แหกโค้งเป็นศพ!! หนุ่มรีบไปทำงาน อัดก๊อปปี้เสาไฟฟ้าดับสยอง(คลิป)

เวลา 00.30 น. วันที่ 18 ก.ค. ร.ต.อ.อินทเรศร์ ทูลกลาง รอง สว.(สอบสวน) สภ.พิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งว่า มีเหตุรถจักรยานยนต์แหกโค้งชนกับเสาไฟฟ้า มีผู้เสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุ 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส 1 ราย ที่บริเวณถนนสายพิมาย-ชุมพวง กม.ที่ 6-7 ม.4 ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา จึงรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมหน่วยกู้ภัยพันธุ์ศรีนคร เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส 1 คน หน่วยกู้ภัยเทศบาลตำบลรังกาใหญ่ ได้นำผู้ได้รับบาดเจ็บ นำส่งโรงพยาบาลพิมายเร่งด่วน ทราบชื่อต่อมา คือ นายณัฐดนัย จันทร์เพ็ญ อายุ 19 ปี บ้านฉกาจ ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา และยังพบผู้เสียชีวิตอัดติดกับเสาไฟฟ้าข้างทาง สภาพศพคอหัก ขาหัก ทั้ง 2 ข้าง ทราบชื่อ คือ นายธนาพล คานพิมาย อายุ 29 ปี อยู่ ม.7 บ้านฉกาจ ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา และพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีขาว ทะเบียน คลล-770 นครราชสีมา สภาพพังยับ จากการสอบถาม นายณัฐดนัย ผู้ได้รับบาดเจ็บ ยังพอให้การ เล่าว่า ตนเป็นคนนั่งซ้อนท้าย นายธนาพล ผู้เสียชีวิต เป็นคนขับ ทั้ง 2 คน เป็นคนงานทำเก้าอี้หวายอยู่ที่โรงงานหวาย ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา กำลังจะไปที่ทำงาน โดยผู้ตายขับรถมาด้วยความเร็วสูง พอมาถึงที่เกิดเหตุ เป็นทางโค้ง จึงเกิดเสียหลักแหกโค้งชนกับหลักเสาทางโค้งจนหักไป 1 ต้น และไปชนอัดกับเสาไฟฟ้าข้างทางเป็นเหตุให้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุทั้งหมด และรอสอบสวนผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

โจรอ้วนผอมเหิม! ลักจยย.ในหอพักปทุมฯ-กล้องวงจรปิดจับภาพชัด

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 14 ก.ค. ร.ต.อ.ปรีชา เต๊กสี ร้อยเวรสอบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุคนร้ายขโมยรถจักรยานยนต์ที่หอพักเสริมทรัพย์อพาร์ตเมนต์ เลขที่ 99/33 หมู่ 3 ต.ระแหง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นลานจอดรถจักรยานยนต์ มีกล้องวงจรปิดและแสงไฟส่องสว่าง คนร้ายเข้ามาลักรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าดรีม 125 สีน้ำตาล ซึ่งเป็นรถใหม่ยังไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียน

สอบถามนายทรงพล คงสูงเนิน อายุ 25 ปี พนักงานบริษัท กล่าวว่า ยืมรถจักรยานยนต์มาจากเพื่อนที่เพิ่งซื้อมาใหม่ เนื่องจากรถของตนเสีย ซ่อมอยู่ที่อู่ เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า คนร้าย 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาที่ลานจอด คนหนึ่งอ้วน อีกคนผอม จึงนำภาพส่งให้เจ้าหน้าที่ออกติดตาม เบื้องต้นพบว่าในพื้นที่มีคดีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 125 สีน้ำเงินดำ ทะเบียน ฬบฬ 454 กทม. ของนายวุฒิกรณ์ เบี้ยเลี่ยม หายไป มีภาพกล้องวงจรปิดที่มีคนร้ายลักษณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ก็ยังคงติดตามอยู่เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ไม่พอใจโดนจยย.ปาดหน้า หนุ่มซีอาร์วีเลือดร้อน-ไล่ยิงคู่กรณีเจ็บถึงบนโรงพัก

เมื่อเวลา 05.30 น.วันที่ 12 ก.ค. นายปรัชญา สุวรรณกุล อายุ 29 ปี หนุ่มพนักงานร้านอาหาร ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดไล่ยิงถึง 3 นัดซ้อน เหตุเกิดหน้าร้านสะดวกซื้อ ห่างจาก สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพียง 80 เมตร กระสุนถูกแขนซ้ายได้รับบาดเจ็บ จึงวิ่งหนีขึ้นไปบนโรงพักเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่คนร้ายยังตามขึ้นไปถึงบนโรงพักจนตำรวจเข้าห้ามปรามคนร้ายจึงหลบหนีไป  จากการสอบสวน นายปรัชญา เล่าเหตุการณ์ว่า ได้ขี่รถจักรยานยนต์จากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าไปทางอำเภอแม่ริม เมื่อถึงจุดกลับรถหน้ากองพลทหารราบที่ 7 ก็มีรถเก๋งฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี  กลับรถตัดหน้าตรงจุดดังกล่าว ย้อนไปทางตัวอำเภอแม่ริม ทำให้ตนต้องเบรกกระทันหันและเกิดความไม่พอใจจึงขี่จักรยานยนต์ตามไปไล่แซงรถยนต์คันดังกล่าว ทำให้ชายที่ขับรถยนต์ขับรถไล่ติดตาม

นายปรัชญาให้การว่า ตนจึงขี่รถจักรยานยนต์หนีและวนไปมาหลายรอบ แต่รถยนต์คันดังกล่าว ยังคงขับไล่ติดตามตลอด ตนจึงขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดหน้าร้านสะดวกซื้อ ใกล้กับโรงพักแม่ริม ซึ่งมีกล้องวงจรปิด แต่คนขับรถซีอาร์วีก็ยังขับตามมาและจอดรถก่อนจะลงจากรถใช้มือตบศรีษะตน  “ตอนนั้นผมเห็นว่าไม่ปลอดภัยจึงวิ่งหนี คนขับรถซีอาร์วีจึงได้ชักอาวุธปืนออกมายิงตามหลังผมถึง 3 นัด ต่อหน้าประชาชนจำนวนมาก กระสุนปืนเฉียดแขนซ้ายได้รับบาดเจ็บ ผมจึงวิ่งขึ้นไปบนโรงพักขอความช่วยเหลือจากตำรวจ แต่คนร้ายยังตามขึ้นไปถึงบนสถานีตำรวจเพื่อจะทำร้าย ตำรวจจึงเข้ามาห้ามปราบปราม ก่อนที่ชายดังกล่าวจะหลบหนีไป”นายปรัชญากล่าว

พ.ต.ต.ตรีเพชร ป่าหวาย สว.สส.สภ.แม่ริม เผยว่า คนร้ายกระทำการอุกอาจมาก ถึงขั้นพกพาอาวุธปืนขึ้นมาถึงบนโรงพักเพื่อจะทำร้ายคู่กรณี เมื่อถูกห้ามปราบยังขับรถไปจอดรอนายปรัชญาอยู่บนถนนเพื่อจะเอาเรื่องอีก ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อออกหมายจับ ซึ่งตำรวจทราบข้อมูลของคนขับรถเลือดร้อนรายนี้แล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

กวาดล้างเด็กแว้น ตร.-ทหารโคราชยึดจยย.ดัดแปลง 300 คัน-อุปกรณ์แต่งซิ่ง สั่งเอาผิด-พ่อ-แม่ด้วย

 เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 ก.ค. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย พล.ต.ต.ฐากูร นัทธีศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จ.) นครราชสีมา พันเอกพิจิตร ไผ่นา หัวหน้ากองข่าว มณฑลทหารบกที่ 21 (มทบ.21) กองทัพภาคที่ 2 และเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองชุดปฏิบัติการ ร่วมแถลงผลการปราบปรามการแข่งรถจักรยานยนต์ในทางสาธารณะ ตามคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 ลงวันที่ 22 ก.ค.2558 และคำสั่งปฏิบัติการในเขตพื้นที่ อ.เมือง และใกล้เคียง ระหว่างวันที่ 1-9 ก.ค. สามารถตรวจยึดรถจักรยานยนต์ แข่งขัน ดัดแปลง แต่งซิ่ง จำนวน 300 คัน ท่อไอเสียเสียงดังผิดกฎหมาย จำนวน 102 อัน ตรวจร้านซ่อมตกแต่ง รถจักรยานยนต์ จำนวน 121 ร้าน สำหรับสถิติผลการจับกุมข้อหาต่างๆ ดังนี้ ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว จำนวน 29 ราย ดัดแปลงสภาพรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถ จำนวน 71 คัน ขับขี่รถท่อไอเสียเสียงดัง จำนวน 66 คัน อุปกรณ์ไม่ครบถ้วน จำนวน 32 คัน ตรวจสอบรถไม่มีหลักฐาน จำนวน 101 คัน พล.ต.ต.ฐากูร เปิดเผยว่า นอกจากความผิดที่เยาวชนรวมกลุ่มมั่วสุมขับขี่แข่งขันรถจักรยานยนต์แล้ว ผู้ปกครองของเยาวชนที่กระทำผิดจะถูกดำเนินคดีด้วย ข้อหาสนับสนุนหรือปล่อยปละละเลย ไม่ยับยั้งออกนอกลู่นอกทาง สำหรับโทษครั้งแรกจะว่ากล่าวตักเตือนทำทัณฑ์บน หากพบกระทำความผิดซ้ำอีกผู้ปกครองจะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ประกอบการร้านซ่อม ตกแต่งดัดแปลงสภาพรถ เพื่อใช้ในการแข่งขัน หากการกระทำนั้น เป็นการตระเตรียม ยุยง ส่งเสริม นำไปสู่การแข่งขันรถจักรยานยนต์กัน ผู้ประกอบการต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับตั้งแต่ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนช่วยกันแจ้งเบาะแสข่าวสาร เมื่อพบเห็นการรวมกลุ่มหรือมั่วสุมกัน เพื่อแข่งขันรถจักรยานยนต์ในทางสาธารณะ รวมทั้งร้านหรืออู่ซ่อมรถ ที่มีลักษณะดัดแปลง แต่งซิ่ง เพื่อนำไปใช้แข่งขัน ให้เจ้าหน้าที่รับทราบเพื่อจะได้ดำเนินการป้องกันปราบปราม ให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงในความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งสามารถแจ้งได้ที่โทรศัพท์ หมายเลข 191 หรือ 044 240-900

ที่มา>>>ข่าวสด

ตกลง”ตร.”ไม่ได้ตบจยย.ล้ม แต่คนขี่ไปชนมือเอง!? แถมจ่อเอาผิดคนถ่ายคลิปด้วย

จากคลิปโด่งตำรวจตบวัยรุ่นที่ขี่รถจักรยานยนต์จนรถล้มคว่ำกลางถนน บริเวณปากซอยรัชดาฯ-ท่าพระ 12 กทม. ซึ่งมีคนถ่ายคลิปไว้ได้แล้ววิพากษ์วิจารณ์การกระทำของตำรวจอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐาน และพูดคุยกับพ่อของผู้ขี่รถจยย. ทราบว่า วันเกิดเหตุ พ.ต.ท.กำพล เลี้ยงเจริญทรัพย์ สว.จร.สน.บุคคโล พร้อมตำรวจจร.รวม 14 นาย ตั้งด่านตรวจอย่างชัดเจน นายธิติพงศ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ขี่รถช่องทางด้านขวาด้วยความเร็ว พยายามขี่หลบหนีผ่านตำรวจไปแล้ว 3 นาย พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า จนกระทั่งไปถึงร.ต.ท.บรรหาร จันทรขจร รองสว.จร. เข้าไปสกัดส่งสัญญาณมือให้หยุดรถแต่ก็ไม่ยอมหยุดเป็นเหตุให้มือข้างซ้ายชนเข้าเข้าที่คางผู้ขี่ที่สวมหมวกกันน็อค จนรถล้มได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยหัวเข่าซ้ายถลอก นายธิติพงศ์ไม่ต้องการไปพบแพทย์ และไม่ติดใจการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ

“ผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องตามระเบียบด้วยความสุจริต และเที่ยงธรรม ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้ทำร้ายหรือกระทำการเกินกว่าเหตุ รวมทั้งที่ผ่านมาด่านดังกล่าวเคยจับกุมผู้ต้องหาและยึดอาวุธ เพื่อป้องกันเหตุนักเรียนนักศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันได้หลายคดี ทั้งนี้ เชื่อว่าเป็นเหตุสุดวิสัย เจ้าหน้าที่ไม่ได้เจตนาทำร้ายประชาชน ส่วนผู้ขับขี่หากไม่ได้ทำอะไรผิดก็ควรหยุดรถให้ตรวจ อย่างไรก็ตาม ได้เน้นย้ำให้ตำรวจปฏิบัติกับประชาชนด้วยความสุภาพอ่อนโยนให้มากที่สุด”พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าว นายอัทธิพัทธ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี บิดาของผู้ขับขี่รถจักรยนต์ในคลิป กล่าวว่า หลังจากที่ได้ดูคลิปและสอบถามจากลูกแล้วทราบว่า ลูกขี่จักรยานยนต์จะไปฝึกงานบริษัทแห่งหนึ่งย่านอโศกมนตรี ซึ่งขับขี่เร็วทำให้เมื่อเจอตำรวจที่ตั้งด่านโบกให้หยุดแล้ว เกิดเบรกไม่ทันจนลูกขี่ไปถูกมือตำรวจจราจรที่กำลังโบกในระยะกระชั้นชิดทำให้รถล้ม จากนั้นตำรวจยังมาช่วยยกรถและมีการขอโทษกันแล้ว โดยขณะนี้ตนและลูกก็ไม่ได้ติดใจอะไรกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพราะเชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุไม่ได้ตั้งใจ ส่วนลูกก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก

ด้านพ.ต.อ.จิณวัตร ก้อนทองดี ผกก.สน.บุคคโล ชี้แจงว่า การตั้งด่านดังกล่าวเป็นการตรวจสกัดการพกพาอาวุธ ยืนยันเจ้าหน้าที่ไม่มีเจตนาทำร้ายผู้ขับขี่จักรยานยนต์ โดยผู้ขับขี่ในคลิปตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ได้เสียภาษีประจำปีจึงปรับเงิน 100 บาท ส่วนผู้ที่โพสต์คลิปจะมีความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าหน้าที่ด้วยหรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบ

ที่มา>>>ข่าวสด

(ดูคลิป) นาทีรถจักรยานยนต์ตัดหน้ากระบะ ถูกชนท้ายกระเด็น คนขี่บาดเจ็บ

ที่บริเวณแยกทุ่งไก่ดัก ต.ท่ากุ่ม อ.เมือง จ.ตราด เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายรถจักรยานยนต์ มีผู้บาดเจ็บ 1 ซึ่งกล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณ 4 แยก สามารถจับภาพนาทีชีวิต ที่นายลี บุญรอด อายุ 50 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน กนค 87 ตราด กำลังเลี้ยวเข้าขวาเข้าหมู่บ้านคลองขัด แต่ถูกรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน ผข 2771 ระยอง ของ บมจ.คูโบต้า ระยอง ที่ขับตามหลังมาพุ่งชนท้าย ถึงแม้ว่าคนขับจะพยายามหักหลบแล้วก็ไม่ทัน ทำให้ทั้งคนทั้งรถจักรยานยนต์กระเด็นและไถลไปกับถนน แต่นายลี บาดเจ็บเป็นแผลถลอกตามร่างกายเท่านั้น  ส่วนรถจักรยานยนต์และรถยนต์เสียหายเล็กน้อยนายลี กล่าวว่า ตนเองขี่รถจักรยานท่าวัดท่ากุ่ม หลังจากไปซื้อกับข้าวแล้วกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน เมื่อมาถึง แยกทุ่งไก่ดัก ตนเองมองว่าไม่มีรถตามหลังมา จึงได้ขี่รถเปลี่ยนเลนเลี้ยวขวาเข้าบ้านคลองขุด ไม่รู้ว่ามีรถยนต์ตามหลังจนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น

ขณะที่คนขับรถยนต์ กล่าวว่า ตนเองเห็นแล้วรถจักรยานยนต์ของคู่กรณีได้ขี่ตัดหน้า ตนเองพยายามเบรกและหักหลบแต่ไม่ทัน ก่อนจะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ดังกล่าว

หลังจากเกิดเหตุรถกู้ชีพอบต.ท่ากุ่มได้เข้าช่วยเหลือปฐมพยาบาลนายลี พร้อมทั้งแจ้งไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองตราดทราบ เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาบันทึกเหตุการณ์ที่จุดเกิดเหตุต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สยองทางด่วน! จยย.ขับย้อนศรด่านเก็บเงินรามอินทรา-ชนสนั่นเก๋งฮุนไดดับอนาถ

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 23 มิ.ย. ร.ต.อ.นนทกร ปิ่นทอง รอง สว.(สอบสวน) สน.ทางด่วน 1 กก.2 บก.จร. รับแจ้งเหตุรถชนรถจักรยานยนต์บริเวณทางพิเศษฉลองรัช รอยต่อจตุโชติ ขาออกมุ่งหน้าสุขาภิบาล 5 กม. 19+100A แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อมอาสาสมัครมูลร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุอยู่บนทางด่วนช่องทางที่ 3 พบศพนายศัลยพชร์ กุงนอก อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51/253 ม.2 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี สภาพศพแขนขาบิดผิดรูปนอนคว่ำหน้าเสียชีวิต บนพื้นถนนพบรอยล้อเบรกเป็นทางยาวกว่า 50 เมตร ห่างออกไปอีก 100 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าโซนิค สีขาว ทะเบียน งทย 794 นครราชสีมา สภาพรถทั้งคันพังยับเยิน ชิ้นส่วนกระจัดกระจายเต็มถนน

ใกล้กันยังพบรถตู้ยี่ห้อฮุนได รุ่นเอสวันสีดำ ทะเบียน ฮร 3600 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้ากระโปรงได้รับความเสียหาย มีนายธีร์วัช กุลเจริญพาณิชย์ อายุ 31 ปี เป็นเจ้าของรถ ซึ่งยืนรอให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ ระบุว่า ขับรถมาตามปกติก่อนเห็นรถจักรยานยนต์ขับขี่ย้อนศรมาด้วยความเร็วจนเบรกไม่ทัน   จากการตรวจสอบทราบว่า ผู้เสียชีวิตขับขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนนประดิษฐ์มนูธรรมก่อนจะขึ้นสะพานข้ามถนนรามอินทราช่วงแยกวัชรพล จากนั้นเบี่ยงขวาขึ้นทางด่วนแล้วฝ่าด่านเก็บเงินรามอินทรา 1 ทางช่องอีซี่พาส เมื่อขับเลยจากด่านเก็บเงินไป 100 เมตร ผู้ตายได้กลับรถบริเวณทางบรรจบก้างปลาแล้วขับขี่รถย้อนศรมา 400 เมตรแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมพยานหลักฐานบริเวณจุดที่เกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งจะสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์อีกครั้ง แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อหากับใคร เนื่องจากต้องตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หายตัว 4 วัน!! ผัวไปตัดใบตองในป่า เมียตามหาทั่วไม่พบ-ร้อนใจจุดธูปขอขมา

 เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ ทั้งทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กู้ภัย จำนวนนับร้อยนาย ได้ระดมกำลังกันค้นหา นายเม่งฮวด เข็มมลฑา อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 92/1 ม.5 ต.ธาตุทอง อ.บ่อทอง ชลบุรี ที่หายตัวไป ขณะเข้าไปหาของป่าภายในวนอุทยานน้ำตกเขาเจ้า ม.2 ต.ธาตุทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี ตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย. ขณะที่ญาติๆ ได้เริ่มทำพิธีทางไสยศาสตร์ โดยมีการจุดธูปขอขมาเจ้าป่าเจ้าเขาเพื่อขอให้พบตัวนายเม่งฮวด นางมาลี เข็มมลฑา อายุ 64 ปี ภรรยานายเม่งฮวด เล่าว่า ตนเองกับสามี ได้ขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดง หมายเลขทะเบียน ขมง602 ชลบุรี ไปบนเทือกเขาของวนอุทยานน้ำตกเขาเจ้า ตั้งแต่เช้าของวันที่ 17 มิ.ย. โดยสามีมีอาชีพตัดใบตองป่ามากว่า 30 ปี แล้ว แต่ละวันจะเข้าป่าตั้งแต่ 06.00 น. และกลับออกมาตอน 09.00 น. วันเกิดเหตุ พอเข้าไปในป่า ก็แยกย้ายกันตัดใบตอง พอได้เวลากลับ ตนเองไปเรียกสามี แต่ไม่พบ จึงออกตามหา จนใกล้เที่ยง จึงลงจากเขามาบอกญาติๆ ให้ช่วยตามหา จนถึงตอนนี้ยังไม่พบ   โดยมีทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย ทหาร ตำรวจ และชาวบ้านมากกว่า 100 นาย ช่วยกันค้นหามาเป็นเวลา 3 วันแล้ว ส่วนสาเหตุคาดว่านายเม่งฮวด อายุมาก จึงอาจจะเป็นลมแล้วล้มสลบในป่า แต่เนื่องจากจุดที่เข้าไปเป็นป่าทึบ จึงค้นหาไม่พบ

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มอุทัยฯ ขับ จยย.ไปหาเพื่อน ไปไม่ถึง เสียหลักชนเสาดับอนาถ

หนุ่มอุทัยธานี ขับ จยย.ไปหาเพื่อน แต่สุดท้ายไปไม่ถึง เสียหลักเฉี่ยวชนเสาลายสันเขื่อน อ่างเก็บน้ำทับเสลา ดับอนาถ พี่สาว เชื่อ ผู้ตายน่าจะขับรถด้วยความเร็วไปหาเพื่อน หลังดื่ม-กินเสร็จ จนเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต

วันที่ 25 พ.ค. เมื่อเวลา 22.30 น. ร.ต.อ.ทักษิณ ขันทองดี ร้อยเวรสอบสวน สภ.ลานสัก รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีผู้เสียชีวิต จึงพร้อมด้วยมูลนิธิกู้ภัยอุทัยธานี (จุดลานสัก) ตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณบนสันอ่างเก็บน้ำทับเสลา

ที่เกิดเหตุ พบศพนายคมกริช สุวรรณสิทธิ์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66 ม.19 ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี สภาพศพสวมเสื้อยืดสีเขียวนุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน นอนเสียชีวิต พบบาดแผลเจาะลึกที่คางและหัวเข่าซ้าย ห่างจากศพประมาณ 5 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีดำแดง ล้มอยู่สภาพเสียหาย ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบร่องรอยการเฉี่ยวชนมีหลักลายล้ม 1 ต้นสภาพจยย. ที่หนุ่มขับขี่มา เสียหลักประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตคาที่ ที่อุทัยธานี

สอบถาม นายใบกูล นิระพงษ์ อายุ 31 ปี ผู้พบเห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตนได้ออกหาปลากับเพื่อนตั้งแต่ช่วงเย็น ขณะขับรถกลับได้พบเจอผู้ตาย จึงได้โทรแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบ

จากการสอบถาม นางดาริกา สิทธิปงษ์ อายุ 36 ปี พี่สาวผู้ตาย ให้การว่า ผู้ตายได้ออกมาดื่มกินกับเพื่อนภายในหมู่บ้าน หลังกินเสร็จผู้ตายน่าจะขับรถไปหาเพื่อนที่อยู่อีกหมู่บ้าน จึงต้องใช้เส้นทางดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่าผู้ตายน่าจะขับขี่รถด้วยความเร็ว ทำให้รถเสียหลักเฉี่ยวชนเสาลาย แล้วร่างกระเด็นไปกระแทกกับเสาลายอีกต้นเสียชีวิต จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพส่ง โรงพยาบาลลานสัก เพื่อตรวจสอบต่อไป

ที่มา>>>Thairath

เก๋ง อ้าง เบรกไม่ทัน ชนรถ จยย. พนง.เก็บค่าไฟเจ็บสาหัส ที่สงขลา

หนุ่มขับรถเก๋งฮอนด้าแจ๊ส ชนรถจักรยานยนต์ของพนักงานเก็บบิลค่าไฟฟ้ากระเด็นตกจากรถ ได้รับบาดเจ็บสาหัส หน่วยกู้ชีพคลองแหเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ รถเก๋งเสียหายเล็กน้อย ส่วนรถจักรยานยนต์พังยับทั้งคัน

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 22 พ.ค. ร.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ วรรณศิริ พนง.สอบสวน สภ.หาดใหญ่ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถยนต์เก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ บนถนนสายคลองแห-คูเต่า หมู่ 4 ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพคลองแห

ที่เกิดเหตุบนถนน พบรถยนต์เก๋งฮอนด้าแจ๊ส สีขาว ทะเบียน ขธ 8082 สงขลา มีนายกานต์ ชูชาติพงษ์ อายุ 26 ปี ชาว อ.หาดใหญ่ เป็นคนขับ สภาพกันชนหน้ารถเก๋งด้านซ้ายพังยุบ ไฟแตกเสียหายไม่มาก โดยมีรถจักรยานยนต์ซูซูกิ สแมซ สีน้ำเงินดำ ทะเบียน คดพ 503 สงขลา มีนายสุวิทย์ เพชรชนะ อายุ 40 ปี คนขับ ถูกชนกระเด็นตกจากรถจักรยานยนต์ ศีรษะกระแทกพื้นอย่างแรง อาการสาหัส หน่วยกู้ภัยคลองแห เร่งช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ ส่วนรถจักรยานยนต์พังยับทั้งคันเก๋งชนจยย. พยักงานเก็บเงินค่าไฟ เจ็บสาหัสที่ สงขลา

จากการสอบสวน นายกานต์ คนขับรถเก๋ง ทราบว่าขณะเกิดเหตุขับรถเก๋งวิ่งมาตามเส้นทาง ถึงที่เกิดเหตุ นายสุวิทย์ ขี่รถจักรยานยนต์เลี้ยวตัดหน้ากระชั้นชิดเพื่อจะข้ามถนนไปอีกฝั่ง ทำให้เบรกไม่ทันชนเข้ากับรถจักรยานยนต์อย่างจัง ทำให้ นายสุวิทย์ คนขับ กระเด็นตกจากรถ ศีรษะกระแทกพื้นบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว ที่เกิดเหตุพบกระเป๋าคาดเอวของนายสุวิทย์ ภายในมีบิลค่าไฟฟ้าจำนวนหลายม้วนตกอยู่ คาดว่ากำลังตระเวนเก็บค่าไฟ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน และจะทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่ง

ที่มา>>>Thairath