สาวขี่จยย.ไม่ชินทางเหินคอสะพานดับ ชาวบ้านชี้จุดอันตรายจนท.หลายครั้ง ได้แต่คำตอบ “เดี๋ยวก่อน”

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 25 ก.ย. 59 ร.ต.อ. มงคล ยลวิลาศ ร้อยเวรสอบสวนสภ.บางพลีได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถจักรบยานยนต์เหินคอสะพานเสียหลักชนต้นไม้จนเสียชีวิต เหตุเกิดถนนเลียบคลองบางปลา ช่องคลอง 6 ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยปอเต็กตึ๊ง เดินทางไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบศพ นางสาว รินทร์ลภัส เพชรทวีสิทธิ์ อายุ 29 ปี ชาวอำเภอบางพลี นอนหงายกะโหลกศีรษะแหลกนอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ริมถนน ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีบรอนซ์หมายเลขทะเบียน กทล 269 สมุทรปราการ

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่ารถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตเสียหลักเหินแอ่งคอสะพานก่อนถึงที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตร จนทำให้รถและคนขับลอยกลางอากาศมากระแทกกับต้นมะขามข้างทางอย่างจัง

นายสุชาติ ชาวบ้านที่พักอาศัยบริเวณดังกล่าวออกมาให้ข้อมูลระบุว่าสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้มาจากผู้เสียชีวิตไม่ใช่คนในพื้นที่และสะพานดังกล่าวเป็นสถานที่มืดอีกทั้งช่วงคอสะพานชำรุดกลายเป็นทั้งแอ่งกระทะและเนินคอสะพานสูงทำให้รถที่ไม่ชินทางมักจะเหินคอสะพานแห่งนี้และประสบอุบัติเหตุมาหลายหลายราย

ที่ผ่านมากว่า 1 ปี ตนเองและชาวบ้านที่พักอาศัยและต้องสัญจรเส้นทางนี้ได้แจ้งเรื่องไปยังเจ้าหน้าที่อบต.บางปลาให้ช่วยเข้ามาแก้ไขซ่อมแซมแต่กับถูกเมินเฉย และเมื่อทวงถามบ่อยครั้ง คำตอบที่ได้คือ “เดี๋ยวก่อน” ซึ่งตนเองก็ย้ำเสมอว่าต้องเร่งแก้ไจเนื่องจากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้งแต่ที่ผ่านมาก็ไร้การดูแลจนกระทั่งมาเกิดเหตุสลดในครั้งนี้

เช่นเดียวกับชาวบ้านอีกรายที่ออกมาระบุตรงกันว่าจุดดังกล่าวถือเป็นจุดอันตรายเป็นอย่างมากโดยเฉพาะเวลาค่ำคืนส่วนไฟฟ้ามีการติดตั้งแต่ไม่ได้รับการเหลียวแล ปล่อยให้ต้นไม้ปกคลุมจนมองไม่เห็นแสงสว่างจึงอยากวอนไปยังอบต.บางปลาให้เร่งเข้ามาซ่อมแซมและทำคอสะพานต่างๆ บนถนนสายนี้เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่

ที่มา>>>ข่าวสด

กระบะจอดคุยกัน!! จยย.พุ่งเสยยับ หนุ่มหักทั้งตัว-ร่างทับรถ

เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 22 ก.ย. ร.ต.ท.สมยงค์ บานเย็น รองสารวัตรสอบสวน สภ.กุยบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถยนต์ บนถนนเพชรเกษม ฝั่งล่องใต้ บริเวณด้านหน้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขากุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี เข้าตรวจสอบ201609220805191-20041020160007ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีม่วงดำ ทะเบียน ขฉล 522 ประจวบคีรีขันธ์ ล้มอยู่บนถนน ด้านหน้ารถพังยับ บนตัวรถพบร่างชายคนขับนอนทับรถอยู่ โดนที่ขาซ้ายโดนรถทับ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ช่วยกันนำร่างชายคนดังกล่าวออกจากซากรถ เพื่อทำการปฐมพยาบาล ตรวจพบว่าแขนทั้งสองข้างและขาซ้ายหัก เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลกุยบุรี ทราบชื่อต่อมา คือ นายราเชน แป้นทอง อายุ 26 ปี อยู่ ม.3 ต.สามกระทาย อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ201609220805193-20041020160007ใกล้กันกับที่เกิดเหตุ พบรถกระบะอีซูซุ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บพ 5963 ประจวบคีรีขันธ์ จอดอยู่ ที่ด้านท้ายรถมีร่องรอยการถูกชนจนยุบ โดยมี นายชัยวัฒน์ อายุ 18 ปี เป็นคนขับ ให้การว่า ตนเองขับรถจอดที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งเป็นไหล่ทางและเปิดไฟกระพริบฉุกเฉินเอาไว้ ขณะกำลังคุยกับเพื่อนมีรถจักรยานยนต์ขี่มาด้วยความเร็ว พุ่งชนท้ายรถเข้าอย่างจังจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มวัยเบญจเพส ซิ่งจยย.ฝ่าสายฝน ถูกปิกอัพเลี้ยวตัดหน้า เบรกไม่ทันพุ่งชนดับสยอง

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 20 ก.ย. พ.ต.ต.เอกชัย มูลลี สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนรถกระบะ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย บริเวณหน้าตลาดรัตนากร ถนนเทพประสิทธิ์ หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา รุดไปตรวจสอบ201609202241152-20041019161308ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังมุงดูศพนายศิริชัย แซ่ตั้ง อายุ 25 ปี นอนคว่ำหน้าจมกองเลือด ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย ใกล้กันพบรถจยย.ยามาฮ่า มีโอ สีดำ ทะเบียน คขว 887 ระยอง เฉี่ยวชนกับรถกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ ทะเบียน 1ฒฉ 863 กรุงเทพมหานคร จอดขว้างถนนลักษณะเลี้ยวตัดหน้า โดยมีนายปราชญา ตันไชยยา อายุ 30 ปี เป็นคนขับ201609202241154-20041019161308จากการสอบถามน.ส.สมปอง เพชรดี อายุ 44 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะเกิดเหตุเห็นรถจยย.ขี่ฝ่าสายฝน มุ่งหน้าสี่แยกแกรนด์ คอนโดมิเนียม เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้มีรถกระบะคู่กรณี เลี้ยวตัดหน้าออกจากซอยตลาดรัตนากรในระยะกระชั้นชิด จึงทำให้รถจยย.เบรกไม่ทันพุ่งชนรถกระบะเข้ากลางลำ อจนเป็นเหตุดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้สอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ พยานแวดล้อม รวมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนคุมตัวนายปราชญา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ต้นโพธิ์ใหญ่อายุร่วม 100 ปี หน้าวัดใหญ่ พิษณุโลก โค่น ลือหึ่งเกิดหลังหญิงไก่สาบาน

14678637921467863896lผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกคืนวันที่ 6 ที่ผ่านมา ต้นโพธิ์ยักษ์อายุกว่า 100 ปี ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เกิดหักโค่นลงมา  พ.ท.สุทธิศักดิ์ ไหลเตื่อย หัวหน้าฝ่ายกำลังพลกองพลทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช นำกำลังพลกว่า 40 นาย มาช่วยกันตัดเลื่อยเคลื่อนย้ายต้นโพธิ์ยักษ์อายุกว่า 100 ปี ออกจากพื้นที่หลังจากช่วงค่ำที่ผ่านมามีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทั้งวัน ส่งผลให้ต้นโพธิ์ยักษ์ที่อยู่ในบริเวณวัดเกิดหักโค่นลงมา คาดว่าต้นโพธิ์มีอายุมากประกอบกับต้นไม้รับน้ำหนักไม่ไหว จึงหักโค่นแบบถอนรากถอนโคน มีเพียงร้านค้าสมุนไพรจำนวน 20 ร้าน และรถยนต์เก๋ง 1 คัน ได้รับความเสียหายเท่านั้น โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใดอย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา แม้บางส่วนจะมองว่าเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่บางส่วนกลับมองเป็นลางร้าย และมีการวิจารณ์ไปถึงกรณีที่ช่วงบ่ายของวันที่ 6 ก.ค. หญิงไก่ หรือ นางมณตา หยกวิริยะกาญ เพิ่งเดินทางมากราบหลวงพ่อพระพุทธชินราช ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร และสาบานยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง โดยว่าถ้าใครขโมยของตนไปขอให้มีอันเป็นไป แต่ถ้าตนเป็นคนใส่ความก็ขอให้เกิดภัยพิบัติขึ้นในชีวิตด้วย ขอบคุณภาพ phitsanulokhotnews

ที่มา>>>ข่าวสด

(ดูคลิป) นาทีรถจักรยานยนต์ตัดหน้ากระบะ ถูกชนท้ายกระเด็น คนขี่บาดเจ็บ

ที่บริเวณแยกทุ่งไก่ดัก ต.ท่ากุ่ม อ.เมือง จ.ตราด เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายรถจักรยานยนต์ มีผู้บาดเจ็บ 1 ซึ่งกล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณ 4 แยก สามารถจับภาพนาทีชีวิต ที่นายลี บุญรอด อายุ 50 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน กนค 87 ตราด กำลังเลี้ยวเข้าขวาเข้าหมู่บ้านคลองขัด แต่ถูกรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน ผข 2771 ระยอง ของ บมจ.คูโบต้า ระยอง ที่ขับตามหลังมาพุ่งชนท้าย ถึงแม้ว่าคนขับจะพยายามหักหลบแล้วก็ไม่ทัน ทำให้ทั้งคนทั้งรถจักรยานยนต์กระเด็นและไถลไปกับถนน แต่นายลี บาดเจ็บเป็นแผลถลอกตามร่างกายเท่านั้น  ส่วนรถจักรยานยนต์และรถยนต์เสียหายเล็กน้อยนายลี กล่าวว่า ตนเองขี่รถจักรยานท่าวัดท่ากุ่ม หลังจากไปซื้อกับข้าวแล้วกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน เมื่อมาถึง แยกทุ่งไก่ดัก ตนเองมองว่าไม่มีรถตามหลังมา จึงได้ขี่รถเปลี่ยนเลนเลี้ยวขวาเข้าบ้านคลองขุด ไม่รู้ว่ามีรถยนต์ตามหลังจนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น

ขณะที่คนขับรถยนต์ กล่าวว่า ตนเองเห็นแล้วรถจักรยานยนต์ของคู่กรณีได้ขี่ตัดหน้า ตนเองพยายามเบรกและหักหลบแต่ไม่ทัน ก่อนจะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ดังกล่าว

หลังจากเกิดเหตุรถกู้ชีพอบต.ท่ากุ่มได้เข้าช่วยเหลือปฐมพยาบาลนายลี พร้อมทั้งแจ้งไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองตราดทราบ เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาบันทึกเหตุการณ์ที่จุดเกิดเหตุต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สยองทางด่วน! จยย.ขับย้อนศรด่านเก็บเงินรามอินทรา-ชนสนั่นเก๋งฮุนไดดับอนาถ

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 23 มิ.ย. ร.ต.อ.นนทกร ปิ่นทอง รอง สว.(สอบสวน) สน.ทางด่วน 1 กก.2 บก.จร. รับแจ้งเหตุรถชนรถจักรยานยนต์บริเวณทางพิเศษฉลองรัช รอยต่อจตุโชติ ขาออกมุ่งหน้าสุขาภิบาล 5 กม. 19+100A แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อมอาสาสมัครมูลร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุอยู่บนทางด่วนช่องทางที่ 3 พบศพนายศัลยพชร์ กุงนอก อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51/253 ม.2 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี สภาพศพแขนขาบิดผิดรูปนอนคว่ำหน้าเสียชีวิต บนพื้นถนนพบรอยล้อเบรกเป็นทางยาวกว่า 50 เมตร ห่างออกไปอีก 100 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าโซนิค สีขาว ทะเบียน งทย 794 นครราชสีมา สภาพรถทั้งคันพังยับเยิน ชิ้นส่วนกระจัดกระจายเต็มถนน

ใกล้กันยังพบรถตู้ยี่ห้อฮุนได รุ่นเอสวันสีดำ ทะเบียน ฮร 3600 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้ากระโปรงได้รับความเสียหาย มีนายธีร์วัช กุลเจริญพาณิชย์ อายุ 31 ปี เป็นเจ้าของรถ ซึ่งยืนรอให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ ระบุว่า ขับรถมาตามปกติก่อนเห็นรถจักรยานยนต์ขับขี่ย้อนศรมาด้วยความเร็วจนเบรกไม่ทัน   จากการตรวจสอบทราบว่า ผู้เสียชีวิตขับขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนนประดิษฐ์มนูธรรมก่อนจะขึ้นสะพานข้ามถนนรามอินทราช่วงแยกวัชรพล จากนั้นเบี่ยงขวาขึ้นทางด่วนแล้วฝ่าด่านเก็บเงินรามอินทรา 1 ทางช่องอีซี่พาส เมื่อขับเลยจากด่านเก็บเงินไป 100 เมตร ผู้ตายได้กลับรถบริเวณทางบรรจบก้างปลาแล้วขับขี่รถย้อนศรมา 400 เมตรแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมพยานหลักฐานบริเวณจุดที่เกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งจะสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์อีกครั้ง แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อหากับใคร เนื่องจากต้องตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ฟอร์จูนเนอร์ซิ่งฝ่าสายฝนเสยท้ายเก๋ง สาวช็อก!แม่ผัวหัวกระแทกดับคาที่

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 1 มิ.ย. พ.ต.ท.เกตุชัย นาสอน รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.บางระกำ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายกันเสียหลักพลิกคว่ำ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บนถนนเส้นพิษณุโลก-นครสวรรค์ ขาเข้าเมือง ใกล้ปั๊มคอสโม่ หมู่ 4 บ้านหนองเต่าดำ ต.วังอิทก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลบางระกำ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถานที่เกิดเหตุพบรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน กน-3928 ระยอง ชนท้ายกับรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีบรอนซ์-เทา ทะเบียน 4 กก-5480 กรุงเทพ ส่งผลทำให้รถยนต์ฮอนด้า เสียหลักพลิกคว่ำตกลงไปร่องกลางถนนเสียหายพังยับเยินทั้งคัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยตรวจสอบในห้องโดยสารพบผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 3 ราย คือ น.ส.ปนัดดา บุญมั่น อายุ 26 ปี คนขับ นายเรียม สายทอง อายุ 52 ปี นั่งข้างคนขับ นางเตรียม ขอบทอง อายุ 48 ปี นั่งเบาะหลัง และมีผู้เสียชีวิตอีกจำนวน 1 ราย ทราบชื่อคือ นางอุไร สายทอง อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 451 หมู่ 2 ต.คลองยาง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย สภาพศพที่ศีรษะมีบาดแผลถูกแรงกระแทก เสียชีวิตคาที่อยู่เบาะนั่งด้านหลัง ส่วนคนขับรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์คู่กรณี ทราบชื่อคือนายวิษณุ พาติด อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89/211 หมู่ 3 ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ น.ส.ปนัดดา ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ของนางอุไร สายทอง ผู้เสียชีวิต ขับรถพาครอบครัวเดินทางกลับบ้านพักที่ จ.สุโขทัย ระหว่างทางขับมาถึงจุดเกิดเหตุ มีฝนตกลงมาอย่างหนัก จึงชะลอความเร็วรถ โดยขับมาอย่างช้าๆ ซึ่งรถยนต์คันข้างหน้าขับช้าเช่นกัน ระหว่างนั้นมีรถฟอร์จูนเนอร์ของนายวิษณุขับตามท้ายมาด้วยความเร็วสูง และไม่ทันระวังว่ารถคันข้างหน้าที่วิ่งกำลังอยู่ ประกอบกับถนนลื่นเนื่องจากฝนตกจนเป็นเหตุทำให้พุ่งชนท้ายรถฮอนด้าอย่างแรง ก่อนเสียหลักพลิกคว่ำตกลงข้างทาง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายกับนายวิษณุ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนศพของผู้เสียชีวิตได้ส่งไปผ่าชันสูตรที่โรงพยาบาลพุทธชินราช ก่อนมอบให้ญาติรับกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีศาสนาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด