รวบหนุ่มใหญ่สองพี่น้อง ปลอมแปลงสลากหลอกขึ้นเงินแผงค้าโดนตามไล่จับ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 18 ก.ค.59 พ.ต.ต.ศุภชัย ศรีศักดิ์ สว.สส.สภ.รัตนาธิเบศร์ สอบปากคำนายอำนวย ฉายรังษี อายุ 50 ปี นายนิวัฒน์ ฉายรังสี อายุ 50 ปี  สองพี่น้องต่างมารดาที่ก่อเหตุนำสลากกินแบ่งรัฐบาลแก้ไขตัวเลขให้ถูกเลขท้าย 3 ตัว จำนวน 10 คู่ มาหลอกขึ้นเงินพ่อค้า-แม่ค้าขายล็อตเตอรี่ ว่าเป็นสลากที่ถูกรางวัล ก่อนแจ้งข้อกล่าวหา 3 ข้อ คือ 1. ปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์  2.ใช้เอกสารสิทธิ์ปลอม 3.ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณตลาดประชานิเวศน์ 3  ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรีพ.ต.ต.ศุภชัย กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ขี่รถ จยย.ฮอนด้า รุ่นซูมเมอร์เอ๊กซ์ ทะเบียน 1กฐ- 9466 นครราชสีมา เข้ามาในตลาดแล้วตรงไปที่แผงขายสลากกินแบ่งรัฐบาลของนายอำนวย เทพแสง อายุ 59 ปี ก่อนยื่นสลากถูกเลขท้าย 3 ตัว จำนวน 5 คู่ หมายเลย 952925 โดยนายอำนวยตรวจสอบแล้วจึงจ่ายเงินให้กับทั้งสองคนเป็นเงิน 19,000 บาท จากนั้นนายนิวัฒน์ หนึ่งในผู้ต้องหาได้ควักล็อตเตอรี่ถูกเลขท้าย 3 ตัว อีก 5 คู่ หมายเลข 302158 ออกมาให้นายอำนวย บอกว่าเป็นของป้าฝากมาให้ขึ้นเงิน นายอำนวย จึงส่งให้ น.ส.สำรวย มีปิ่น อายุ 47 ปี แม่ค้าล็อตเตอรี่แผงติดกันให้ช่วยรับไว้

ด้าน น.ส.สำรวย กล่าวว่า หลังตรวจตรวจสอบล๊อตเตอรรี่แล้วก็เตรียมเงิน 19,000 บาท มอบให้กับนายนิวัฒน์ แต่เกิดเอะใจบอกให้นายอำนวย ช่วยเอาน้ำยามาตรวจสอบตัวเลขเพื่อความสบายใจกันถูกปลอมแปลง เมื่อได้ยินว่าตนจะใช้น้ำยาตรวจสอบ ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน จึงรีบวิ่งขึ้นรถ จยย.ขี่หลบหนีทันที โดยมีชาวบ้านวิน จยย. ช่วยกันขี่รถ ไล่ตาม ขณะเดียวกัน ร.ต.อ.ภูรินทร์ บุญชัยวงศ์ รอง สวป.สภ.รัตนาธิเบศร์ ด.ต.ธวัช วงศ์ไทย ส.ต.ท.วิโรจน์ พาทา สายตรวจรถยนต์20 ผ่านมาจึงควบคุมตัวทั้งสองคนไว้ได้ที่บริเวณกลางซอยสามัคคีมุ่งหน้าออกถนนติวานนท์ พร้อมเงินสดของกลางในกระเป๋ากางเกงนายนิวัฒน์ ฉายรังษี ผู้ต้องหารับสารภาพว่าก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง โดยจะนำสลากเลขท้าย 3 ตัว มาแก้ไขตัวเลขโดยขูดเลขที่ผิดและเป็นเลขใกล้เคียงกับเลขที่ถูกก่อนตัดต่อแล้วแปะติดเข้าไปจนเนียนไม่มีร่องรอยให้เห็นเลยถ้ามองด้วยตาเปล่าหรือใช้มือจับต้องลองขูดเกลาดูก็จะไม่รู้อย่างแน่นอนหากไม่ใช้น้ำยาตรวจสอบ อย่างเช่นหมายเลขที่นำมาขึ้นเงินวันนี้ เป็นหมายเลข 952025 ตนก็จะแก้เป็น 952925 โดยแก้ไขตัวเลขจาก 0 เป็น 9 ขณะที่อีกชุดสลากหมายเลข 302153 ตนก็จะแก้เป็น 302158 ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีลักษณะคล้ายกันเพื่อง่ายต่อการปลอมแปลง เบื้องต้น ตรวจสอบประวัติแล้วพบว่านายนิวัฒน์ เคยก่อคดีในลักษณะนี้ที่จังหวัดนครสวรรค์ จนต้องโทษจำคุก 5 ปี และพ้นโทษมาปี 58 แต่ก็ยังไม่เข็ดมาก่อเหตุอีกจนถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด