หนุ่มเข้าป่าแวะฉี่เห็นคนนอนเข้าไปดูแทบผงะ!เป็นศพเน่าจมดิน

 เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ศูนย์วิทยุ 191 ภ.จว.กาญจนบุรี รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบศพคนเสียชีวิตเป็นชายสภาพเหลือแต่โครงกระดูก อยู่ที่บริเวณริมถนนสายวังลาน-วังปลาหมู่ หมู่ 9 ต.เกาะสำโรง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี หลังรับแจ้งจึงประสาน ร.ต.ท.ชัยรัตน์  จันทร์อนันต์ รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองกาญจนบุรี ให้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.พหลพลพยุหเสนา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.กาญจนบุรี และมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ เมื่อไปถึงพบศพนอนคว่ำหน้าจมอยู่กับพื้นดิน ในสภาพที่เน่าเปื่อยร่างกายเหลือแต่โครงกระดูก โดยมีเนื้อหนังติดอยู่บ้างเล็กน้อย การแต่งกายนุ่งกางเกงยีนส์ขายาว ใส่เสื้อยืดสีดำ ด้านหลังสกรีนเป็นภาษาอังกฤษ ของทีมฟุตบอลชื่อดังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คลุมด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีแดง ตรวจสอบโดยรอบพบหมวกกันน็อคสีแดงตกอยู่ 1 ใบ รองเท้าแตะ 1 คู่ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นมีโอ สีแดงขาว หมายเลขทะเบียน 5 กญ 7300 กทม จอดตะแคงอยู่ในพงหญ้า

จากการตรวจค้นพบบัตรประชาชนอยู่ในกระเป๋าระบุชื่อ นายธนชาติ เชื้อเพชร อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44/12 หมู่ 3 ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี นอกจากนี้ ยังพบบัตรประจำตัวมูลนิธิสังกัดมูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี อีก 1 ใบ โดยคณะแพทย์ลงความเห็นว่า ผู้ตายน่าจะเสียชีวิตมาแล้วเป็นเวลาประมาณกว่า 1 เดือน โดยหลังชันสูตรพลิกศพแล้วเสร็จ จึงนำศพส่งไปสถาบันนิติเวช เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้งหนึ่ง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานหาญาติตามที่อยู่ของบัตรประชาชนแล้ว

จากการสอบถาม นายเดชา ขอสงวนนามสกุลและที่อยู่ อาชีพทำไร่ และเป็นคนพบศพครั้งแรก ทราบว่า ขณะที่ตนกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนนสายดังกล่าว อยู่ๆก็ปวดท้องปัสสาวะขึ้นมา ตนจึงจอดรถเอาไว้ริมถนน แล้วเดินลงไปปัสสาวะข้างถนนที่ลึกลงไปประมาณ 5 เมตร โดยที่ยังไม่ได้ทำธุระส่วนตัวก็มาพบศพดังกล่าว จากนั้น ตนจึงรีบขับขี่รถจักรยานยนต์ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจวังลานให้ทราบทันที

รายงานข่าวว่า จากการสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี รายหนึ่งทราบว่า นายธนชาติผู้ตายเป็นเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯจริง แต่ก็ไม่พบตัวมานานกว่า 1 เดือนแล้ว ซึ่งก็ไม่มีใครทราบว่าหายตัวไปไหน แต่ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 เดือนเศษ ผู้เสียชีวิตมีคดีความอยู่ที่ สภ.ไทรโยค ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตนั้นไม่มีใครทราบ เนื่องจากผู้ตายได้หายตัวไปนานแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

ตกลง”ตร.”ไม่ได้ตบจยย.ล้ม แต่คนขี่ไปชนมือเอง!? แถมจ่อเอาผิดคนถ่ายคลิปด้วย

จากคลิปโด่งตำรวจตบวัยรุ่นที่ขี่รถจักรยานยนต์จนรถล้มคว่ำกลางถนน บริเวณปากซอยรัชดาฯ-ท่าพระ 12 กทม. ซึ่งมีคนถ่ายคลิปไว้ได้แล้ววิพากษ์วิจารณ์การกระทำของตำรวจอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐาน และพูดคุยกับพ่อของผู้ขี่รถจยย. ทราบว่า วันเกิดเหตุ พ.ต.ท.กำพล เลี้ยงเจริญทรัพย์ สว.จร.สน.บุคคโล พร้อมตำรวจจร.รวม 14 นาย ตั้งด่านตรวจอย่างชัดเจน นายธิติพงศ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ขี่รถช่องทางด้านขวาด้วยความเร็ว พยายามขี่หลบหนีผ่านตำรวจไปแล้ว 3 นาย พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า จนกระทั่งไปถึงร.ต.ท.บรรหาร จันทรขจร รองสว.จร. เข้าไปสกัดส่งสัญญาณมือให้หยุดรถแต่ก็ไม่ยอมหยุดเป็นเหตุให้มือข้างซ้ายชนเข้าเข้าที่คางผู้ขี่ที่สวมหมวกกันน็อค จนรถล้มได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยหัวเข่าซ้ายถลอก นายธิติพงศ์ไม่ต้องการไปพบแพทย์ และไม่ติดใจการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ

“ผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องตามระเบียบด้วยความสุจริต และเที่ยงธรรม ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้ทำร้ายหรือกระทำการเกินกว่าเหตุ รวมทั้งที่ผ่านมาด่านดังกล่าวเคยจับกุมผู้ต้องหาและยึดอาวุธ เพื่อป้องกันเหตุนักเรียนนักศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันได้หลายคดี ทั้งนี้ เชื่อว่าเป็นเหตุสุดวิสัย เจ้าหน้าที่ไม่ได้เจตนาทำร้ายประชาชน ส่วนผู้ขับขี่หากไม่ได้ทำอะไรผิดก็ควรหยุดรถให้ตรวจ อย่างไรก็ตาม ได้เน้นย้ำให้ตำรวจปฏิบัติกับประชาชนด้วยความสุภาพอ่อนโยนให้มากที่สุด”พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าว นายอัทธิพัทธ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี บิดาของผู้ขับขี่รถจักรยนต์ในคลิป กล่าวว่า หลังจากที่ได้ดูคลิปและสอบถามจากลูกแล้วทราบว่า ลูกขี่จักรยานยนต์จะไปฝึกงานบริษัทแห่งหนึ่งย่านอโศกมนตรี ซึ่งขับขี่เร็วทำให้เมื่อเจอตำรวจที่ตั้งด่านโบกให้หยุดแล้ว เกิดเบรกไม่ทันจนลูกขี่ไปถูกมือตำรวจจราจรที่กำลังโบกในระยะกระชั้นชิดทำให้รถล้ม จากนั้นตำรวจยังมาช่วยยกรถและมีการขอโทษกันแล้ว โดยขณะนี้ตนและลูกก็ไม่ได้ติดใจอะไรกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพราะเชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุไม่ได้ตั้งใจ ส่วนลูกก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก

ด้านพ.ต.อ.จิณวัตร ก้อนทองดี ผกก.สน.บุคคโล ชี้แจงว่า การตั้งด่านดังกล่าวเป็นการตรวจสกัดการพกพาอาวุธ ยืนยันเจ้าหน้าที่ไม่มีเจตนาทำร้ายผู้ขับขี่จักรยานยนต์ โดยผู้ขับขี่ในคลิปตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ได้เสียภาษีประจำปีจึงปรับเงิน 100 บาท ส่วนผู้ที่โพสต์คลิปจะมีความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าหน้าที่ด้วยหรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบ

ที่มา>>>ข่าวสด