ลวงฆ่าหนุ่มหล่อ ปวส.เทคนิค! ยิงอกโยนสระ พุ่งปมชู้สาว

หนุ่มวัย 19 นักศึกษา ปวส.เทคนิคอุดรธานี หายออกจากบ้าน ก่อนพบเป็นศพถูกยิงตายแช่อยู่ในสระน้ำกลางไร่อ้อยต่างอำเภอ แม่แทบทรุด บอกลูกชายเป็นเด็กดี ไม่เคยเที่ยวกลางคืน ตำรวจมุ่งปมชู้สาว เพราะหน้าตาดีมีหญิงสาวติดพันหลายคน…

วันที่ 26 พ.ค. ร.ต.อ.อัศราพงษ์ ผิวขาว รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านเทื่อม จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งพบคนถูกยิงเสียชีวิตในสระน้ำ กลางไร่อ้อย บ้านโนนสะอาด หมู่ 15 ต.เขือน้ำ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ รุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.ท.ยศพนธ์ เสริมรัมย์ รอง ผกก.สส.สภ.บ้านเทื่อม เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร รพ.บ้านผือ และเจ้าหน้ามูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม

ที่เกิดเหตุเป็นไร่อ้อย อยู่ห่างจากถนนสายระหว่างบ้านโพธิ์–บ้านโนนสะอาด ประมาณ 500 เมตร มีถนนลูกรังตัดผ่านเข้าไปในกระท่อมนา ด้านในมีสระน้ำกว้างประมาณ 1 งาน ลึก 6 เมตร น้ำลึก 2 เมตร พบศพชายหนุ่มอายุประมาณ 20-25 ปี รูปร่างผอม สูง 170-175 ซม. ผิวขาว สภาพศพสวมกางเกงบ็อกเซอร์สีดำตัวเดียว กึ่งนั่งกึ่งนอนแช่น้ำในสระ จากการชันสูตรพบถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด บริเวณลิ้นปี่ 1 นัด กระสุนฝังใน ลำคอด้านขวา 1 นัด กระสุนฝังใน เสียชีวิตมาประมาณ 3 ชั่วโมง

ตรวจในที่เกิดเหตุ พบเสื้อยืดกีฬาสีฟ้า มีร่องรอยยิงเสื้อทะลุบริเวณหน้าอก มีคราบเลือดและคราบอุจจาระอยู่ข้างกอตะไคร้บนขอบสระ คาดว่าจะเป็นเสื้อของผู้ตาย ห่างไปประมาณ 100 เมตร พบกองเลือดอยู่บนถนนเข้ากระท่อมนา และมีรอยเท้าเปล่าไม่สวมรองเท้าจากกองเลือดมุ่งไปทางสระน้ำ บริเวณกองเลือดยังพบรอยยางรถยนต์ 4 ล้อ มีการเลี้ยวและถอย หน้ายางกว้าง คล้ายรถแต่งสภาพผู้เสียชีวิต ถูกลวงไปฆ่า ตร.มุ่งปมชู้สาว เนื่องจากผู้ตายหน้าตาดี มีหญิงติดพันหลายคน

สอบสวนนายวีระ ธาตุชัย อายุ 54 ปี ราษฎรบ้านโนนสะอาด ให้การว่า เมื่อคืนนี้ตนนอนอยู่ที่บ้าน พอช่วงใกล้สว่างได้ยินเสียงปืน 2 นัด แต่คิดว่าเป็นคนมายิงหนู เช้าวันนี้ได้ขี่จักรยานยนต์มาที่กระท่อมนา ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ 50 เมตร เพื่อมาคราดวัชพืช เมื่อเดินมาถึงก็พบคนนอนอยู่ในสระน้ำ นึกว่าคนมาลักปลา จึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆ จึงรู้ว่าเป็นศพคนถูกยิงตาย แต่ดูแล้วไม่ใช่คนในหมู่บ้าน หรือคนในพื้นที่ใกล้เคียง จึงได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านและแจ้งตำรวจ

ต่อมาเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน มีนางผ่องศรี อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ 1 ต.หนองไฮ อ.เมืองอุดรธานี พร้อมญาติ เดินทางมาพบ ร.ต.อ.อัศราพงษ์ ผิวขาว รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านเทื่อม แจ้งว่าเป็นแม่ผู้ตาย ชื่อนายวันชนะ ทิทึกทักษ์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ 1 ต.หนองไฮ อ.เมืองอุดรธานี ซึ่งกำลังเรียนอยู่ชั้น ปวส.ปี 1 ช่างไฟฟ้า วิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี ซึ่งลูกชายเป็นเด็กดี ไม่เคยเกเร ไม่เที่ยวกลางคืน จะเข้านอนเวลา 20.00-21.00 น. ทุกคืน แต่พอเช้านี้ปรากฏว่าผู้ตายหายออกจากบ้าน และไม่สามารถติดต่อได้ จึงออกไปตามหาลูกที่วิทยาลัย พบเพื่อนลูกชายบอกว่า มีคนถูกยิงเสียชีวิตหน้าตาคล้ายกับลูกชายตน และได้ดูรูปในโซเชียลที่แชร์ภาพมา ตนถึงกับเข่าอ่อน ตำรวจจึงได้นำตัวนางผ่องศรีไปดูศพที่โรงพยาบาล และยืนยันว่าเป็นนายวันชนะ ลูกชายแน่นอน

ด้าน พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายเป็นเด็กดี ไม่ออกจากบ้านตอนกลางคืน คาดว่าจะมีคนโทรศัพท์เรียกให้ออกมาพบ เพื่อตกลงอะไรกันบางอย่าง แต่ตกลงกันไม่ได้ จึงถูกนำมายิงทิ้ง ซึ่งตำรวจได้ตั้งประเด็นในเรื่องชู้สาว เพราะผู้ตายเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาดี มีหญิงสาวมาชอบพอหลายคน รวมถึงการแก้แค้นส่วนตัว ทะเลาะวิวาท และหักหลังในเรื่องบางอย่าง ซึ่งได้สั่งการให้ออกสืบสวนหาสาเหตุการสังหารโหด และจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีแล้ว.

ที่มา>>>Thairath

ทะเลเพลิง! ไฟไหม้ตอซังข้าวกลางนา จ.แพร่-กำแพงเพชร เพลิงโหมหญ้าแห้ง

ไฟไหม้ตอซังข้าว อ.สูงเม่น จ.แพร่ ลมแรงทำผลาญเป็นทะเลเพลิง ส่วนบ้านร่องแค ต.น้ำชำ ไฟป่าจ่อลามเข้าหมู่บ้าน จนท.รุดดับได้ทัน เสียหายรวมกว่า 200 ไร่ ขณะริมถนนพหลโยธิน ขาเข้าตัวเมืองกำแพงเพชร เพลิงไหม้หญ้าแห้งลุกลามรุนแรง

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 3 พ.ค. 59 เกิดเหตุเพลิงไหม้ตอซัังข้าวบริเวณกลางทุ่งนาใน ต.สบสาย อ.สูงเม่น จ.แพร่ เขตติดต่อ ต.พระหลวง อ.สูงเม่น อีกทั้งกระแสลมแรงยังพัดควันไฟเข้าไปทางหมู่บ้านใน ต.สบสาย จนมืดสนิท ชาวบ้านต่างพากันรีบปิดหน้าต่างและประตู ซึ่งไฟลุกไหม้รุนแรงจนขยายออกเป็นทะเลเพลิง ต่อมาหลัง พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง ผบก.ภ.จว.แพร่ ทราบข่าว สั่งการให้ สภ.สูงเม่น จ.แพร่ ประสานขอรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสูงเม่น จาก อบต.สบสาย อบต.ร่องกาศ อบต.ดอนมูล อบต.หัวฝาย อบต.น้ำชำ อบต.บ้านปง รวม 10 คัน เข้าสกัดไฟที่กำลังโหมไหม้อย่างรุนแรง แต่เนื่องด้วยกระแสลมแรงรถดับเพลิงไม่สามารถเข้าทางที่ลมกระโชกแรงได้ อีกทั้ง บนนถนนสายวังวน-สบสาย รถก็ไม่สามารถวิ่งผ่านได้ เนื่องจากไฟได้ลุกลามไหม่ข้างถนนจนทำให้เปลวไฟและควันคลุ้งไปทั่วบริเวณ กระทั่งเวลา 20.00 น. รถดับเพลิงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัดขณะเดียวกัน ได้เกิดไฟไหม้ป่าที่บ้านร่องแค ต.น้ำชำ อ.สูงเม่น และลุกไหม้เป็นวงกว้าง เสี่ยงจะลุกลามเข้าไปยังหมู่บ้านร่องแค รถดับเพลิงจาก อบต.หัวฝาย อบต.น้ำชำ อบต.บ้านปง ร่วมกันออกไปสกัดเพลิงไว้ได้ รวมใช้เวลาในการสกัดไฟลุกลามในครั้งนี้กว่า 2 ชั่วโมง เนื้อที่ถูกเผาประมาณ 200 ไร่ ทั้งนี้ ผบก.ภ.จว.แพร่ ได้สั่งการให้สืบสวนติดตามตัวการเผาตอซังข้าวให้ได้ เพื่อนำมาดำเนินคดีต่อไป

นอกจากนี้เวลา 20.00 น. เกิดเหตุไฟไหม้ป่าละเมาะริมถนนพหลโยธิน ขาขึ้น บริเวณสามแยก สปก.เข้าตัวเมืองกำแพงเพชร พื้นที่บ้านทุ่งเศรษฐี หมู่ 9 ต.นครชุม อ.เมืองกำแพงเพชร โดยเริ่มแรกไหม้ที่หญ้าแห้งปากทางแยกเข้าหมู่บ้าน ซึ่งเป็นหญ้าแห้งสั้นๆ ไม่มากนัก แต่ปรากฏว่ามีลมพัดอย่างแรงทำให้ไฟโหมลุกไหม้ลามอย่างรวดเร็ว จากนั้นลามติดหญ้าแห้งในแอ่งน้ำซึ่งหน้านี้ไม่มีน้ำ เปลวไฟแดงฉาน ควันลอยหนาทึบ และลมยังพัดควันไฟมาปกคลุมถนนบริเวณดังกล่าว ทำให้รถที่สัญจรผ่านมองแทบไม่เห็นทาง ต้องเปิดไฟกระพริบเป็นสัญญาณเพราะเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมายืนใช้ไฟฉายโบกให้ทุกคันขับช้าๆ ประกอบกับเป็นช่วงที่ปรับปรุงถนนเลนขาล่อง ต้องบีบมาวิ่งสวนทาง จึงมีรถจำนวนมากขับผ่านทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานรถดับเพลิงในพื้นที่ให้มาดับไฟ ต่อมารถเพลิงของเทศบาลคลองแม่ลาย ซึ่งอยู่คนละพื้นที่มาช่วยดับไฟ โดยใช้เวลาในการดับไฟประมาณ 30 นาที จึงดับได้สนิท ส่วนสาเหตุการไฟไหม้ครั้งนี้ทางตำรวจเชื่อว่ามีคนจุดไฟเผาวัชพืชแล้วลุกลาม.

ที่มา>>>Thairath