ชาวสุรินทร์สุดทน! จุดธูปไหว้เจ้าที่ให้ดลใจรัฐซ่อมถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อมานานนับ 10 ปี

8 ต.ค. ผู้สื่อข่าวประจำจ.สุรินทร์ได้รับร้องเรียนการจากชาวบ้านสำโรง ต.หนองบัวทอง อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ กว่า 100 คนว่า ถนนสาย ต.ไผ่–ต.หนองบัวทอง อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ระยะทางประมาณ 7 กม. ซึ่งเป็นถนนดินลูกรังผสมหินคลุก มีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อมานานกว่า 10 ปี ยังไม่มีหน่วยงานไหนออกไปแก้ไข เคยร้องไปยังอบต.หนองบัวทองหลายครั้งก็ยังเงียบเหมือนเดิม วอนสื่อลงพื้นที่นำเสนอข่าวจี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหา201610071951371-20160916135536ผู้สื่อข่าวรุดลงพื้นที่สำรวจถนนสายดังกล่าวตลอดระยะทางกว่า 7 กม. พบว่าถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ มีน้ำท่วมขัง บางจุดเป็นดินโคลน ยังสัญจรไปมาลำบาก ขณะที่กลุ่มชาวบ้านต่างพากันนำต้นไม้มาปลูกกลางถนน เอาสุ่มมาวิ่งไล่จับปลาในแอ่งน้ำกลางถนนอย่างสนุกสนาน ก่อนพร้อมใจกันนำดอกไม้ธูปเทียนมาจุดไหว้ กราบสักการะบนถนนเส้นนี้ เพื่อเป็นการบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางและภูตผี ปีศาจ รวมทั้งชาวบ้านที่เสียชีวิตจากการใช้ถนนเส้นนี้ ให้ช่วยไปเข้าฝันหรือดลใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอบต.หนองบัวทองให้มาแก้ปัญหาให้ชาวบ้านด้วย พร้อมบนบานหัวหมู 100 หัว หากได้ถนนลาดยาง หลังรอมานานกว่า 10 ปี201610071951383-20160916135536นายหลั่น สุขใส อายุ 62 ปี กล่าวว่า ถนนเส้นนี้เป็นเส้นทางสายหลักที่ใช้สัญจรเข้าตัวอำเภอไปมาลำบากมาก ชาวบ้านจะเดินทางไปติดต่อราชการที่อำเภอ ต้องอ้อมไปทางต.ทัพใหญ่ คนเจ็บคนป่วยที่จะไปโรงพยาบาล ต้องอ้อมไปทางอื่นก็ไกลระยะทางถึง 15-16 ก.ม.การเดินทางลำบากมากกว่าจะไปถึงโรงพยาบาลก็ตายก่อน ถนนเส้นนี้เป็นเส้นทางสายหลักที่ใช้สัญจรเข้าตัวอำเภอรัตนบุรีระยะทางไม่กี่ก.ม. ส่วนเด็กนักเรียนก็ต้องใช้เส้นนี้ไปโรงเรียนเป็นประจำ อบต.หนองบัวทอง ไม่เคยพัฒนาให้ดีขึ้น ครั้งนี้หากยังไม่ได้รับการแก้ไขอีก ตนและชาวบ้านทั้ง 3 หมู่บ้านกว่า 700 คนก็จะพากันไปร้องขอความเป็นธรรมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ต่อไป

นางวิลัย บุญอาจ ส.อบต.หนองบัวทอง อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ปัญหาถนนจากหมู่ 2 ไปถึงตำบลไผ่ เป็นแบบนี้มานาน ไม่เคยเห็นชาวบ้านได้เดินทางสะดวกสักที ก็อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบมาช่วย เอาเข้าในแผนพัฒนาปีงบประมาณ ทางอบต.หนองบัวทองอ้างว่ายังไม่มีงบประมาณ และยังกล่าวอีกว่าถนนสายนี้เป็นของกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งในปัจจุบันได้ถูกยุบไปหลายปีแล้ว อบต.ยังไม่ได้รับโอนมาจึงยังไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ จึงทำให้ชาวบ้านต้องทนกับสภาพถนนเช่นนี้มาตลอดหลายปี ชาวบ้านอยากจะได้ถนนลาดยาง เพื่อการสัญจรที่สะดวก และปลอดภัย

นายสมศักดิ์ กำลังหาญ ปลัดอบต.หนองบัวทอง กล่าวว่า ถนนสายนี้อบต.หนองบัวทองเคยได้จัดงบประมาณนำหินคลุกไปซ่อมแซมแล้ว แต่เหตุที่ชำรุดก็เพราะเป็นช่วงหน้าฝน ซึ่งหากหมดหน้าฝน อบต.หนองบัวทองก็จะจัดงบประมาณลงไปซ่อมแซมให้อีก แต่เนื่องจากทางอบต.มีงบประมาณน้อย จึงแก้ไขได้เป็นบางส่วน ซึ่งขณะนี้ทางอบต.ก็ได้เสนอ โครงการปรับปรุงถนนเส้นนี้ไปทางจังหวัดและอบจ.เพื่อของบประมาณแล้ว

นายกฤษณุ เหลืองพิบูลกิจ นายอำเภอรัตนบุรี กล่าวว่า เรื่องถนนเส้นนี้ ตนทราบจากการรายงานแล้ว และในวันนี้ก็ได้เรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการ กำนันผู้ใหญ่บ้าน และอบต.หนองบัวทอง เพื่อสอบถามและกำชับให้ดูแลและตรวจสอบความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาถนนชำรุดว่ามีอยู่ในพื้นที่ใดบ้างก็ให้รีบรายงานเข้ามา เพื่อตนจะได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เข้ามาดูแลแก้ไขจัดการ เพราะทางจังหวัดสุรินทร์มีเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอยู่แล้ว ซึ่งเราสามารถนำไปแก้ไขปัญหาได้ทันที โดยทางจังหวัดจัดให้แต่ละอำเภอ อำเภอละ 500,000 บาท หากไม่พอก็ขอเพิ่มได้ตามความเดือดร้อนจำเป็น และเรื่องนี้ตนจะรีบดำเนินการแก้ไขให้โดยด่วนที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด

DIY กับดักกำจัดยุงจากขวดน้ำ ทั้งประหยัด และดีต่อสุขภาพ

DIY กับดักกำจัดยุงจากขวดน้ำ ทั้งประหยัด และดีต่อสุขภาพ

ช่วงนี้อาจเป็นเพราะฝนตก น้ำขัง อากาศชื้นๆ ยุงเลยออกอาละวาด จากที่ปกติในห้องไม่มียุง ก็เริ่มเห็นบินวนเวียนกวนประสาทไปมา 2-3 ตัว พอไปดูหลังห้องปรากฏว่ามีแอ่งน้ำเล็กๆ ค้างอยู่ในถาดคว่ำจาน เห็นแล้วก็คิดเลยว่าจะกำจัดเหล่ายุงร้ายอย่างไรไม่ให้มันมารบกวนเราได้อีก จึงลองหาวิธีแบบง่ายๆ ที่ทั้งประหยัดและไร้สารเคมี

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

-ขวดน้ำพลาสติกเปล่าๆ 1 ขวด

-คัตเตอร์

-น้ำอุ่น

-น้ำตาลทรายแดง

-ผงยีสต์

-กระดาษหนังสือพิมพ์

-เทปกาวติดกระดาษ

-ช้อนตวง

วิธีทำ

-ตัดขวดน้ำแยกส่วนท่อนบนและท่อนล่างออกจากกัน

-เอาฝาขวดน้ำออกจากปากขวด

-เทน้ำอุ่นลงไปในขวดพลาสติกท่อนล่างประมาณ 200 มิลลิลิตร ตามด้วยเทน้ำตาลทรายแดงตามลงไปประมาณ 50 กรัม

-เมื่อส่วนผสมเหล่านั้นเย็นลง ให้ใส่ผงยีสต์ 1 กรัมตามลงไป

-จากนั้นเอาขวดท่อนบนครอบทับกับขวดท่อนล่าง ก่อนจะนำกระดาษหนังสือพิมพ์ห่อขวดน้ำพลาสติกเพื่อไม่ให้ขวดโดนแสง

-ตั้งขวดไว้ในบริเวณที่มียุงอาศัยอยู่ ยีสต์จะเป็นตัวผลิตคาร์บอนไดออกไซด์และดึงยุงเข้ามาภายในขวดน้ำ

ที่มา>>>Sanook

ทะเลเพลิง! ไฟไหม้ตอซังข้าวกลางนา จ.แพร่-กำแพงเพชร เพลิงโหมหญ้าแห้ง

ไฟไหม้ตอซังข้าว อ.สูงเม่น จ.แพร่ ลมแรงทำผลาญเป็นทะเลเพลิง ส่วนบ้านร่องแค ต.น้ำชำ ไฟป่าจ่อลามเข้าหมู่บ้าน จนท.รุดดับได้ทัน เสียหายรวมกว่า 200 ไร่ ขณะริมถนนพหลโยธิน ขาเข้าตัวเมืองกำแพงเพชร เพลิงไหม้หญ้าแห้งลุกลามรุนแรง

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 3 พ.ค. 59 เกิดเหตุเพลิงไหม้ตอซัังข้าวบริเวณกลางทุ่งนาใน ต.สบสาย อ.สูงเม่น จ.แพร่ เขตติดต่อ ต.พระหลวง อ.สูงเม่น อีกทั้งกระแสลมแรงยังพัดควันไฟเข้าไปทางหมู่บ้านใน ต.สบสาย จนมืดสนิท ชาวบ้านต่างพากันรีบปิดหน้าต่างและประตู ซึ่งไฟลุกไหม้รุนแรงจนขยายออกเป็นทะเลเพลิง ต่อมาหลัง พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง ผบก.ภ.จว.แพร่ ทราบข่าว สั่งการให้ สภ.สูงเม่น จ.แพร่ ประสานขอรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสูงเม่น จาก อบต.สบสาย อบต.ร่องกาศ อบต.ดอนมูล อบต.หัวฝาย อบต.น้ำชำ อบต.บ้านปง รวม 10 คัน เข้าสกัดไฟที่กำลังโหมไหม้อย่างรุนแรง แต่เนื่องด้วยกระแสลมแรงรถดับเพลิงไม่สามารถเข้าทางที่ลมกระโชกแรงได้ อีกทั้ง บนนถนนสายวังวน-สบสาย รถก็ไม่สามารถวิ่งผ่านได้ เนื่องจากไฟได้ลุกลามไหม่ข้างถนนจนทำให้เปลวไฟและควันคลุ้งไปทั่วบริเวณ กระทั่งเวลา 20.00 น. รถดับเพลิงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัดขณะเดียวกัน ได้เกิดไฟไหม้ป่าที่บ้านร่องแค ต.น้ำชำ อ.สูงเม่น และลุกไหม้เป็นวงกว้าง เสี่ยงจะลุกลามเข้าไปยังหมู่บ้านร่องแค รถดับเพลิงจาก อบต.หัวฝาย อบต.น้ำชำ อบต.บ้านปง ร่วมกันออกไปสกัดเพลิงไว้ได้ รวมใช้เวลาในการสกัดไฟลุกลามในครั้งนี้กว่า 2 ชั่วโมง เนื้อที่ถูกเผาประมาณ 200 ไร่ ทั้งนี้ ผบก.ภ.จว.แพร่ ได้สั่งการให้สืบสวนติดตามตัวการเผาตอซังข้าวให้ได้ เพื่อนำมาดำเนินคดีต่อไป

นอกจากนี้เวลา 20.00 น. เกิดเหตุไฟไหม้ป่าละเมาะริมถนนพหลโยธิน ขาขึ้น บริเวณสามแยก สปก.เข้าตัวเมืองกำแพงเพชร พื้นที่บ้านทุ่งเศรษฐี หมู่ 9 ต.นครชุม อ.เมืองกำแพงเพชร โดยเริ่มแรกไหม้ที่หญ้าแห้งปากทางแยกเข้าหมู่บ้าน ซึ่งเป็นหญ้าแห้งสั้นๆ ไม่มากนัก แต่ปรากฏว่ามีลมพัดอย่างแรงทำให้ไฟโหมลุกไหม้ลามอย่างรวดเร็ว จากนั้นลามติดหญ้าแห้งในแอ่งน้ำซึ่งหน้านี้ไม่มีน้ำ เปลวไฟแดงฉาน ควันลอยหนาทึบ และลมยังพัดควันไฟมาปกคลุมถนนบริเวณดังกล่าว ทำให้รถที่สัญจรผ่านมองแทบไม่เห็นทาง ต้องเปิดไฟกระพริบเป็นสัญญาณเพราะเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมายืนใช้ไฟฉายโบกให้ทุกคันขับช้าๆ ประกอบกับเป็นช่วงที่ปรับปรุงถนนเลนขาล่อง ต้องบีบมาวิ่งสวนทาง จึงมีรถจำนวนมากขับผ่านทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานรถดับเพลิงในพื้นที่ให้มาดับไฟ ต่อมารถเพลิงของเทศบาลคลองแม่ลาย ซึ่งอยู่คนละพื้นที่มาช่วยดับไฟ โดยใช้เวลาในการดับไฟประมาณ 30 นาที จึงดับได้สนิท ส่วนสาเหตุการไฟไหม้ครั้งนี้ทางตำรวจเชื่อว่ามีคนจุดไฟเผาวัชพืชแล้วลุกลาม.

ที่มา>>>Thairath