แม่ช็อก!! ลูกวัยขวบกว่าหายไปพร้อมสุนัข ตามหารอบหมู่บ้าน สลดเจอศพ-หมานั่งเฝ้า

 วันที่ 21 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 20 มิ.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.ต.โสภณ ประดา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี รับแจ้งมีคนจมน้ำเสียชีวิตในหนองน้ำบ้านปะอาว ต.ปะอาว อ.เมือง อุบลราชธานี จึงพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิศิษย์พระจี้กงอุบลราชธานี เข้าตรวจสอบ

ทราบชื่อเด็กที่เสียชีวิตว่า เด็กชายศุภชัย พันวัตร์ อายุ 1 ปี 10 เดือน โดยชาวบ้านช่วยกันนำร่างขึ้นจากหนองน้ำ มาไว้ที่บ้านนางใบ ปทุมแพง อายุ 36 ปี มารดาของผู้ตาย ตั้งอยู่บ้านปะอาว หมู่ 5 ต.ปะอาว จากการตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลถูกทำร้าย จากการสอบถามนางใบ มารดา เล่าว่า ช่วงเย็นนำผ้าไปซักที่ห้องน้ำหลังบ้าน โดยปล่อยลูกเล่นกับสุนัขที่เลี้ยงไว้ที่หน้าบ้าน กระทั่งซักผ้าเสร็จใม่เห็นลูกชาย และสุนัขที่เลี้ยงไว้อยู่ในบ้าน จึงเดินตามหาไปรอบหมู่บ้าน ก็ไม่พบ และขอให้ผู้ใหญ่บ้านประกาศตามหาผ่านเสียงตามสาย

กระทั่งช่วงค่ำ มีเพื่อนบ้านมาบอกว่า พบลูกชายเสียชีวิตอยู่ในหนองน้ำของหมู่บ้าน ห่างจากบ้านตนเองไปประมาณ 500 เมตร โดยมีสุนัขทั้งสองตัว นั่งเฝ้าอยู่ใกล้ศพ จึงนำร่างมาที่บ้าน พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบ

เบื้องต้นสันนิษฐานว่า เด็กชายศุภชัย พร้อมสุนัขคงออกไปเดินเล่นริมหนองน้ำ ซึ่งทางบ้านเคยนำวัวควายไปผูกเลี้ยงไว้ และเกิดพลัดตกลงไป โดยไม่มีใครเห็น ทำให้จมน้ำเสียชีวิต โดยมีสุนัขนั่งเฝ้าศพอยู่ไม่ห่าง

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด! ไฟไหม้บ้านคนชรายูเครน คลอกดับ 17 ศพ

(ภาพ: AP)

ไฟไหม้บ้านพักคนชราใกล้กรุงเคียฟ เมืองหลวงของประเทศยูเครน เมื่อวันอาทิตย์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 17 ศพ และต้องนอนโรงพยาบาลอีก 5 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 29 พ.ค. เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่อาคารบ้านพักคนชราสูง 2 ชั้น ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ใกล้กับกรุงเคียฟ เมืองหลวงของประเทศยูเครน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 17 ศพ จากจำนวนผู้อยู่อาศัยทั้งหมดประมาณ 35 คนอาคาร 2 ชั้นที่ถูกใช้เป็นบ้านพักคนชรา ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากไฟไหม้ (ภาพ: AFP)

กระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินของยูเครนระบุว่า เจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินสามารถช่วยชีวิตผู้ที่อยู่ในอาคารได้ 18 คน โดย 5 คนในจำนวนนี้ถูกส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเนื่องจากบาดแผลไฟไหม้หลายระดับ ขณะที่ตำรวจดำเนินการจับกุมชายผู้ดูแลอาคารหลังนี้ เนื่องจากเปิดเป็นบ้านพักคนชราอย่างผิดกฎหมาย

ด้านนายกรัฐมนตรี วลาดิเมียร์ กรอยส์มัน ของยูเครน ระบุว่า เหตุไฟไหม้ครั้งนี้ เป็นโศกนาฏกรรมอันโหดร้ายที่ทำให้เกิดการสูญเสียที่แก้ไขไม่ได้ และรัฐบาลขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต.

ที่มา>>>Thairath

ผญบ.ท่าสำราญ เป็นกาวใจ จับกลุ่มวัยรุ่นคู่อริ ยุติปัญหา พัฒนาหมู่บ้าน

คืนความสุขให้วัยรุ่นในหมู่บ้าน! ผู้ใหญ่บ้านท่าสำราญ อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด เชิญผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน ร่วมยุติปัญหาวัยรุ่นทะเลาะกัน เชิญผู้ปกครองทั้ง 2 ฝ่ายให้เด็กขอขมา พร้อมสัญญา เลิกติดใจเอาความ จะรักใคร่ปรองดอง ช่วยพัฒนาหมู่บ้าน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 พ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมบูรณ์ กาฬพันธุ์ อายุ 59 ปี ผู้ใหญ่บ้านท่าสำราญ หมู่ 2 ต.สว่าง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด อยู่บ้านเลขที่ 22 ได้เชิญผู้สูงอายุ และผู้นำของหมู่บ้าน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สว่าง มาเป็นสักขีพยาน กรณีที่วัยรุ่นหมู่บ้าน ก่อเหตุทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกันเอง โดยได้มีการ จับหันหน้าเข้าพูดคุยปรับความเข้าใจ ซึ่งมี นายสุด เย็นวัฒนา อายุ 82 ปี นายสะอาด พิมพะเลีย อายุ 77 ปี นายอุดม พระสว่าง อายุ 77 ปี นายหนูกัน พิมพะเลีย อายุ 59 ปี นายสง่า บุญชู อายุ 59 ปี นายบุญจันทร์ แสงจันดา อายุ 62 ปี นายไพฑูรย์ อัศวภูมิ อายุ 60 ปี อีกทั้งยังเชิญผู้ปกครองของเด็กคู่กรณี มารับรู้ถึงการเคลียร์ปัญหา และขอขมาในครั้งนี้ด้วย ผู้ใหญ่บ้านท่าสำราญ อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด เชิญผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน ร่วมยุติปัญหาวัยรุ่นทะเลาะกัน

ทั้งนี้ พ.ต.ท.สมเกียรติ บัวนิล สว.สส.สภ.สว่าง ได้ไปเป็นสักขีพยาน หลังจากเมื่อวันที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา วัยรุ่นอายุตั้งแต่ 16 ปี – 23 ปี จำนวน 4 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นชาวบ้านท่าสำราญ หมู่ 2 ได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายทะเลาะกันเอง กระทั่งต่อมาเด็กทุกคนรู้สึกสำนึกผิด จัดพิธีขอขมาพ่อ-แม่ของแต่ละคน พร้อมด้วยผู้สูงอายุ ผู้นำของหมู่บ้าน

อย่างไรก็ตาม กลุ่มวัยรุ่นทั้ง 4 คน ให้สัญญาว่า จะไม่ติดใจดำเนินคดีซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ต่อไปจะไม่ทำร้ายร่างกายกันอีก ขอรักใคร่ปรองดองกัน ช่วยกันพัฒนาหมู่บ้าน พัฒนาอาชีพของตนเอง เพื่อให้พ่อแม่และชาวบ้านเกิดความสบายใจ และหมู่บ้านเกิดความสันติสุข

ที่มา>>>Thairath