้งนี้ขอวอนให้ผู้ที่กระทำเห็นแก่ชีวิตสัตว์โลกด้วยกัน เพราะสัตว์ก็รักชีวิตไม่ต่างกับมนุษย์ซึ่งเป็นสัตว์ประเสริฐ หากผู้ที่ทำร้ายฆ่าสัตว์เดรัจฉานได้ ก็มีจิตใจที่ต่ำกว่าเดรัจฉาน สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ยังทำให้นักเรียนเสียใจและตกใจที่มีเหตุเศร้าต่อเนื่องเพราะก่อนหน้านี้โรงเรียนก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมาแล้วเพิ่งได้รับการฟื้นฟูไม่คิดว่าจะมีคนใจดำทำกับสัตว์เลี้ยงได้

ที่มา>>>ข่าวสด

อุทาหรณ์! สาวหวิดตาบอด เหตุขับรถผ่านคนตกปลาริมทางเหวี่ยงเบ็ดพันคอ

โลกโซเชียลได้โพสต์เรื่องราวจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Zee Kornkanok ซึ่งได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง ขณะซ้อนรถจักรยานยนต์แล้วถูกเส้นเอ็นของคันเบ็ดเหวี่ยงมาพันคอ จนเกิดบาดแผลลึกที่ใบหน้า
โดยระบุว่า “อุทาหรณ์สำหรับคนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์และคนที่มักง่ายตกปลาริมถนน!! เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28/01/2560 เวลา 17.40 น. ที่ถนนเส้นหลักหกมุ่งหน้าไปทางวัดนาวง ข้างทางมีคนตกปลาอยู่ริมถนนขณะที่คนนั้นกำลังพยายามดึงคันเบ็ดซึ่งตะขอเบ็ดติดอะไรสักอย่างในน้ำ เรากับแฟนขับรถผ่านพอดีแล้วเราก็โดนสายเบ็ดตกปลาที่เป็นเส้นเอ็นเหวี่ยงมาพันที่คอ (เราเป็นคนซ้อนท้ายแฟนเป็นคนขับ) เรารีบพยายามดึงออกจากคอแล้วสายเบ็ดก็ขาดออกจากตัวคันเบ็ดและมาพันที่หน้า คนที่ตกปลาพูดเหมือนจะรับผิดชอบแล้วก็หลบหนีไป

อยากบอกคนที่ชอบตกปลาข้างถนนว่าคุณควรคำนึงถึงคนที่เขาขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านว่ามันจะทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ แต่ก็โชคดีที่ไม่โดนตาแล้วไม่บาดคอหรือตกลงจากรถและรถไม่ล้ม ปล.อยากให้คุณตำรวจสอดส่องดูแล เพราะไม่ใช่สถานที่ตกปลาและอาจจะเกิดกับคนอื่นร้ายแรงกว่านี้ได้คะ”

ที่มา>>>ข่าวสด

วิจารณ์ยับ! สติกเกอร์ติดมอเตอร์ไซค์ “อย่ากลัวตายหรือพิการ พวกเรามันสายหมอบ”

โลกโซเชียลแชร์ภาพหนุ่มขายสติกเกอร์ติดรถจักรยานยนต์ สำหรับลูกค้านั่งซิ่งมอเตอร์ไซค์ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยสติกเกอร์ดังกล่าวเป็นสติกเกอร์สีเหลือง พิมพ์ข้อความว่า “อย่ากลัวตายหรือพิการ พวกเรามันสายหมอบ”“ข้อควรจำ ขับขี่ด้วยความเร็ว-หมอบตลอด-พลังธรรมชาติ-ไม่ต้องถาม “กูทำเต็ม” ระบบเปลี่ยนเกียร์ จากเกียร์ 1 ถึง 3 เตรียมตัวโดด ชิบหายช่างกู”สติกเกอร์นี้สร้างความไม่สบายใจให้แก่ชาวเน็ตจำนวนมาก เพราะหากผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ขี่ด้วยความเร็ว หรือแข่งกันบนท้องถนน จนตายหรือพิการ ย่อมเป็นการสร้างภาระให้แก่สังคมและคนรอบข้างนั่นเอง

ที่มา Drama-addict

2หนุ่มรัสเซีย บินมาเที่ยวภูเก็ต บิดจยย.ตัดหน้าเก๋ง โดนชนกระเด็นดับสลด 1 ราย!!

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ ทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้รับบาดเจ็บ 2 คน บริเวณจุดกลับรถบนถนนเทพกระษัตรีฝั่งขาเข้า บ้านท่าเรือ หมู่ 3 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จึงประสานหน่วยกู้ชีพศรีสุนทร รุดไปให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงพบนักท่องเที่ยวชายชาวต่างชาติสัญชาติรัสเซีย 2 ราย นอนอยู่ริมถนนสภาพเลือดโชก โดย 1 รายอาการสาหัส หมดสติ นอนหายใจรวยริน มีแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะ ลำคอ และข้อเท้า ส่วนอีกคนมีแผลถลอกตามร่างกายหลายจุด201612191925212-20160211172134ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิก ทะเบียน 1 กข 4438 ภูเก็ต ล้มคว่ำอยู่ บริเวณท่อไอเสียมีชิ้นเนื้อขนาดใหญ่ติดอยู่ และรถยนต์โตโยต้าคัมรี่ ทะเบียนสีเขียว ฌข 3342 ภูเก็ต สภาพด้านหน้าซ้ายพังยับเยิน ไฟหน้าแตกละเอียด หน่วยกู้ชีพศรีสุนทรจึงรีบปฐมพยาบาลก่อนนำส่งรักษายังโรงพยาบาลถลาง แต่ปรากฎว่าหลังถึงหมอไม่นานชายชาวต่างชาติที่อาการเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สอบสวนนายนัทธวัฒน์ ทองท่าแพ อายุ 38 ปีคนขับรถเก๋ง ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถแท็กซี่ป้ายเขียวออกมาจากสนามบินภูเก็ตในช่องเลนกลาง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุจู่ๆรถจักรยานยนต์ของนักท่องเที่ยวเกิดเปลี่ยนเลนกระทันหัน คาดว่าน่าจะตัดเพื่อไปเข้าจุดกลับรถ พยายามเบรกแล้วแต่ไม่ทันทำให้พุ่งชนอย่างจังจนทั้ง 2 คนกระเด็นตกรถ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ประสานไปยังสถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทย จากนั้นควบคุมตัวนายนัทธวัฒน์ ไปสอบสวนอย่างละเอียด พร้อมเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิกเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

อยู่ยาก! โจรเข้าแย่งมือถือสาวกลางวันแสกๆ หน้าบ้าน ไม่สนเด็กน้อยร่วงหัวทิ่มพื้น(คลิป)

โลกโซเชียลได้มีการแชร์คลิปเตือนภัย โดยเป็นคลิปจากกล้องวงจรปิดซึ่งจับภาพนาทีสำคัญไว้ได้ ซึ่งในภาพพบว่าหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งเล่นมือถืออยู่บริเวณหน้าบ้านกับเด็กคนหนึ่ง อยู่ๆ มีรถจักรยานยนต์ได้จอดรถและเดินลงมาตรงเข้ากระชากมือถือที่หญิงสาวกำลังเล่นอยู่ จนเด็กที่นั่งอยู่ด้วยหงายหลังตกลงมาจากที่นั่งหัวกระแทกพื้น ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์โจรกรรมที่อุกอาจอย่างมากเพราะทำในช่วงกลางวันแสกๆ

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มเมาหนัก กระหน่ำทุบตู้เอทีเอ็ม ใกล้โรงพัก ซิ่งหนีไม่รอดสุดท้ายโดนรวบให้การไม่รู้เรื่อง

เมื่อช่วงกลางดึกคืนวันที่ 29 พ.ย. 59 ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ชานนท์ ศรีมงคล รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา รับแจ้งเหตุมีคนร้ายประมาณ 3 ขับขี่รถจักรยานยนต์ 1 คัน คนก่อเหตุใช้ท่อนไม้ทุบบานกระจกตู้ ATM ที่ตั้งคู่กัน อยู่ริมถนนมิตรภาพคู่ขนาน หน้าสถานีตำรวจภูธรปากช่อง จำนวน 2 ตู้ พังเสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดป้องกันปราบปรามที่อยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุได้ยินเสียงวิ่งออกมาเห็นเหตุการณ์พอดี พบว่าคนร้ายจำนวน 3 คน พอเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วขับขี่รถจักรยานหลบหนีไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามคนร้ายอย่างกระชั้นชิด พร้อมวิทยุแจ้งศูนย์วิทยุสื่อสารให้สกัดคนร้ายมุ่งหน้าไปตามถนน ปากช่อง-ลำสุมพุง พอถึงทางข้ามตัดทางรถไฟบ้านท่ามะนาว ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กม.ขับรถเข้าซอยทิ้งรถจักรยานยนต์ วิ่งเข้าป่าข้าวโพด สามารถจับผู้ต้องสงสัยที่อยูบริเวณนั้นได้ 2 คน อยู่ในอาการมึนเมา พร้อมรถจักรยานยนต์อีกหนึ่งคันที่ใช้ก่อเหตุ ส่วนเพื่อนอาศัยความมืดหลบหนีไปได้ แต่เจ้าหน้าที่ทราบชื่อคนร้ายที่หลบหนีรวมถึงชื่อผู้ที่ครอบครองรถจักรยานยนต์คันที่คนร้ายใช้ก่อเหตุแล้ว

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 30 พฤศจิกายน ร.ต.อ.ชานนท์ ศรีมงคล รอง สว.(สอบสวน) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ชุดป้องกันปราบปราม ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวน ได้ 2 คน ทราบชื่อคือนายเฉลิมพล ลัดดางาม อายุ 25 ปี เป็นคนงานที่โรงพลาสติกแห่งหนึ่งในเขตตำบลจันทึก อ.ปากช่อง ส่วนอีกคน ยังมึนเมาสอบสวนไม่รู่เรื่อง

นายเฉลิมพล ลัดดางาม ให้การว่า ได้ร่วมกับเพื่อน 3 คนนั่งดื่มเหล้าใกล้บ้านพักที่หมู่บ้านซับม่วง ตำบลจันทึก พอเมาได้ที่เพื่อนได้ชวนออกมาที่ตลาดปากช่อง ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 10 กิโลเมตร โดยมากัน 3 คน แล้วเพื่อนที่ชื่อจอน ที่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน พอขับวนในตลาดเมืองปากช่อง มาถึงหน้าลานอนุสาวรีย์ย่าโม หน้า สภ.ปากช่อง ไม่ทราบว่าโมโหอะไรมาได้นำท่อนไม้ที่เก็บถือติดมือมาจากข้างทางมากระหน่ำตีที่ตู้ ATM จนแตกกระจายทั้ง 2 บาน ได้รับความเสียหายก่อนหลบหนีไป จนเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้

ส่วนตู้ ATM ที่คนร้ายทุบนั้นเป็นของธนาคารกรุงไทยและธนาคารทหารไทย ซึ่งตั้งอยู่คู่กันและตั้งอยู่จากหน้าสถานีตำรวจภูธรปากช่องไม่ถึงร้อยเมตร ซึ่งหนึ่งในคนร้ายได้ใช้ไม้กระหน่ำตีที่กระจกที่ใช้กันแดดฝนทั้งสองข้างของหน้าตู้ ATM จนได้รับความเสียหาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ร้อยเวรฯ กล่าวว่าคดีนี้เป็นเพียงแค่ทำให้เสียทรัพย์ พรุ่งนี้เช้าจะแจ้งผู้เสียหายมาแจ้งความดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ปิกอัพเสยท้ายคันหน้า 2 หนุ่มขี่จยย.ตามหลัง เบรกไม่ทัน ชนซ้ำสลบเหมือดคาถนน!!

เมื่อวันที่ 23 พ.ย. ร.ต.ท.อภิชัย ไชสุภาพ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถปิกอัพ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย บริเวณหน้าบริษัทแอตลัส โปรดักส์ จำกัด ถนนบางบัวทอง-ไทรน้อย หมู่ 5 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงประสานรถกู้ชีพอบต.พิมลราช และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ้งรุดไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ201611231929174-20050309151926ที่เกิดเหตุบนถนนพบร่างชาย 2 คน นอนสลบแน่นิ่งเลือดท่วมตัว ใกล้กันมีรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดง ทะเบียน อฉป 12 กทม. ล้มคว่ำอยู่ท้ายรถปิกอัพอีซูซุ ทะเบียน ถจ 2395 กทม. ส่วนบริเวณเกาะกลางถนนพบรถปิกอัพฟอร์ด 4 ประตู สีดำ ทะเบียน 5 กบ 9728 กทม. ถูกชนท้ายพังยับเยิน หน่วยกู้ภัยจึงรีบเข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าอย่างเร่งด่วน

จากการสอบสวนนายภูริพัฒน์ สุวรรณวงศ์ อายุ 24 ปี เป็นคนขับปิกอัพอีซูซุ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถตามหลังรถปิกอัพฟอร์ด แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุรถปิกอัพฟอร์ดได้เบรกกระทันหัน ทำให้ตนเบรกไม่ทันพุ่งชนท้ายอย่างจัง จากนั้นรถจักรยานยนต์ที่ผู้บาดเจ็บขับขี่และซ้อนท้ายกันมาก็พุ่งชนท้ายรถของตนอย่างแรงล้มคว่ำได้รับบาดเจ็บดังกล่าว201611231929121-20050309151926ขณะที่นายสุวิทย์ กาสา อายุ 62 ปีคนขับรถปิกอัพฟอร์ด ให้การว่า กำลังเดินทางไปตรวจไซต์งานก่อสร้างที่อำเภอไทรน้อย มาถึงที่เกิดเหตุบริเวณหน้าบริษัทแอตลัส โปรดักส์ จำกัด ได้มียามออกมาโปกธงสีแดงอยู่ข้างถนน จากนั้นก็มีรถบรรทุกขับออกมาจากบริษัท ตนจึงหยุดรถเพื่อให้รถบรรทุกออกไปก่อน แต่ถูกรถปิกอัพคันที่ขับตามหลังมาชนท้ายจนกระเด็นขึ้นไปอยู่บนเกาะกลางถนน จากนั้นตำรวจควบคุมตัวคนขับรถปิกอัพทั้ง 2 คันไปที่ สภ.บางบัวทอง ก่อนสอบสวนแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เมียสาวหายจากบ้าน!! ผัวตามหาใจสลาย-เจอศพเปื่อยยุ่ย หลังโทรหา-ถูกตัดสาย

เวลา 13.40 น. วันที่ 30 ต.ค. พ.ต.ท.เจริญศักดิ์ อุบลพิทักษ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี เปิดดผยว่า นายสุดใจ กานนอก อยู่หมู่ที่ 6 ต.กุมภวาปี อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เข้าให้ปากคำกรณีที่เมียสาว คือ นางนาง สีประเสิด อายุ 26 ปี บ้านโท่งโป่ง เมืองสีโคดตะบอง แขวงนครเวียงจันทน์ สปป.ลาว ที่ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธทุบเข้าบริเวณท้ายทอยและเสียชีวิตในบริเวณไร่มันสำปะหลังฝั่งทางทิศตะสันตกท้ายหมู่บ้านดงโพนยอ หมู่ที่ 8 ต.หนองหาน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี

โดยสภาพศพส่งกลิ่นเหม็น ผู้ตายสวมกางเกงยีนส์ขาสั้นลาย ใส่เสื้อยืดสีดำ สภาพกะโหลกท้ายทอยแตก ด้านหน้าเปื่อยยุ่ยจนเห็นแต่โครงกระดูก ผมหลุดร่วง แพทย์ลงความเห็นว่า ผู้ตายถูกกระแทกด้วยของแข็ง ห่างจากศพไปอีกประมาณ 30 เมตร พบรถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีเทา-ดำ ทะเบียน ขธก. 80 อุดรธานี จอดพิงซุกอยู่กับต้นไม้ในไร่มันสำปะหลัง กุญแจยังเสียบอยู่ที่รถ ตรวจสอบใต้เบาะรถ จยย. มีแผ่นบอกแต้มไฮโลและฝาครอบ พร้อมจานรอง 1 ชุด ในที่เกิดเหตุไม่พบหลักฐานอื่น201610301506061-20041025184229จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบจากนายสุดใจ กานนอก สามีคนไทย บอกว่า ตนและสาวลาวคนนี้แต่งงานกันมานานประมาณ 10 กว่าปี ไม่มีบุตรด้วยกัน ได้มาเช่าบ้านอยู่ที่บ้านดงโพนยอ ได้ไม่นาน เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา ภรรยาสาวของตนออกจากบ้านตั้งแต่เช้า พร้อมรถจักรยานยนต์และเงิน 200 บาท บอกว่าจะนำเงินไปใช้หนี้ครีมทาผิว แล้วหายไปตั้งแต่วันนั้น พอถึงตอนเย็น ตนเห็นว่ายังไม่กลับ จึงโทรตาม โดยโทรไปหาสองครั้งถูกตัดสายทั้งสองครั้ง หลังจากนั้นได้ออกตามหาตลอดทั้ง 4 วัน ก็ไม่พบ ในตอนเย็นวันที่ 29 ต.ค. เวลา 18.30 น. ตนได้รับโทรศัพท์ว่า พบศพคนตายที่ไร่มัน จึงรีบออกไปดู จึงพบว่าศพที่ถูกฆ่าเป็นภรรยาสาวของตน

พ.ต.ท.เจริญศักดิ์ อุบลพิทักษ์ รอง ผกก.(สอบสวน) หลังจากตรวจที่เกิดเหตุแล้วได้มอบหมายให้ชุดสืบสวนออกสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด สาเหตุจูงใจในการก่อเหตุว่ามาจากเรื่องชู้สาว หรือหักหลังเรื่องการพนัน

ที่มา>>>ข่าวสด

กระบะจอดคุยกัน!! จยย.พุ่งเสยยับ หนุ่มหักทั้งตัว-ร่างทับรถ

เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 22 ก.ย. ร.ต.ท.สมยงค์ บานเย็น รองสารวัตรสอบสวน สภ.กุยบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถยนต์ บนถนนเพชรเกษม ฝั่งล่องใต้ บริเวณด้านหน้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขากุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี เข้าตรวจสอบ201609220805191-20041020160007ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีม่วงดำ ทะเบียน ขฉล 522 ประจวบคีรีขันธ์ ล้มอยู่บนถนน ด้านหน้ารถพังยับ บนตัวรถพบร่างชายคนขับนอนทับรถอยู่ โดนที่ขาซ้ายโดนรถทับ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ช่วยกันนำร่างชายคนดังกล่าวออกจากซากรถ เพื่อทำการปฐมพยาบาล ตรวจพบว่าแขนทั้งสองข้างและขาซ้ายหัก เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลกุยบุรี ทราบชื่อต่อมา คือ นายราเชน แป้นทอง อายุ 26 ปี อยู่ ม.3 ต.สามกระทาย อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ201609220805193-20041020160007ใกล้กันกับที่เกิดเหตุ พบรถกระบะอีซูซุ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บพ 5963 ประจวบคีรีขันธ์ จอดอยู่ ที่ด้านท้ายรถมีร่องรอยการถูกชนจนยุบ โดยมี นายชัยวัฒน์ อายุ 18 ปี เป็นคนขับ ให้การว่า ตนเองขับรถจอดที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งเป็นไหล่ทางและเปิดไฟกระพริบฉุกเฉินเอาไว้ ขณะกำลังคุยกับเพื่อนมีรถจักรยานยนต์ขี่มาด้วยความเร็ว พุ่งชนท้ายรถเข้าอย่างจังจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มวัยเบญจเพส ซิ่งจยย.ฝ่าสายฝน ถูกปิกอัพเลี้ยวตัดหน้า เบรกไม่ทันพุ่งชนดับสยอง

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 20 ก.ย. พ.ต.ต.เอกชัย มูลลี สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนรถกระบะ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย บริเวณหน้าตลาดรัตนากร ถนนเทพประสิทธิ์ หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา รุดไปตรวจสอบ201609202241152-20041019161308ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังมุงดูศพนายศิริชัย แซ่ตั้ง อายุ 25 ปี นอนคว่ำหน้าจมกองเลือด ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย ใกล้กันพบรถจยย.ยามาฮ่า มีโอ สีดำ ทะเบียน คขว 887 ระยอง เฉี่ยวชนกับรถกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ ทะเบียน 1ฒฉ 863 กรุงเทพมหานคร จอดขว้างถนนลักษณะเลี้ยวตัดหน้า โดยมีนายปราชญา ตันไชยยา อายุ 30 ปี เป็นคนขับ201609202241154-20041019161308จากการสอบถามน.ส.สมปอง เพชรดี อายุ 44 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะเกิดเหตุเห็นรถจยย.ขี่ฝ่าสายฝน มุ่งหน้าสี่แยกแกรนด์ คอนโดมิเนียม เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้มีรถกระบะคู่กรณี เลี้ยวตัดหน้าออกจากซอยตลาดรัตนากรในระยะกระชั้นชิด จึงทำให้รถจยย.เบรกไม่ทันพุ่งชนรถกระบะเข้ากลางลำ อจนเป็นเหตุดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้สอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ พยานแวดล้อม รวมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนคุมตัวนายปราชญา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด