ฮือฮา!ชายแต่งชายหนุ่มศรีสะเกษบ่มรัก 6 ปี หอบสินสอด4หมื่นแต่งสาวประเภท 2

เมื่อวันที่ 28 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 73 บ้านสองชั้น ม.14 ต.นาดี อ.เมือง จ.สุรินทร์ มีการจัดงานแต่งงานระหว่างหนุ่มศรีสะเกษ วัย 21 ปี กับสาวประเภทสอง ผู้โชคดีชาวจังหวัดสุรินทร์ พบมีชาวบ้านจำนวนมากกำลัง ลุ้นและเชียร์การทำพิธีแต่งงานเดินผ่าน ประตูเงิน ประตูทอง อย่างสนุกสนาน ขณะที่บริเวณลานหน้าบ้านได้จัดเตรียมงานเลี้ยงโต๊ะจีน เวที เครื่องเสียง เพื่อฉลองสมรส โดยบนบ้านหลังดังกล่าว ก็ได้ประกอบพิธีงานมงคลสมรส โดยมีแขกเหรื่อมาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก201611281506108-20160916135536พบคู่บ่าวสาว กำลังเตรียมเข้าพิธีผูกข้อไม้ข้อมือตามประเพณี ทราบชื่อเจ้าบ่าวคือนายเทียนชัย เต่าทอง อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37/4 ม.9 บ.ทาม ต.ทาม อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ส่วนเจ้าสาวประเภทสอง ทราบชื่อคือน้องใบตอง หรือนายสุชาติ สายน้อย อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดสุรินทร์ โดยมีการจัดเตรียมสินสอดมาเป็นจำนวนเงิน 40,000 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท กับแหวน แต่งงานอีก 1 สลึง และมีการจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนจำนวน 20 โต๊ะ มีแขกเหรื่อในหมู่บ้านทั้งแขกของเจ้าบ่าว และเจ้าสาวมาร่วมงานเป็นสักขีพยานรักในครั้งนี้ กันอย่างคึกคักและอบอุ่นเป็นอย่างยิ่ง201611281506109-20160916135536น้องปอนด์ หรือนายวิทยา บัวบาล เพื่อนของเจ้าสาว กล่าวว่า เจ้าสาวเป็นคนน่ารัก อัธยาศัยดี ดีใจกับเพื่อน ทุกๆคนที่มางานแต่งวันนี้ ทุกคนปลื้ม และดีใจกับเพื่อนมาก ที่เพื่อนมีวันนี้ สำหรับเพศที่สามอย่างเรา อย่างน้อยก็เป็นส่วนหนึ่งและเป็นกำลังใจให้กับสาวประเภทสองในประเทศไทย ตนคิดว่าทุกวันนี้สังคมไทยจะต้องเปิดกว้าง ให้กับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็สามารถรักกันได้ มีเยอะแยะมากมาย201611281506106-20160916135536น้องใบตอง หรือนายสุชาติ สายน้อย เจ้าสาว กล่าวว่า ไปรู้จักกับเจ้าบ่าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แถวสุทธิสาร ที่กรุงเทพฯ ได้แลกเบอร์โทรศัพท์กันและโทรศัพท์คุยติดต่อกันมาโดยตลอด เมื่อ 6 ปีที่แล้ว พรุ่งนี้ก็จะครบรอบ 6 ปีบริบูรณ์ ตนเป็นฝ่ายจีบเจ้าบ่าวก่อนเพราะเขาเป็นคนนิ่งมาก ตลอดระยะเวลา 6 ปีก็มีทะเลาะกันบ้าง เรื่องบุคคลที่ 3 แต่เราร่วมทุกข์ ร่วมสุขกันมานาน สามารถปรับความเข้าใจกันได้ อุปสรรคความรักของคู่ตนไม่ค่อยมี เพราะสังคมเริ่มยอมรับเรื่องชายรักชาย ไม่ว่าจะไปทางไหน เราเท่าเทียมกันหมด สินสอดเงินสด 40,000 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท กับแหวน แต่งงานอีก 1 สลึง หลังแต่งงานเสร็จก็จะพากันกลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ201611281506101-20160916135536นายเทียนชัย เต่าทอง เจ้าบ่าว กล่าวว่า ประทับใจในตัวเจ้าสาวมาโดยตลอด เป็นคนจัดการของเขาเอง ก่อนแต่งงานพ่อกับแม่ของตนก็เจอเจ้าสาวตลอดเวลาที่ขึ้นไปเล่นด้วยที่กรุงเทพฯ พ่อแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร มันอยู่ที่ใจเรา พ่อแม่พอใจไม่มีปัญหา ซึ่งก่อนหน้าก็เคยคบหามีแฟนเป็นผู้หญิงมาก่อน ชายรักชาย เป็นเรื่องของความรัก มันอยู่ที่ใจเราเอง จะรักเจ้าสาวคนนี้ตลอดเวลาที่มีชีวิตอยู่ด้วยกัน

ด้าน เจ้าสาว กล่าวทิ้งทายผ่านสื่ออีกว่า เราจะรักกันตลอดไป และจะรักกันแบบสุดๆตลอดไป

ที่มา>>>ข่าวสด

แม่วอนเห็นใจ ลูกสาวโดนลูกหลงเป็นแผลเหวอะที่ขา 1 เดือนแล้วคดีไม่คืบ(คลิป)

คลิปนี้โพสต์โดย โคตรห้าวv2 ระบุว่า เป็นแม่ของหญิงสาวคนหนึ่งโพสต์ขอความเป็นธรรม หลังจากลูกสาวโดนลูกหลงจากเหตุการณ์วัยรุ่นทำร้ายกันในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านพญาไท กทม. โดยเป็นแผลฉกรรจ์ที่ขาทั้ง 2 ข้าง ต้องเย็บหลายสิบเข็ม โดยเหตุเกิดเกิดขึ้นมานับเดือนแล้ว แต่คดีไม่คืบ%e0%b8%9f%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%9fโดยแม่ของผู้เสียหายระบุว่า ผู้เคราะห์ร้ายสามารถเรียกร้องอะไรได้บ้าง นอกจาก รอ รอ รอ รอดูชีวิตคนที่ทำผิดมีความสุขหรอคะ help share !! #ความรับผิดชอบชั่วดีหละคะ #ขาน้องต้องเป็นแบบนี้ไปตลอดชีวิต เพราะการกระทำจากความแค้นของคนๆนึงที่คิดจะทำร้ายคนอื่น แต่โชคร้ายของลูกสาวเราต้องมารับเคราะในการกระทำครั้งนี้ #ช่วยเราแชร์ #แชร์วนไปเลยนะคะ

 ดิฉันไม่รู้หรอกค่ะว่ามันจะจบยังไง คดีนี้ แต่ถ้าคุณตีค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับลูกฉันเป็นแค่เงินผ่อน หรือเงินแค่16000บาท (ไม่เป็นไรคะ) ไม่เอาก็ได้ค่ะ จ่ายค่ารักษามาวันแรก14000แต่ฉันจ่ายค่ายาไป 15000 #ไม่เคยมาถามไถ่เลยกันเลย #ว่าแผลน้องเป็นยังไง #มา2วันแรก #แต่กลับใช้ชีวิตปรกติสุขดี #เหมือนไม่เคยทำร้ายใครมา

14519893_333384190338929_3320980539859308043_nหลักฐานชัดเจน ไม่มีการทะเลาะวิวาท มีแต่เจตนาเข้ามาทำร้ายคนอื่น ทั้งที่เขานั่งหันหลังอยู่ โชคดีแค่ไหนที่ลูกเราโดนแค่ขา ถึงแค่ขาแต่ตอนนี้ลูกเหมือนคนจิตตก จะถ่ายของลงขายในเนตหรือชุด
ที่ร้านก็ทำไม่ได้แล้ว จะถ่ายรูปพอเห็นแผลต้องปิด ต้องถ่ายแต่รูปครึ่งตัว หันข้าง ถามตลอดทุกวันแผลจะเป็นยังไง จะดีขึ้นไหมแม่ หัวอกคนเป็นพ่อแม่เราจะสู้เองค่ะถ้าไม่มีการติดต่อมา นั่งแชร์นั่งโพสอยู่นี่แหละ คุณตำรวจบอกให้รอ รอมา 1 เดือนเต็มแล้วค่ะ14479712_333384253672256_5401906993439147541_nลูกสาวโดนลูกหลงจากขวดที่ตีค่ะ คนโดนตีคือเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆเรื่องมัน 1 เดือนแล้ว แต่ความรับผิดชอบของคนที่กระทำไม่คืบหน้า ช่วยมาวันแรกที่โดน 14000 แต่ค่ารักษาวันแรกมัน 15000
คดีอยู่ที่ สน 1 เดือนแล้วค่ะไม่คืบหน้าเลย #สน.พญาไท ค่ะ ตั้งแต่ 23 เดือน 8 เค้าจ่ายมา14000 ปรึกษาผู้ใหญ่มาแล้วจะช่วยเราอีก 2000

ที่มา>>>ข่าวสด

ฮือฮา!! ดร.เสรีโพสต์รูปบ้านหรู 3 หลังที่อเมริกา ระบุเอาไว้อยู่ตอนแก่ตัว

เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.เสรี วงษ์มณฑา แกนนำและนักปราศรัยบนเวทีกปปส. โพสต์รูปในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า มาอเมริกาคราวนี้ มาดูบ้าน 3 หลัง เผื่อแก่แล้ว หากินไม่ไหว จะได้มาอาศัยเขาอยู่ หลังแรกขายร้านอาหารที่เมืองไทย เอาเงินมาดาวน์ แล้วน้องสาวกับน้องเขยผ่อนต่อ หลังที่สอง ของหลานชายคนเล็ก ดาวน์ให้เขาแล้ว เขาผ่อนเอง หลังที่สาม ของหลานชายคนโต เขาดาวน์ เขาผ่อนของเขาเอง พื้นที่มากกว่า 2 ไร่ครึ่ง

ที่มา>>>ข่าวสด

เป็นเรื่อง! เจ้าของร้านอาหารเกาะสมุย จ้างคนงานพม่าทาสีทับเส้นจราจรผิดจุดโดนจับ

เป็นเรื่อง!! จ้างแรงงานชาวเมียนมาแก้ไขทาสีขอบทางเท้าแต่ดันทาผิดจุด จึงโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.บ่อผุด จับกุม โดยก่อนหน้านี้เจ้าของร้านอาหารริมถนนเลียบชายหาดเฉวง ได้นำสีมาทาทับขอบทางเท้าจากเดิมเป็นสีขาวดำ นำสีมาทาทับใหม่เป็นสีขาวแดง เพื่อไม่ให้รถจักรยานยนต์มาจอดที่บริเวณหน้าร้าน จนชาวบ้านมองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อการทำธุรกิจของตัวเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจึงสั่งให้แก้ไขเหมือนเดิมเมื่อเวลา 15.00น. วันที่ 27 ก.ค. ร.ต.อ.ปริญญา รักษาแก้ว รองสารวัตรจราจร สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้ร้บเรื่องร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวและประชาชนว่า ที่บริเวณทางเท้าและถนนหน้าร้านอาหารบอนได ถนนเลียบหาดเฉวง ม.2 ต.บ่อผุด พบว่ามีการนำสีขาวแดง และสีดำมาทาทับเส้นจราจรเปลี่ยนไปจากเดิม จนทำให้ชาวบ้านสงสัยว่าจุดดังกล่าวจอดรถจักรยานยนต์ได้หรือไม่ หลังจากทราบเรื่องจึงได้รุดเดินทางไปตรวจสอบ

จากการตรวจสอบจุดดังกล่าวอยู่ในใจกลางแหล่งท่องเที่ยวหาดเฉวง เกาะสมุย ที่บริเวณหน้าร้านอาหารบอนได พบว่าตรงขอบทางเท้าหน้าร้านดังกล่าวซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะมีการแก้ไขจากเดิมสีขาวดำหมายถึง สามารถจอดรถได้แต่ต้องจอดชิดขอบทาง มาเป็นสีขาวแดงซึ่งหมายถึง ห้ามหยุดรถ ห้ามจอดรถ และหยุดรถเพื่อรับ-ส่งใดๆทั้งสิ้น และที่ผิวจราจรจากเดิมมีการตีเส้นแบ่งช่องสำหรับจอดรถจักรยานยนต์ได้ ก็มีการนำสีดำมาทาทับเพื่อไม่ให้จอดรถจักรยานยนต์ ซึ่งการแก้ไขดังกล่าวไม่ได้รับการอนุญาตจากเทศบาลนครเกาะสมุย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาในแหล่งท่องเที่ยวแล้วไม่กล้าจอดรถจักรยานยนต์ที่จุดดังกล่าวเพราะกลัวจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุม

จากการสอบถามนายวินัย หงษ์ทอง พนักงานประจำร้านอาหารบอนได บอกว่า เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ผู้จัดการร้านได้ว่าจ้างให้แรงงานชาวเมียนมามาทาสีที่ขอบทางเท้าให้เป็นสีขาวดำ แต่คาดว่าคนงานน่าจะเข้าใจผิดเลยไปทาสีทับเส้นแบ่งช่องจอดรถจักรยานยนต์ ซึ่งได้ติดต่อไปยังผู้จัดการร้านให้ทราบเรื่องแล้ว

ด้าน ร.ต.อ.ปริญญา รองสารวัตรจราจร เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยเข้ามาตักเตือนที่ผู้ประกอบการนำสีมาทาที่ขอบทางซึ่งปรกติจะเป็นสีขาวดำ แต่ทางร้านมีเจตนาทาให้เป็นสีขาวแดงเพื่อไม่ให้รถจอดที่บริเวณจุดนี้ และก่อนหน้าที่ทางเทศบาลนครเกาะสมุย ก็ได้ตีเส้นเป็นจุดสำหรับจอดรถจักรยานยนต์ไว้ แต่วันนี้ได้มีการทาสีดำทับเส้นแบ่งจอดรถจักรยานยนต์เพื่อไม่ให้จอดรถตรงจุดนี้ได้ ซึ่งจะมองได้ว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ของทางร้านเพื่อไม่ให้มีรถขวางหน้าร้านสามารถเดินทางเข้าออกได้สะดวก

ซึ่งการทำเช่นนี้เป็นการทำความผิดตามพ.ร.บ.จราจรทางบก ตามมาตราที่ 29 คือการทำลายสัญญานจราจร เครื่องหมายจราจรบนพื้นทางที่เจ้าพนักงานได้ติดตั้งไว้ ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ซึ่งจะได้เรียกตัวผู้จัดการร้านและผู้ที่ทาสีมาแก้ไขให้เหมือนเดิม และทำการเปรียบเทียบปรับต่อไป

นอกจากนี้หากเจ้าของสถานประกอบการ หรือชาวบ้านทั่วไปที่คิดว่าจุดไหนไม่เหมาะสมกับเครื่องหมายจราจรที่ติดตั้งไว้ในปัจจุบันนี้ สามารถยืนเรื่องหรือมาพูดคุยกับงานจราจรเพื่อจะได้ตั้งเรืองเปลี่ยนแปลงเพื่อความเหมาะสมต่อไป ห้ามมีการดัดแปลงหรือขีดเขียนโดยตนเองโดยเด็ดขาดซึ่งจะมีโทษตามพ.ร.บ.จราจรทางบก

ที่มา>>>ข่าวสด

แฟนหนุ่มออสซี่บินมาไทย ส่งวิญญาณ”น้องแจน” เหยื่อฆ่ารัดคอที่สารคาม

จากคดีสะเทือนขวัญเมืองสารคาม คนร้ายลวงสังหาร น.ส.รุจิษยา หรือแจน อมรศรีรัตนชัย อายุ 23 ปี ลูกสาวนายสมชาติ อมรศรีรัตนชัย ชื่อในวงการพระเครื่อง “เล็ก สารคาม”   ทิ้งศพบริเวณพงหญ้าข้างถนนบายพาสรอบเมืองมหาสารคาม   ต่อมาตำรวจจับกุมนายศักดา ประเสิร์ฐสังข์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114 หมู่ 15 ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม พนักงานเสิร์ฟร้านอาหารแห่งหนึ่งในต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม ผู้ต้องหาฆ่าน.ส.รุจิษยา อ้างแค้นผู้ตายทวงเงิน 1.5 พัน   ล่าสุด นายแมนนูเอล ฟาร์ดูลี่ หรือ”แมนนี่” แฟนหนุ่มชาวออสเตรเลียของ”น้องแจน” ได้โพสต์ในเฟซบุ๊ค  Manuel Fardouly‎   ระบุว่า “แมนนี้กำลังจะไปเจอแจน จะไปส่งแจนนะ ขอให้แจนไปสบายนะคะ แมนนี้รักแจนนะ และแจนจะอยู่ในความทรงจำของแมนนี้ตลอดไป”

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวบ้านกระบี่เดือดร้อน แมลงวันบุกบ้าน

ชาวบ้านกว่า20ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนนานนับเดือน ฉีดพ่นฆ่าแมลงยิ่งยกโขยงมากขึ้น ต้องปิดประตูบ้านหนี เผยมาจากฟาร์มไก่ในพื้นที่ใกล้เคียง วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไข

เมื่อเวลา 13.00 น..วันที่ 20 ก.ค.59  ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียน จากชาวบ้านหนองถ้ำและบ้านหินลับ ม.3 ต.คลองหิน  อ.อ่าวลึก  จ.กระบี่  ว่า ได้รับความเดือดร้อนจากฝูงแมลงวันจำนวนมาก บินวนเวียนเข้ามาในบ้านเรือนประชาชนตลอดเวลา  สร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก มานานกว่า1 เดือน   ในเบื้องต้นคาดว่าแมลงวันมาจากฟาร์มเลี้ยงไก่ของเอกชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียง  จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบที่บ้านของนายวิชิต โบบทอง อายุ 43 ปี เลขที่109/4 ม.3 ต.คลองหิน บ้านปูนชั้นเดียวหลังใหญ่  เมื่อตรวจสอบตามบริเวณตามพื้นกระเบื้อง ประตูบ้าน และม้านั่งหินอ่อนข้างบ้าน พบแมลงวันเกาะอยู่จำนวนนับหมื่นตัว รวมทั้งที่ตายเพราะถูกยาฆ่าแมลงกองเรียงราย ขณะที่ร้านขายของชำและร้านอาหารในหมู่บ้านก็ประสบปัญหาแมลงวันตอมจนขายไม่ได้และต้องทิ้งลงถังขยะนายวิชิต  กล่าวว่า ครอบครัวของตนอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้มานานกว่า20 ปีแล้วไม่เคยมีปัญหา จนกระทั่งเมื่อ2 ปี ก่อนได้มีเอกชนมาสร้างฟาร์มไก่ห่างจากบ้านประมาณ200 เมตร หลังจากนั้นก็เริ่ม มีปัญหาเรื่องกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาจากฟาร์มไก่ สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ชาวบ้านใกล้เคียงไม่ต่ำกว่า20ครัวเรือน  และเวลาที่มีรถบรรทุกขี้ไก่ผ่านหน้าบ้านส่งกลิ่นเหม็นอบอวนสร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก  และเมื่อประมาณ1 เดือนที่ผ่านมา เริ่มมีฝูงแมลงวันมาบินวนเวียนตามบ้านเรือนและเกาะตามภาชนะ อาหาร  ไม่เว้นแม้กระทั่งเสื้อผ้าที่มาตากไว้  บางรายก็ต้องปิดประตูบ้านประตูหน้าต่างเพื่อหนีแมลงวัน

ที่ผ่านมาก็ได้แจ้งไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ สาธารณสุขจังหวัด  รวมทั้ง อบต.คลองหิน แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้  ล่าสุดทางเจ้าของฟาร์มให้ยาฆ่าแมลงมาฉีดพ่น แต่ไม่ได้ผล ยิ่งฉีดแมลงวันตายมากเท่าไหร่ ยิ่งยกโขยงกันมามากขึ้น  สุดท้ายต้องปิดประตูบ้านหนี ทำ  ขณะที่นายพงศธร  วงศ์แดง อายุ59 ปี ผู้นำศาสนาในหมู่บ้านกล่าวว่า  ชาวบ้านความเป็นอยู่ในความลำบากมากขึ้น ส่วนเด็กเล็กอายุประมาณ2-3 ขวบ พบว่าป่วยเป็นหวัดและเป็นโรคทางเดินหายใจบ่อยครั้ง และยังมีเรียนศาสนาได้รับผลกระทบด้วย จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและหาทางแก้ปัญหาโดยเร็ว เพราะชาวบ้านเดือดร้อนมานานมากแล้วทั้งเรื่องกลิ่นเหม็นและแมลงวัน

ด้านนายศิลา ไสยิด   นายกอบต.คลองหิน กล่าวว่าที่ผ่านมาหลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านก็ได้มอบหมายให้ปลัดอบต.เข้าไปตรวจสอบที่ฟาร์มไก่ดังกล่าวแล้ว ก็ได้รับรายงานมาว่าสาเหตุ ที่มีแมลงวันจำนวนมาก เนื่องจากสายพานลำเลียงขี้ไก่ ขาดจำนวน10 เส้น ทำให้ระบบกำจัดขี้ไก่มีปัญหาจึงมีแมลงวันมาอยู่จำนวนมาก  ซึ่งขณะนี้ได้สั่งให้เจ้าของฟาร์มดำเนินการแก้ไขหลังจากนี้ก็จะเข้าไปดำเนินการตรวจสอบและติดตามผลอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

สาว19ดับสลด ซิ่งกระบะหลุดโค้งชนต้นไม้ที่กำแพงเพชร ขอบประตูบาดคอเกือบขาด

สาววัย 19 ปี ซิ่งกระบะกลับจากเที่ยว ช่วงลงสะพานข้ามแม่น้ำปิงที่กำแพงเพชร หลุดโค้งชนเหล็กกั้นขาด พุ่งอัดต้นไม้ซ้ำ เสียชีวิตคอเกือบขาดคาเบาะคนขับ ส่วนเพื่อน 2 คน บาดเจ็บในรถพบขวดสุรา พยานเผยรถมาเร็ว ไม่เปิดไฟหน้า เบรกล้อตายตลอดทาง

เมื่อเวลา 03.40 น. วันที่ 18 เม.ย. 59 ร.ต.ท.อภิวัฒน์ มุ้งทอง พงส.สภ.เมืองกำแพงเพชร รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนต้นไม้ที่ทางลงสะพานข้ามแม่น้ำปิง หมู่ 3 ต.นครชุม อ.เมืองกำแพงเพชร รุดตรวจสอบพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ด้านหลังมีคอกเหล็ก ทะเบียน 1ฒณ 3565 กรุงเทพมหานคร อยู่กลางถนน สภาพรถด้านหน้าพังเละ ในรถพบศพ น.ส.เพ็ญนภา ปทุมผาย อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 ซอยรังสิต-นครนายก ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ติดอยู่กับเบาะคนขับ ขณะราวเหล็กกั้นบริเวณดังกล่าวถูกชนขาด ทั้งนี้ ในรถยังพบขวดสุราที่เหลืออยู่ครึ่งขวดตกอยู่ด้วย

จากการสอบถาม นายเจนรุต บุญตา อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110/14 หมู่ 3 ต.นครชุม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้าจะเกิดเหตุประมาณ 20 นาที ขณะรอเพื่อนอยู่ที่ลานโพธิ์ฝั่งในเมือง เห็นรถคันดังกล่าวขับข้ามสะพานจากฝั่งนครชุม เข้าตัวเมืองด้วยความเร็วสูง และยังปิดไฟหน้าวิ่งพร้อมกับเบรกแบบล้อตายเป็นระยะ แล้วขับไปตามถนนสายเลียบริมแม่น้ำปิง ต่อมา นายเจนรุต ข้ามฝั่งมาที่ร้านอาหารฝั่งนครชุม ขณะที่นั่งรับประทานอาหารได้ยินเสียงรถชนดังสนั่น จึงรีบพากันมาดูก็พบว่าเป็นรถคันดังกล่าว มีผู้บาดเจ็บด้วย 2 คน อีกคนปีนออกมาทางหน้าต่าง และบอกว่าเพิ่งกลับจากเที่ยวทั้งนี้ ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน คือ น.ส.รัตนากร โฆษะ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 หมู่ 5 ต.สักงาม อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร มีบาดแผลที่ข้อมือ และ น.ส.กัญญารัตน์ ทองแพง อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 242 หมู่ 3 ต.ปางตาไว อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร รับบาดเจ็บเล็กน้อย หน่วยกู้ภัยข่าวภาพกำแพงเพชร นำตัวส่ง รพ. ส่วนผู้เสียชีวิตหน่วยกู้ภัยได้ช่วยกันนำร่างออกจากรถ พบว่ามีบาดแผลฉกรรจ์ที่ใบหน้า คอถูกขอบประตูบาดจนเกือบขาด นำส่ง รพ.กำแพงเพชร เพื่อให้แพทย์ชันสูตรพลิกศพต่อไป.

ที่มา>>>Thairath