ชนสยองปั๊ม! กระบะซิ่งเสยจยย.ตายอนาถ-รถลอยพุ่งใส่ปิกอัพจอดเติมน้ำมันพังยับ

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 9 ส.ค. ร.ต.อ.รหัสชัย ศรีสุมล รอง สว.(สอบสวน) สน.คันนายาว รับแจ้งเหตุรถกระบะเสียหลักพุ่งชนรถจักรยานยนต์ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณแยกนวลจันทร์ ถ.รามอินทรา (ขาออก) แขวงและเขตคันนายาว กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 เลนอยู่เลยแยกนวลจันทร์มา 50 เมตร ฝั่งมุ่งหน้ามีนบุรี โดยบนถนนเลนที่ 2 จากฝั่งฟุตปาธพบศพนายลวน ไกรกิจราษฎร์ อายุ 46 ปี สภาพศพนอนหงาย สวมเสื้อเชิ้ตแขนขาว สีดำ กางเกงยีนส์ขายาว นอนเสียชีวิตจมกองเลือด ใกล้กันพบรถจยย. ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่มสปาร์คนาโน สีขาว ทะเบียน ขฉน 645 กาญจนบุรี ล้มอยู่ ห่างจากจุดพบศพ 20 เมตร ภายในปั๊มเอสโซ่ สาขารามอินทรา กม.7 พบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สีเทา ทะเบียน บจ 9396 น่าน สภาพรถฝั่งขวาพังยับเยิน ด้านหน้าตัวรถชนตู้เก็บเงิน ตู้หัวจ่ายน้ำมันที่ 1 ได้รับความเสียหาย ใกล้กันพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีขาว ทะเบียน ฒฆ 7320 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังยับเยิน พุ่งชนกับรถกระบะอีซูซุฝั่งด้านคนขับ โดยมีนายอนุชา อินทรโอสถ อายุ 51 ปี เป็นผู้ขับขี่ ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาล สอบสวน น.ส.เสรียน เทาศิริ อายุ42 ปี พนักงานเก็บเงินปั๊ม กล่าวสีหน้าตื่นตระหนกว่า ก่อนเกิดเหตุรถกระบะสีเทากำลังเติมน้ำมันอยู่ที่หัวจ่ายที่ 2 ขณะนั้นตนได้ยินเสียงเบรกรถยนต์ดังสนั่น ก่อนจะพบรถกระบะสีขาวพุ่งปีนข้ามฟุตปาธเข้ามาภายในปั๊ม และชนกับกระบะสีเทาที่กำลังจอดรถเพื่อเติมน้ำมัน โชคดีที่รถไม่พุ่งชนหัวจ่ายน้ำมัน มิเช่นนั้นอาจเกิดการระเบิดได้

ร.ต.อ.รหัสชัย กล่าวว่า จากการสอบสวนพยานแวดล้อมพบว่ารถกระบะสีขาวพุ่งชนกับรถจยย. ก่อนจะเสียหลักพุ่งปีนฟุตปาธเข้าไปภายในปั๊มและชนเข้ากับรถกระบะสีเทาอีกหนึ่งคัน จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 คน และเสียชีวิต 1 คน เบื้องต้นจะนำตัวนายอนุชาตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด และสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนแจ้งข้อหาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

พบแล้วเด็กหญิงวัย 5 ขวบ หายไป 11 วัน มีบุคคลปริศนามาส่งกลางดึกที่บ้าน

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 6 ส.ค.59 ร.ต.อ.ปรีชา  จุลโพธิ์ รองสว.(สอบสวน) สภ.ระเบาะไผ่ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจาก  นางสาวสุ (นามสมมติ) อายุ 27 ปี ชาวบ้านปรือวายน้อย ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ว่า ด.ญ.เอ (นามสมมติ) ลูกสาววัย 5 ขวบหายไปปริศนาตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค. ระหว่างนอนอยู่ที่บ้านของพ่อตน อายุ 62 ปี  อยู่ในเขตบ้านปรือวายน้อย  หมู่ 9 ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ นั้น พบตัวแล้ว ตาของเด็กให้การว่า ลูกสาวพาหลานสาวมาฝากไว้ที่บ้านตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค. โดยเข้านอนปกติ แต่พอตนตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เวลา 02.00 น. ด.ญ.เอหายไปอย่างไร้ร่องรอยกลางดึก ไม่ทราบว่ามีใครลักพาตัวไป จึงบอกแม่ของเด็กให้ไปแจ้งตำรวจ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามหาตัวหนูน้อยรายนี้มา 11 วันแล้ว  โดยไปจุดแรกที่ จ.สระแก้ว เป็นบ้านสามีเก่าน.ส.สุและเป็นบิดาของด.ญ.เอ แต่ไม่พบตัวเด็กหญิง จากนั้นได้ติดตามหากับอดีตสามีอีกคนของน.ส.สุที่เพิ่งเลิกรากันใน อ.ศรีมหาโพธิ แต่ยังไม่พบเช่นกัน  ขณะที่มูลนิธิกระจกเงาเจ้าหน้าที่สอบสวนกลาง บก.ปคม.กอง 2 และชุดสืบสวน สภ.ระเบาะไผ่ ต่างพยายามช่วยค้นหาเด็ก

กระทั่งเมื่อเวลา 01.45 น. วันที่ 6 ส.ค. เด็กหญิงเอ กลับมาที่บ้านโดยสภาพปกติ ปลอดภัย โดยมาเรียกแม่ที่หน้าบ้าน เมื่อแม่เปิดประตูออก พบเด็กยืนอยู่แล้ว โดยไม่พบคนที่มาส่ง  มีเพียงรอยล้อรถยนต์ทิ้งไว้ สอบถามเด็กแล้ว ยังไม่ได้คำตอบว่าใครเป็นคนลักพาไปหรือนำมาส่ง ช่วงเช้าจึงให้หน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน จ.ปราจีนบุรี พามาแจ้งความคืบหน้ากับตำรวจ ร.ต.อ.ปรีชากล่าวว่า สอบสวนเบื้องต้น เด็กมีสภาพแจ่มใสร่าเริงเหมือนเด็กปกติทั่วไป ไม่เครียด  เพียงแต่คุยไม่รู้เรื่องว่าใครพาตัวไปและนำกลับมาส่ง  ทั้งนี้พบคนที่นำมาส่งให้เงินติดตัวเด็กไว้อีกจำนวน  390 บาทด้วย  ซึ่งจะได้ติดต่อนักจิตวิทยามาสอบสวนต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

โจ๋ร่างเละดับคาที่ซิ่งจยย.ชนเก๋งรถตามหลังขยี้ซ้ำสยองถนนสายเอเชีย

เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 23 ก.ค. ร.ต.ท.ภูวนัย อินจาด รองสว.สอบสวน สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ถูกรถยนต์เฉี่ยวชน มีผู้เสียชีวิตบนถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพ หลักกิโลเมตรที่ 8 ต.บ้านหว้า อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยมูลฯธิพุทไธสวรรย์ ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 125 สีขาว หมายเลขทะเบียน 4-กบ 3556 กรุงเทพมหานคร แต่งซิ่งอยู่กลางถนนสภาพด้านพังยับเยิน ใกล้กันพบศพนายโชติวัฒน์ ติรพัฒนเจริญ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103 ตรอกนาวา แขวงเสาชิงช้า กรุงเทพมหานคร สภาพแขนขาหักหัวกระโหลกเปิด มันสมองกระจายเกลื่อนถนน ส่วนรถยนต์คู่กรณีหลบหนี

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายน่าจะขับขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยความเร็ว และเสียหลักไปชนท้ายรถยนต์ชนิดหนึ่งจนพลิกคว่ำ แล้วมีรถยนต์ที่วิ่งตามหลังมาชนทับร่างซ้ำอีกครั้ง จนเสียชีวิตแล้วหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อติดตามรถยนต์คู่กรณีมาดำเนินคดี พร้อมทั้งติดตามญาติผู้เสียชีวิตมารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา

ที่มา>>>ข่าวสด

ไม่พอใจโดนจยย.ปาดหน้า หนุ่มซีอาร์วีเลือดร้อน-ไล่ยิงคู่กรณีเจ็บถึงบนโรงพัก

เมื่อเวลา 05.30 น.วันที่ 12 ก.ค. นายปรัชญา สุวรรณกุล อายุ 29 ปี หนุ่มพนักงานร้านอาหาร ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดไล่ยิงถึง 3 นัดซ้อน เหตุเกิดหน้าร้านสะดวกซื้อ ห่างจาก สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพียง 80 เมตร กระสุนถูกแขนซ้ายได้รับบาดเจ็บ จึงวิ่งหนีขึ้นไปบนโรงพักเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่คนร้ายยังตามขึ้นไปถึงบนโรงพักจนตำรวจเข้าห้ามปรามคนร้ายจึงหลบหนีไป  จากการสอบสวน นายปรัชญา เล่าเหตุการณ์ว่า ได้ขี่รถจักรยานยนต์จากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าไปทางอำเภอแม่ริม เมื่อถึงจุดกลับรถหน้ากองพลทหารราบที่ 7 ก็มีรถเก๋งฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี  กลับรถตัดหน้าตรงจุดดังกล่าว ย้อนไปทางตัวอำเภอแม่ริม ทำให้ตนต้องเบรกกระทันหันและเกิดความไม่พอใจจึงขี่จักรยานยนต์ตามไปไล่แซงรถยนต์คันดังกล่าว ทำให้ชายที่ขับรถยนต์ขับรถไล่ติดตาม

นายปรัชญาให้การว่า ตนจึงขี่รถจักรยานยนต์หนีและวนไปมาหลายรอบ แต่รถยนต์คันดังกล่าว ยังคงขับไล่ติดตามตลอด ตนจึงขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดหน้าร้านสะดวกซื้อ ใกล้กับโรงพักแม่ริม ซึ่งมีกล้องวงจรปิด แต่คนขับรถซีอาร์วีก็ยังขับตามมาและจอดรถก่อนจะลงจากรถใช้มือตบศรีษะตน  “ตอนนั้นผมเห็นว่าไม่ปลอดภัยจึงวิ่งหนี คนขับรถซีอาร์วีจึงได้ชักอาวุธปืนออกมายิงตามหลังผมถึง 3 นัด ต่อหน้าประชาชนจำนวนมาก กระสุนปืนเฉียดแขนซ้ายได้รับบาดเจ็บ ผมจึงวิ่งขึ้นไปบนโรงพักขอความช่วยเหลือจากตำรวจ แต่คนร้ายยังตามขึ้นไปถึงบนสถานีตำรวจเพื่อจะทำร้าย ตำรวจจึงเข้ามาห้ามปราบปราม ก่อนที่ชายดังกล่าวจะหลบหนีไป”นายปรัชญากล่าว

พ.ต.ต.ตรีเพชร ป่าหวาย สว.สส.สภ.แม่ริม เผยว่า คนร้ายกระทำการอุกอาจมาก ถึงขั้นพกพาอาวุธปืนขึ้นมาถึงบนโรงพักเพื่อจะทำร้ายคู่กรณี เมื่อถูกห้ามปราบยังขับรถไปจอดรอนายปรัชญาอยู่บนถนนเพื่อจะเอาเรื่องอีก ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อออกหมายจับ ซึ่งตำรวจทราบข้อมูลของคนขับรถเลือดร้อนรายนี้แล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบหนุ่มใหญ่ขับเก๋งตระเวนหลอกขายสร้อยทองยัดไส้ ก่อเหตุหลายจังหวัด (คลิป)

 เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 1 ก.ค. พ.ต.ท.วรการ ป้องกัน รอง ผกก.ป.สภ.เมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พร้อม ร.ต.อ.สง่า ศรีสุข รอง สวป.สภ.เมืองฯ รับแจ้งจากนางสาวสร้อยสุดา ดำขุนทด อายุ 35 ปี พนักงานขายห้างทองไทยหยูล้ง เลขที่ 624 ถนน ราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมือง ว่าพบผู้ต้องสงสัยคาดเป็นคนร้ายนำทองปลอมไปหลอกขาย และจำนำกับร้านจำหน่ายทองหลายแห่งในพื้นที่ จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา และจ.ชลบุรี โดยมีกล้องวงจรปิดจับภาพพฤติกรรมไว้ได้ โดยมีการแชร์ภาพในกลุ่มผู้ประกอบการร้านทอง เพื่อช่วยกันชี้เบาะแส แต่ในขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเดินทางไปตรวจสอบ ผู้ต้องสงสัยไหวตัวทัน รีบเดินออกมาขับรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด สีดำ ทะเบียน ชษ 8222 กรุงเทพมหานคร ติดสติ๊กเกอร์ที่กระจกหน้ารถเป็นตราสัญลักษณ์ พร้อมข้อความ “รร.นายร้อย จปร.” เร่งความเร็วหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงรีบวิทยุสื่อสารสกัดตามเส้นทางที่คาดคนร้ายจะใช้หลบหนี จนสามารถติดตามควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทราบชื่อคือนายจิรศักดิ์ คงอยู่ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 199/2863 หมู่ 3 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ได้ที่บริเวณหน้าร้าน “รักกาแฟ ข้าวมันไก่” ถ.วัชรสฤษดิ์ หลังศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา จึงควมคุมตัวมาขยายผลการสอบสวน พร้อมตรวจค้นภายในรถ พบอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์เบอร์ 12 พร้อมเครื่องกระสุน 5 นัด เอกสารจำนำร้านทองหลายรายการ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พ.ต.ท.วรการ เปิดเผยว่า นายจิรศักดิ์เป็นผู้ต้องหาที่ก่อเหตุนำทองเคลือบเงินไปจำหน่ายหรือจำนำ ในร้านทองหลายจังหวัด ทั้งในจ.ชลบุรี ขอนแก่น ล่าสุดเมื่อเวลา 15.11 น. วันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา นายจิรศักดิ์นำสร้อยทองคำหนัก 1 บาท มาแลกเป็นทองแท่ง 50 สตางค์ และเงินสด 1 หมื่นบาท ที่ร้านทองเจริญสิน ข้างตลาดสดเทศบาลตำบล (ทต.) สูงเนิน อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ระหว่างพนักงานกำลังตรวจสอบพิสูจน์ทอง นายจิรศักดิ์ได้ขโมยทองแท่งแล้ววิ่งหนีออกจากร้าน ต่อมานายจิรศักดิ์ อ้างเป็นช่างรับซ่อมทองรูปพรรณ มาติดต่อขอซื้อตะขอทองเก่า 8 กรัม เงินเม็ด หนัก 1 บาท รวมมูลค่า 11,000 บาท แต่พนักงานร้านทองไทยหยูล้ง ซึ่งได้รับการแจ้งเบาะแสจากชมรมผู้ขายทอง เห็นรูปพรรณนายจิรศักดิ์ตรงกับคนร้าย จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าตำรวจให้มาจับกุมไปดำเนินคดี แต่นายจิรศักดิ์รีบหนีออกไป พร้อมเปลี่ยนเสื้อจากสีฟ้าเป็นสีขาว เพื่ออำพราง แต่ถูกติดตามจับกุมตัวได้หลังจากออกไล่ล่าในเขตเมือง เป็นเวลานานกว่า 30 นาที

จากการตรวจสอบประวัตินายจิรศักดิ์ มีหมายจับในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ที่ จ.ขอนแก่น โดยก่อเหตุลักษณะเดียวกันที่ จ.ชลบุรี หลังควบคุมตัวได้ นายสุเทพ ณัฐกานต์กนก ประธานชมรมร้านทองนครราชสีมา เดินทางมาชี้ตัวยืนยันเป็นคนเดียวกับที่สมาคมฯ ให้ข้อมูลไว้จริง พร้อมประสานผู้เสียหายในจังหวัดอื่นๆ มาชี้ตัวยืนยันดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

(ดูคลิป) นาทีรถจักรยานยนต์ตัดหน้ากระบะ ถูกชนท้ายกระเด็น คนขี่บาดเจ็บ

ที่บริเวณแยกทุ่งไก่ดัก ต.ท่ากุ่ม อ.เมือง จ.ตราด เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายรถจักรยานยนต์ มีผู้บาดเจ็บ 1 ซึ่งกล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณ 4 แยก สามารถจับภาพนาทีชีวิต ที่นายลี บุญรอด อายุ 50 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน กนค 87 ตราด กำลังเลี้ยวเข้าขวาเข้าหมู่บ้านคลองขัด แต่ถูกรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน ผข 2771 ระยอง ของ บมจ.คูโบต้า ระยอง ที่ขับตามหลังมาพุ่งชนท้าย ถึงแม้ว่าคนขับจะพยายามหักหลบแล้วก็ไม่ทัน ทำให้ทั้งคนทั้งรถจักรยานยนต์กระเด็นและไถลไปกับถนน แต่นายลี บาดเจ็บเป็นแผลถลอกตามร่างกายเท่านั้น  ส่วนรถจักรยานยนต์และรถยนต์เสียหายเล็กน้อยนายลี กล่าวว่า ตนเองขี่รถจักรยานท่าวัดท่ากุ่ม หลังจากไปซื้อกับข้าวแล้วกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน เมื่อมาถึง แยกทุ่งไก่ดัก ตนเองมองว่าไม่มีรถตามหลังมา จึงได้ขี่รถเปลี่ยนเลนเลี้ยวขวาเข้าบ้านคลองขุด ไม่รู้ว่ามีรถยนต์ตามหลังจนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น

ขณะที่คนขับรถยนต์ กล่าวว่า ตนเองเห็นแล้วรถจักรยานยนต์ของคู่กรณีได้ขี่ตัดหน้า ตนเองพยายามเบรกและหักหลบแต่ไม่ทัน ก่อนจะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ดังกล่าว

หลังจากเกิดเหตุรถกู้ชีพอบต.ท่ากุ่มได้เข้าช่วยเหลือปฐมพยาบาลนายลี พร้อมทั้งแจ้งไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองตราดทราบ เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาบันทึกเหตุการณ์ที่จุดเกิดเหตุต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวปวดท้อง อั้นไม่อยู่!! คลอดคารถ-ญาติเป็นห่วงสุดลุ้น จนท.รุดช่วย

 เมื่อเวลา 20.50 น. วันที่ 27 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์วิทยุตำรวจ 191 ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือหญิงปวดท้องครรภ์ ที่บริเวณหน้าวิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก อ.เมืองพิษณุโลก จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ช่วยกู้ภัยข่าวภาพ จัดส่งเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องการทำคลอด รุดไปให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน บริเวณเกิดเหตุ พบรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ แคป ทะเบียน บว-5197 พิษณุโลก จอดอยู่ชิดฟุตปาธ พบมีหญิงสาวตั้งครรภ์ นอนปวดท้องอยู่ภายในรถ โดยมีญาติที่เดินทางมาด้วยดูแลอยู่ด้วยความเป็นห่วง เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการได้เร่งทำการช่วยเหลือทำคลอด จนหญิงสาวสามารถคลอดบุตรเป็นเพศหญิงได้อย่างปลอดภัย

หลังจากนั้นได้นำตัวส่งโรงพยาบาลพุทธชินราช เพื่อให้แพทย์ดูแลตรวจสภาพร่างกาย โดยมีสุขภาพแข็งแรงทั้งแม่และลูก

ที่มา>>>ข่าวสด

คาร์บอมบ์ถล่มที่นราฯ!! ข้างรร.บ้านสุไหงโกลก เจ็บ 2 – วงจรปิดจับภาพตอนลงมือไว้ได้!!

เมื่อเวลา 06.10 น. วันที่ 26 มิ.ย. 59 พ.ต.อ.กองอรรถ สุวรรณขำ ผกก.สภ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายวางระเบิดคาร์บอมบ์ ที่บริเวณถนนระหว่างข้างกำแพงโรงเรียนบ้านสุไหงโกลก กับฐานปฏิบัติการณ์หมวดเฉพาะกิจ นปพ.นราธิวาส 33 ซึ่งตั้งอยู่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 คน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย จึงพร้อมด้วย ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ตชด.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบเพลิงกำลังลุกไหม้ซากเศษชิ้นส่วนของรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิซู รุ่นไทตัลสีบรอส์ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ที่ตกกระจัดกระจายควบคู่กับชิ้นส่วนของแผงจำหน่ายสินค้าในรัศมีกว่า 100 เมตร เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานหน่วยบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองสุไหงโกลก มาทำการฉีดน้ำดับไฟ พร้อมทั้งได้นำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 คน คือ 1.นายชัยวิทย์ อารีกูลชัย 40 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณหน้าผาก 2.นายซากีรัน มูเซาะ 19 ปี มีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อ ส่งรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงโกลกอย่างเร่งด่วนต่อมาเมื่อเพลิงสงบลงเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบซากรถยนต์กระบะเหลือเพียงเครื่องยนต์และครัทซี ส่วนแผงจำหน่ายสินค้าถูกอนุภาพระเบิดได้รับความเสียหายประมาณ 9 หลัง นอกจากนี้กำแพงรั้งของที่ตั้งสำนักงานไปรษณีย์สุไหงโกลกหลังเก่า ซึ่งปัจจุบันชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ตชด.และหมวดเฉพาะกิจ นปพ.นราธิวาสที่ 33 ใช้เป็นฐานปฏิบัติการณ์ชั่วคราว ถูกอนุภาพของระเบิดจนกำแพงถล่มลงมาพัง 3 ช่วง แถมที่พักแบบน็อคดาวส์ จำนวน 3 หลัง ได้รับความเสียหาย แต่ถึงอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้เดินตรวจสอบในรัศมี 100 เมตร ยังพบกระจกของโรงแรมพล่าซ่า อาคารพาณิชย์ และอาคารของโรงเรียนบ้านสุไหงโกลก ถูกอนุภาพของระเบิดได้รับความเสียหายในครั้งนี้ด้วย

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 1 คน ขับรถยนต์กระบะบรรทุกระเบิดมาจอดที่บริเวณแผงจำหน่ายสินค้า และได้มีคนร้ายอีก 1 คน ขี่รถ จยย.มารับ และได้พบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ สภ.สุไหงโกลก 4 นาย ที่ขี่รถ จยย. 2 คัน โดยตำรวจได้จอดรถสอบถามว่า มาจอดรถยนต์กระบะที่จุดดังกล่าวทำไม แต่คนร้ายไม่สนใจได้เดินไปซ้อนท้ายรถ จยย.ที่เพื่อนขี่มารับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขี่รถ จยย.ไล่ติดตาม แต่ไม่พบตัว และอีก 3 นาทีต่อมาจึงได้เกิดระเบิดขึ้นดังกล่าว

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อสร้างสถานการณ์ร้ายรายวันให้เกิดความปั่นป่วนในพื้นที่

ที่มา>>>ข่าวสด

‘บลูแองเจิล-ธันเดอร์เบิร์ด’ เครื่องโหม่งโลกวันเดียวกัน นักบินดับ 1 นาย

เอฟ/เอ-18 ฝูงผาดแผลง บลูแองเจิล โหม่งโลกคร่าชีวิตยอดนักบิน 1 นาย ที่รัฐเทนเนสซีระหว่างซ้อมบินก่อนมีโชว์ช่วงสุดสัปดาห์ โดยก่อนหน้านี้ เอฟ-16 ของฝูงบินผาดแผลง ธันเดอร์เบิร์ด ก็ตกที่โคโลราโด แต่นักบินดีดตัวออกมาได้ปลอดภัย…

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2559 ตามเวลาสหรัฐอเมริกา เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินเอฟ/เอ-18 ซี ฮอร์เน็ต ของฝูงบินผาดแผลงบลูแองเจิล (US.NAVY Blue Angles) กองทัพเรือสหรัฐฯ ตกในเขตใกล้เมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี ระหว่างที่มีการฝึกบินซ้อมคิวการแสดง ในงานแสดงการบินช่วงสุดสัปดาห์นี้ควันพวยพุ่งหลังเครื่องบินเอฟ/เอ-18 กระแทกพื้น

เจนนิเฟอร์ เอลเลียต ประชาชนที่ยืนชมการฝึกบิน ซึ่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุกล่าวกับ นสพ.เดอะเทนเนสเซียน ว่า หลังจากเธอยืนดูการบินแล้วเดินเข้ามาในบ้าน ได้ยินเสียงดังสนั่น พร้อมระเบิดลูกไฟดวงใหญ่ พร้อมควันพวยพุ่งหลังเครื่องกระแทกพื้น ทุกอย่างในเวลานั้นมันทำให้ช็อกไปเลย เสียงเหมือนรถยนต์ชนกันใกล้ๆ บ้าน

ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ระบุว่า นักบินของเครื่องลำที่ตก คือ กัปตันเจฟฟ์ คุส จากกองบินนาวิกโยธิน ไม่ได้ดีดตัวออกจากเครื่อง คาดว่าจะเสียชีวิตไปกับเครื่องบินแล้ว กำลังอยู่ในระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่นิรภัยการบินของกองทัพเรือสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามไม่มีพลเรือนบาดเจ็บจากเหตุเครื่องบินตกเอฟ-16 ของฝูงบินธันเดอร์เบิร์ด ตกในทุ่งหญ้าหลังบินแสดง

ก่อนหน้านี้ วันเดียวกัน เครื่องบิน เอฟ-16 ซี ฝูงบินผาดแผลง ธันเดอร์เบิร์ด (USAF Thunder Birds) ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ก็เกิดอุบัติเหตุตกในทุ่งหญ้าในโคโลราโดเช่นเดียวกัน หลังจากทำการแสดงบินผาดโผนโชว์ในพิธีจบการศึกษาของนักเรียนนายเรืออากาศสหรัฐฯ ที่โคโลราโดสปริง รัฐโคโลราโด โดยนักบินสามารถดีดตัวออกมาจากเครื่องได้อย่างปลอดภัยเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยของ ทอ.สหรัฐ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่มา>>>Thairath

ฟอร์จูนเนอร์ซิ่งฝ่าสายฝนเสยท้ายเก๋ง สาวช็อก!แม่ผัวหัวกระแทกดับคาที่

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 1 มิ.ย. พ.ต.ท.เกตุชัย นาสอน รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.บางระกำ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายกันเสียหลักพลิกคว่ำ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บนถนนเส้นพิษณุโลก-นครสวรรค์ ขาเข้าเมือง ใกล้ปั๊มคอสโม่ หมู่ 4 บ้านหนองเต่าดำ ต.วังอิทก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลบางระกำ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถานที่เกิดเหตุพบรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน กน-3928 ระยอง ชนท้ายกับรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีบรอนซ์-เทา ทะเบียน 4 กก-5480 กรุงเทพ ส่งผลทำให้รถยนต์ฮอนด้า เสียหลักพลิกคว่ำตกลงไปร่องกลางถนนเสียหายพังยับเยินทั้งคัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยตรวจสอบในห้องโดยสารพบผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 3 ราย คือ น.ส.ปนัดดา บุญมั่น อายุ 26 ปี คนขับ นายเรียม สายทอง อายุ 52 ปี นั่งข้างคนขับ นางเตรียม ขอบทอง อายุ 48 ปี นั่งเบาะหลัง และมีผู้เสียชีวิตอีกจำนวน 1 ราย ทราบชื่อคือ นางอุไร สายทอง อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 451 หมู่ 2 ต.คลองยาง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย สภาพศพที่ศีรษะมีบาดแผลถูกแรงกระแทก เสียชีวิตคาที่อยู่เบาะนั่งด้านหลัง ส่วนคนขับรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์คู่กรณี ทราบชื่อคือนายวิษณุ พาติด อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89/211 หมู่ 3 ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ น.ส.ปนัดดา ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ของนางอุไร สายทอง ผู้เสียชีวิต ขับรถพาครอบครัวเดินทางกลับบ้านพักที่ จ.สุโขทัย ระหว่างทางขับมาถึงจุดเกิดเหตุ มีฝนตกลงมาอย่างหนัก จึงชะลอความเร็วรถ โดยขับมาอย่างช้าๆ ซึ่งรถยนต์คันข้างหน้าขับช้าเช่นกัน ระหว่างนั้นมีรถฟอร์จูนเนอร์ของนายวิษณุขับตามท้ายมาด้วยความเร็วสูง และไม่ทันระวังว่ารถคันข้างหน้าที่วิ่งกำลังอยู่ ประกอบกับถนนลื่นเนื่องจากฝนตกจนเป็นเหตุทำให้พุ่งชนท้ายรถฮอนด้าอย่างแรง ก่อนเสียหลักพลิกคว่ำตกลงข้างทาง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายกับนายวิษณุ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนศพของผู้เสียชีวิตได้ส่งไปผ่าชันสูตรที่โรงพยาบาลพุทธชินราช ก่อนมอบให้ญาติรับกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีศาสนาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด