ใครท้าต่อย!! น้องชายเจ้าของบริษัทไม่ฟังคำตอบ-โผล่ยิงหนุ่มวัย17 ดับ ฆ่าตัวตายตาม

 เมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. วันที่ 15 มิ.ย. พ.ต.ท.เอื้อ จันทร์กล้า รองผกก.สอบสวน สภ.ย่อยบางน้ำจืด ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงที่อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ตั้งอยู่ หมู่ที่ 3 ต.บางน้ำจืด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับ พ.ต.อ.สุระพรรณ นาทวรทัต ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร พ.ญ.อภิสรา กุลวงศ์ธนโรจน์ แพทย์ชันสูตร ประจำโรงพยาบาลสมุทรสาคร เจ้าหน้าที่วิทยาการ กองพิสูจน์หลักฐานฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร ที่เกิดเหตุในห้องนอนชั้น 2 พบศพเป็นชายนอนอยู่บนฟูก ทราบชื่อต่อมา คือ นายธูวนัย ธุตกิจ อายุ 33 ปี อยู่หมู่ที่ 2 ต.ทุ่งกวาว อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ สภาพศพ ไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขาสั้น มีรอยถูกยิงเข้าที่หน้าอกซ้าย 1 รู ข้างมือซ้ายของผู้ตาย พบอาวุธปืนลูกซองพกสั้นขนาดเบอร์ 12 ตกอยู่ 1 กระบอก และยังพบปลอกกระสุนปืนขนาดเดียวกันตกอยู่ที่พื้นห้อง ตรงปลายเท้าของผู้ตาย 1 ปลอก นอกจากนี้ยังมีขวดสุราขาวที่ถูกดื่มจนหมดตั้งอยู่ 1 ขวด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เก็บรวบรวมสิ่งของทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามนายภูชิชย์ ธุตกิจ อายุ 35 ปี เจ้าของบริษัท รุ่งมงคล เอ็นจิเนียริ่ง และเป็นพี่ชายของนายธุวนัย ผู้เสียชีวิต เล่าว่า ผู้ตายทำงานเป็นช่างเชื่อมโลหะให้กับตนเอง โดยปกติผู้ตายจะชอบดื่มสุราก่อนนอนเป็นประจำทุกคืน ซึ่งก่อนเกิดเหตุ ตนเองกำลังนอนพักอยู่ในห้องนอนชั้น 3 อาคารเดียวกันกับห้องของผู้ตาย ขณะที่กำลังจะนอนหลับคนงาน 2 คน ที่พักอยู่ห้องข้างๆ กับห้องของตน ก็มาเคาะประตูเรียกบอกว่า น้องชายใช้ปืนยิงหลังของนายวริศ หรือ นายตั้ว อายุ 17 ปี คนงานที่เพิ่งรับเข้ามาฝึกหัดงาน กระสุนทะลุหน้าท้องได้รับบาดเจ็บสาหัส ตนและคนงานทั้งสอง จึงรีบพานายวริศ ส่งโรงพยาบาลเอกชัย ทิ้งให้นายธุวนัย น้องชายอยู่ที่ห้องพักเพียงลำพัง โดยนายวริศ ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่แพทย์กำลังให้การช่วยเหลือ ทั้งนี้พอตนกลับเข้ามาที่ห้องพัก ก็ขึ้นไปหานายธุวนัย แต่ก็พบว่า นายธุวนัย น้องชาย ได้ใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันกับที่ยิงนายวริศ ยิงตัวเองเสียชีวิตไปแล้ว

ด้านนายธวัชชัย อายุ 19 ปี กับ นายชวกร อายุ 20 ปี เล่าให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุ นายวริศ ที่ถูกยิงแล้วไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลนั้น เป็นเพื่อนในหมู่บ้านเดียวกันที่ตำบลศรีชมพู อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งนายวริศ เพิ่งจะเดินทางมาอยู่กับพวกตนได้ไม่นาน และยังเป็นคนงานฝึกหัดอยู่เลย ก่อนเกิดเหตุพวกตนทั้ง 3 คน ได้นอนเล่นโทรศัพท์กันอยู่ แต่จู่ๆ นายธุวนัย น้องชายของนายจ้าง ก็ถือปืนลูกซองพกสั้นเข้ามา แล้วถามว่า “เมื่อวานใครท้าต่อยกับกู” ซึ่งยังไม่ทันที่ใครจะพูดอะไร นายธุวนัย ก็ยิงใส่นายวริศทางด้านหลังทันที แล้วก็เดินกลับลงไปที่ห้องนอน

พวกตนจึงรีบไปเคาะประตูเรียกนายจ้างให้พาเพื่อนไปส่งโรงพยาบาล แต่ก็เสียชีวิตลง โดยพวกตนก็ไม่รู้ว่า นายธุวนัย คนยิง ไม่พอใจนายวริศ ด้วยเรื่องอะไร เพราะทั้งสองคนก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนและแทบจะไม่เคยได้พูดคุยกันด้วยซ้ำ ส่วนที่นายธุวนัย มาถามว่าใครท้าต่อยนั้น ก็ไม่เคยมีใครไปพูดจาท้าต่อยกับนายธุวนัย

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ส่งศพไปยังสถาบันนิติเวช ทำการชันสูตรพลิกศพอีกครั้งหนึ่ง เพื่อหาวิถีกระสุนที่ชัดเจนต่อไป ส่วนสาเหตุก็คาดว่า นายธุวนัย เกิดความเครียดหลังจากก่อเหตุยิงนายวริศ ประกอบกับอาการเมาสุรา จึงตัดสินใจยิงตัวเองตายเพื่อหนีความผิด

ที่มา>>>ข่าวสด

ง้อเมียไม่สำเร็จ วิศวกรยิงล้มในห้องน้ำ คิดว่าตายจ่อขมับตัวเองดับ

หนุ่มวิศวกรชลตัดใจไม่ขาด รักๆ เลิกๆ กับเมีย จนล่าสุดเมื่อช่วงสงกรานต์ได้หย่ากัน แต่เมียยังมาดูลูกสาววัย 4 ขวบ เกิดเรื่องเศร้าเมื่อผัวกลับมาเจอ ใช้ปืนลูกซองสั้นยิงเมียในห้องน้ำก่อนออกจ่อยิงหัวตัวเองสมองกระจาย ผลผัวตาย เมียรอด…

วันที่ 20 เม.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหัวค่ำวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.พูลศักดิ์ โพลังกา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันตายในบ้าน โดยเป็นเหตุยิงตัวตาย หลังยิงภรรยาได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่บ้านนาคำ ต.นาเมือง อ.เสลภูมิ เนื่องจากเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ จึงรายงานให้ พล.ต.ต.ยงเกียรติ มณปราณีต ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ทราบ และรุดไปที่เกิดเหตุ

พบว่าเป็นบ้านคอนกรีตชั้นเดียว ตกแต่งสวยงามทั้งภายในและภายนอก จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่ามือปืนที่เป็นผู้ก่อเหตุ ยิงตัวตายแล้วคือ นายวี (นามสมมติ) อายุ 43 ปี เป็นเจ้าหน้าที่วิศวกรเครื่องกลชลประทาน ทำงานอยู่ในพื้นที่ จ.ยโสธร ยิงตัวเองด้วยปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ ที่ศีรษะ สมองกระจายเสียชีวิตในห้องนอน

ทั้งนี้ ก่อนจะยิงตัวตาย นายวี ได้ยิง น.ส.นุช (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ภรรยา ที่ห้องน้ำในห้องนอนแล้วยิงตัวตาย เพราะเข้าใจว่าเมียเสียชีวิตแล้วเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนปากคำญาติที่อยู่บ้านติดกันทราบว่าสาเหตุเกิดจากความหึงหวง โดยทั้งคู่อยู่กินด้วยกันมากว่า 10 ปี มีเรื่องทะเลาะกันตลอดเวลา และเลิกรากันไปหลายครั้ง แต่ก็กลับมาคืนดีกันใหม่อยู่เรื่อยๆ ล่าสุดทั้งคู่ทะเลาะกันอีกจนต้องแยกทางและไปหย่ากันเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา แล้วให้ลูกสาว 4 ขวบอยู่กับผู้ตาย ตอนเช้าวันเกิดเหตุผู้ตายไปทำงาน ฝ่ายภรรยาได้แอบมารับลูกตอนสามีไม่อยู่ เพื่อไปอยู่ด้วยชั่วคราวที่ร้านขายเสื้อผ้าใน อ.เสลภูมิ ตกเย็นก็นำลูกมาส่ง

ปรากฏว่าเจอกับสามีที่กลับมาจากทำงานพอดี จนเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงขณะกำลังอาบน้ำให้ลูกในห้องน้ำ ก่อนที่ผู้ตายจะเดินเข้าไปหยิบปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์บรรจุกระสุนเบอร์ 20 เดินเข้ายิงเมียล้มลงในห้องน้ำ และคิดว่าเสียชีวิตแล้ว จึงออกมาบรรจุกระสุนนัดใหม่แล้วจ่อยิงสมองตัวเองกระจายตายบนที่นอน ญาติได้ยินเสียงปืนและเสียงเด็กร้องไห้ จึงวิ่งมาดู พบร่างภรรยาถูกยิงที่ข้างแก้มขวาได้รับบาดเจ็บคลานออกมาขอความช่วยเหลือให้นำส่งโรงพยาบาล จึงโทรแจ้ง รพ.เสลภูมิส่งรถกู้ชีพมารับ จากนั้นเข้าไปในห้องนอนพบว่าสามียิงตัวตายบนที่นอน จึงโทรแจ้งตำรวจมาตรวจสอบเหตุดังกล่าว

ทางด้าน พล.ต.ต.ยงเกียรติ มนประณีต ผบก.ภ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า จากการสอบสวนข้อเท็จจริง มั่นใจว่าเกิดจากความหึงหวงของฝ่ายชายที่ตัดใจไม่ขาด และมีความผูกพันกับฝ่ายหญิงที่ขอแยกทางกันไปไม่นาน จึงยังทำใจไม่ได้ ต้องการขอคืนดี แต่ฝ่ายหญิงคงไม่เอาด้วยจึงตัดสินใจยิงคนรัก จนเข้าใจว่าเสียชีวิตแล้วจึงยิงตัวเองเพื่อเป็นการฆ่าตัวตายตามคนรัก สำหรับอาการของฝ่ายหญิงปลอดภัยแล้ว เพราะกระสุนปืนไม่ถูกที่สำคัญ เพียงแต่เฉี่ยวแก้ม ไม่มีกระสุนฝังในแต่อย่างใด.

ที่มา>>>Thairath